บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8984 out_tok=2732 at=2026-07-26T04:21:51 -->
# SCCC กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง YoY รับต้นทุนพุ่ง แต่รายได้โตตามปริมาณขาย
## รายได้สุทธิ SCCC ไตรมาส 3/65 พุ่ง 40% แต่กำไรสุทธิหด 10.8% เหตุต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงพุ่งสูง
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้สุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 39.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลง 10.8% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมดจากการปรับขึ้นราคาขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลง คือ **การเติบโตของรายได้สุทธิที่แข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายและราคาขาย แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรลดลง**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้สุทธิ 39.7%** ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยและเวียดนาม ประกอบกับการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม **หัวใจที่กดดันผลกำไรคือ ต้นทุนวัตถุดิบ เชื้อเพลิง บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/65 ลดลง 10.8% มาอยู่ที่ 603 ล้านบาท และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ลดลง 4.2%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้สุทธิเติบโตมาจาก **การฟื้นตัวของกิจกรรมการก่อสร้างในภาพรวม** โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐในประเทศไทย และการฟื้นตัวหลังการล็อกดาวน์จากโควิด-19 ในเวียดนาม ทำให้ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น
ในทางกลับกัน **ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น** เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น ราคาถ่านหิน น้ำมันดีเซล ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น รวมถึงค่าบำรุงรักษาเตาเผาปูนซีเมนต์ที่สูงขึ้นจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนและนอกแผน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร แม้ว่าบริษัทฯ จะมีมาตรการบริหารจัดการต้นทุนคงที่อย่างต่อเนื่องก็ตาม นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของบริษัทร่วมก็ส่งผลกระทบด้านลบต่อผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัทฯ ด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** จากแนวโน้มที่ฝ่ายจัดการระบุว่า ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ รวมถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะยังคงมีผลต่อการเติบโตในปี 2565 โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคพาณิชย์ยังไม่สดใส การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างยั่งยืนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรเทาผลกระทบต่อกำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้สุทธิ Q3/65 เติบโต 39.7%** แตะ 12,358 ล้านบาท จากปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นและการปรับราคาขาย
* **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 10.8%** อยู่ที่ 603 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **EBITDA Q3/65 ลดลง 4.2%** อยู่ที่ 1,940 ล้านบาท จากแรงกดดันด้านต้นทุนและผลประกอบการบริษัทร่วม
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศไทย** รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 35% แต่กำไรลดลงจากต้นทุนถ่านหิน น้ำมันดีเซล ค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษาที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในเวียดนามใต้** ยอดขายเพิ่มขึ้น 205% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น ชดเชยต้นทุนได้ดีขึ้น
* **ธุรกิจคอนกรีตหินและทราย** รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 52% และกำไร EBITDA เพิ่มขึ้น 315% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้สุทธิรวม 12,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมการก่อสร้างและการปรับขึ้นราคาขาย อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 603 ล้านบาท ลดลง 10.8% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร แม้จะมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพก็ตาม กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 1,940 ล้านบาท ลดลง 4.2% YoY
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้สุทธิรวมอยู่ที่ 37,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% YoY ในขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,760 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง:** โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของอุปสงค์ปูนซีเมนต์
* **การเติบโตในตลาดเวียดนาม:** ธุรกิจปูนซีเมนต์ในภาคใต้ของเวียดนามมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ช่วยรักษาการเติบโตของรายได้
* **ธุรกิจคอนกรีตหินและทราย:** ได้รับอานิสงส์จากการเริ่มโครงการรถไฟความเร็วสูงและการปรับราคาขายที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่สูง:** ความผันผวนของราคาถ่านหิน น้ำมันดีเซล และค่าไฟฟ้า ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน:** ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนและประสิทธิภาพการบริหารเงินสด
* **สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย:** อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการก่อสร้างและปริมาณการจำหน่าย
* **การแข่งขันด้านราคา:** โดยเฉพาะในตลาดบังกลาเทศและกัมพูชา อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
* **เศรษฐกิจชะลอตัว:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาถ่านหิน น้ำมัน และค่าไฟฟ้า จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน:** การปรับขึ้นราคาขายปูนซีเมนต์เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ความคืบหน้าของโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน:** การเร่งเบิกจ่ายและการก่อสร้างโครงการภาครัฐจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การเปลี่ยนแปลงผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมจะส่งผลต่อกำไรโดยรวมของกลุ่ม
* **สถานการณ์ในประเทศศรีลังกา:** ปัญหาเศรษฐกิจและสภาพคล่องอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อธุรกิจในระยะสั้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศไทย แม้ว่ารายได้สุทธิจะเพิ่มขึ้น 35% จากการปรับราคาขายที่สูงขึ้น แต่กำไรโดยรวมกลับลดลง เนื่องจากต้นทุนถ่านหิน น้ำมันดีเซล ค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษาเตาเผาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจในเวียดนามใต้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 205% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น
ธุรกิจคอนกรีตหินและทราย มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 52% และกำไร EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 315% จากปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มโครงการรถไฟความเร็วสูงบางโครงการ และราคาขายที่สูงขึ้น
ในส่วนของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง โดยรวมรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 48.4% จากราคาขายที่สูงขึ้นเป็นหลัก แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายยังไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 75,938 ล้านบาท ลดลง 7.4% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 14.7% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 5.1% ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 38,156 ล้านบาท ลดลง 10.8% โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 18.9% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 3.8% ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 37,782 ล้านบาท ลดลง 3.7% อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.53 เท่า
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 58.8% มาอยู่ที่ 3,983 ล้านบาท จาก 9,662 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่ทำให้เงินทุนหมุนเวียนสุทธิสูงขึ้นและวงจรเงินสดลดลง บริษัทฯ ได้ต่ออายุวงเงินสินเชื่อระยะยาว 3,000 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
SCCC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารายได้สุทธิจะเติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและราคาขาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐ และการเติบโตในตลาดเวียดนาม ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในระยะต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|