บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8825 out_tok=2247 at=2026-07-26T03:35:07 -->
# SCCC Q2/2565 กำไรสุทธิหดตัว 6.2% ท่ามกลางต้นทุนพุ่ง-ค่าเงินอ่อน
## รายได้รวมโต 26.9% แต่แรงกดดันต้นทุนและค่าเงินฉุดกำไรสุทธิ
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้สุทธิรวม 12,758 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 6.2% มาอยู่ที่ 1,355 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบจากค่าเงินสกุลท้องถิ่นที่อ่อนค่าลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCCC ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลดลง แม้รายได้จะเติบโต คือ **แรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบ ประกอบกับผลกระทบจากค่าเงินสกุลท้องถิ่นที่อ่อนค่าลงในประเทศศรีลังกา**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ความต้องการปูนซีเมนต์ในหลายตลาดจะฟื้นตัว โดยเฉพาะจากโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานภาครัฐในไทย และการปรับราคาขายที่สูงขึ้นช่วยหนุนรายได้สุทธิให้เติบโตถึง 26.9% แต่ต้นทุนถ่านหิน ราคาน้ำมันดีเซล และวัตถุดิบอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมดจากการปรับราคาขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
นอกจากนี้ ในประเทศศรีลังกา แม้ผลการดำเนินงานจะยังคงแข็งแกร่ง แต่การอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่นส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าการอ่อนค่าจะชะลอตัวลงแล้วก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม**
จากเอกสารระบุว่า เศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการคาดว่าการเติบโตในตลาดหลักจะจำกัดในปี 2565 โดยโครงการภาครัฐยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปยังไม่สดใส การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้สุทธิเติบโต 26.9%** แตะ 12,758 ล้านบาท จากความต้องการปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการปรับราคาขาย
* **กำไรสุทธิลดลง 6.2%** เหลือ 1,355 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 48.9%** เป็น 3,208 ล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ดีขึ้นในบางตลาด
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ในไทยยังคงแข็งแกร่ง** จากโครงการภาครัฐและการปรับราคาขาย แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ผลประกอบการในศรีลังกาแข็งแกร่ง** แต่ถูกกระทบจากค่าเงินอ่อนค่า
* **ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย มีรายได้โต 17.3%** แต่กำไร EBITDA ลดลง 36.5% จากต้นทุนที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2565 SCCC มีรายได้สุทธิรวม 12,758 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมการก่อสร้างและการปรับราคาขาย อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 1,355 ล้านบาท ลดลง 6.2% YoY ซึ่งสวนทางกับรายได้ที่เติบโต ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ และค่าไฟฟ้า รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินที่อ่อนค่าในบางประเทศ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 รายได้สุทธิอยู่ที่ 25,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.0% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,157 ล้านบาท ลดลง 14.0% YoY
## โอกาส
* **โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานภาครัฐ:** ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ช่วยหนุนปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ภายในประเทศ
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร
* **ตลาดต่างประเทศ:** การดำเนินงานที่แข็งแกร่งในศรีลังกาและเวียดนาม แม้จะเผชิญความท้าทาย
* **ธุรกิจการค้า:** อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นของสัญญาการค้าปูนเม็ดและวัสดุพลอยได้จากการถลุงโลหะ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบผันผวนสูง:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค:** สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบจากโควิด-19 อาจส่งผลต่ออุปสงค์และต้นทุน
* **ค่าเงินอ่อนค่า:** ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัทในต่างประเทศ โดยเฉพาะศรีลังกา
* **การแข่งขันในตลาด:** โดยเฉพาะในตลาดเวียดนามและบังกลาเทศที่ยังคงรุนแรง
* **ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย:** ยังคงอ่อนตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการวัสดุก่อสร้างบางประเภท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบ:** จะสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้มากน้อยเพียงใด
* **สถานการณ์ค่าเงิน:** โดยเฉพาะสกุลเงินในประเทศศรีลังกา
* **ความคืบหน้าโครงการภาครัฐ:** ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดในประเทศ
* **แผนการบริหารจัดการต้นทุน:** ของฝ่ายจัดการเพื่อลดผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้น
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะภาคที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง SCCC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยในไตรมาส 2/2565 แม้ว่าโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานภาครัฐจะเป็นแรงหนุนสำคัญ ทำให้ปริมาณการขายปูนซีเมนต์ในประเทศเติบโต แต่ความต้องการในตลาดค้าปลีกชะลอตัวลง ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากโครงการภาครัฐและการปรับราคาขาย แต่ถูกกดดันจากต้นทุนถ่านหินและน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น ส่วนในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม แม้ราคาขายจะปรับขึ้น แต่ปริมาณขายลดลงจากการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่ศรีลังกาเผชิญความท้าทายจากสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศและอัตราเงินเฟ้อสูง แต่การปรับราคาขายช่วยหนุนรายได้
ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ ทำให้ปริมาณขายและราคาเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรเช่นกัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 74,630 ล้านบาท ลดลง 9.0% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียน (เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 51.6%) และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 38,965 ล้านบาท ลดลง 8.9% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงตามลำดับ ทำให้หนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.56 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 35,665 ล้านบาท ลดลง 9.1% จากสิ้นปี 2564 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 10.8% ลดลงจาก 12.0% ในสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
SCCC ในไตรมาส 2/2565 เผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิให้ลดลง 6.2% แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ถึง 26.9% จากการฟื้นตัวของกิจกรรมก่อสร้างและการปรับราคาขาย โอกาสในการเติบโตยังคงขึ้นอยู่กับโครงการภาครัฐและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน ค่าเงิน และภาวะเศรษฐกิจมหภาค ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|