บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
146.00
+0.50 (+0.34%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (SCCC) ไตรมาส 1/2567
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (SCCC) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 10,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในต่างประเทศ ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ต้นทุนพลังงานที่ลดลง และได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างทั่วทั้งกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการในประเทศไทยที่ตํากว่าคาดเล็กน้อย
**สถานการณ์เศรษฐกิจ**
เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวหลังจากงบประมาณภาครัฐที่คาดว่าจะอนุมัติในไตรมาส 2/2567 ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและการมีแข่งขันสูงในบริเวณจังหวัดชายแดนประเทศไทย
SCCC คาดว่าเศรษฐกิจในเวียดนามจะขยายตัวต่อได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 เนื่องจากรัฐบาลได้ใช้นโยบายแบบขยายตัวและมีการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยสำหรับที่อยู่อาศัยลดลงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์
ส่วนในศรีลังกา บริษัทฯคาดว่าตลาดปูนซีเมนต์จะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นจากเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่สภาวะปกติ อัตราแลกเปลี่ยนที่มีเสถียรภาพมากขึ้น มีการช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และอัตราเงินเฟ้อที่กำลังอ่อนตัวลง
**การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร**
รายได้จากการขายสุทธิของ SCCC เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสก่อนทั้งในประเทศไทยและศรีลังกา แม้ว่าจะมีแรงกดดันทางด้านราคาขายอย่างต่อเนื่อง กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นจากปีก่อนส่วนใหญ่มาจากการดำเนินงานไนต่างประเทศที่ดีขึ้น 26% และในประเทศไทยดีขึ้น 12% โดยได้แรงหนุนจากต้นทุนพลังงานความร้อนและต้นทุนคงที่ที่ลดลงและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
**สินทรัพย์และหนี้สิน**
SCCC มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีความสามารถในการชำระหนี้
**การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด**
กระแสเงินสดของ SCCC ในไตรมาส 1/2567 แสดงให้เห็นถึงการไหลของเงินจากการดำเนินงาน การลงทุน และการเงิน ที่มั่นคง บริษัทฯสามารถจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการใหม่ การซื้อที่ดิน และการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของ SCCC ได้แก่ ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง ความไม่แน่นอนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดปูนซีเมนต์ โอกาสในการลงทุนใน SCCC ได้แก่ การขยายโครงการใหม่ การพัฒนาทรัพย์สินที่มีศักยภาพ และพัฒนาการสำคัญในช่วงนี้ เช่น การจัดตั้งบริษัทใหม่กับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์
**กลยุทธ์และเป้าหมาย**
SCCC มีกลยุทธ์ในการเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดที่ทำกำไรได้ดีและเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างต้นทุนภายในบริษัทฯ ทางด้านต้นทุนคงที่ บริษัทฯได้พยายามลดค่าใช้จ่ายในด้านการผลิต การจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหาร ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น SCCC ยังคงมุ่งมั่นต่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) ซึ่งในไตรมาสนี้ อัตราการใช้พลังงานทดแทน (RER) ของกลุ่มบริษัทฯอยู่ที่ 27.3% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 21.2% ในปี 2566 และ 16.4% ในปี 2565 นอกจากนี้ เรายังสามารถลดการใช้ปูนเม็ดลงเหลือ 71.6% จาก 72.6% ในปี 2566 ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
**แนวโน้มอนาคต**
SCCC คาดว่าจะสามารถรักษาผลประกอบการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเน้นการดำเนินงานในต่างประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมต้นทุน และการขยายธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัทฯมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการใช้วัสดุเหลือใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อลดผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงแบบเดิม โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2568 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ
**สรุปสั้นท้ายสุด**
SCCC มีผลประกอบการไตรมาส 1/2567 ที่แข็งแกร่ง โดยรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิ และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับที่เหมาะสม บริษัทฯให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงและโอกาสในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต โดยเน้นการดำเนินงานในต่างประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมต้นทุน และการขยายธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
115.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|