บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20371 out_tok=2639 at=2026-08-05T18:28:35 -->
# SCCC กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 31% รับแรงหนุนจากธุรกิจปูนซีเมนต์และกลุ่ม LANNA
## ผลประกอบการแกร่งท่ามกลางความไม่แน่นอน ฝ่ายบริหารเน้นย้ำความยืดหยุ่นและวินัยทางการเงิน
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน การขับเคลื่อนกลยุทธ์อย่างมีวินัย และฐานะทางการเงินที่มั่นคง ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังคงมีความท้าทายและไม่แน่นอน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือการเติบโตที่แข็งแกร่งของ **กลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์** และ **กลุ่ม LANNA** ซึ่งสามารถชดเชยการชะลอตัวของธุรกิจค้าปลีกได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ของกลุ่มบริษัทโดยรวมเพิ่มขึ้น 16.1% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 30.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **กลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์:** ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ในภาคโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการดำเนินกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพและการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเวียดนามที่สามารถสร้างการเติบโตของ EBITDA ได้โดดเด่นที่สุดในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ แม้จะมีปริมาณการขายที่ลดลงบ้าง แต่ก็สามารถชดเชยได้ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
2. **กลุ่ม LANNA:** ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 36.0% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 466.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ธุรกิจเอทานอลยังคงมีแนวโน้มเชิงบวกและช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจปูนซีเมนต์ที่ฝ่ายบริหารยังคงมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพเชิงพาณิชย์ การเพิ่มผลิตภาพ และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ FIT++ ที่จะช่วยรักษาระดับอัตรากำไรได้ แม้ต้นทุนการผลิตจะยังมีความผันผวน สำหรับกลุ่ม LANNA การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านราคาโภคภัณฑ์เป็นหลัก ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายบริหารเน้นย้ำถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน การขับเคลื่อนกลยุทธ์อย่างมีวินัย และฐานะทางการเงินที่มั่นคง บ่งชี้ถึงความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายและแสวงหาโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 31% YoY** จาก 1,919 ล้านบาท เป็น 2,490 ล้านบาท (คำนวณจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 16.1% และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 30.7% ตามเอกสาร)
* **EBITDA กลุ่มบริษัทรวมเพิ่มขึ้น 16.1% YoY** สะท้อนความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก** โดยเฉพาะในประเทศไทยและเวียดนามที่เติบโตโดดเด่น
* **กลุ่ม LANNA ฟื้นตัวอย่างชัดเจน** จากราคาถ่านหินที่สูงขึ้น หนุน EBITDA เพิ่ม 36.0% YoY
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** Gearing อยู่ที่ 36.8% และ Net Debt/EBITDA ที่ 1.25 เท่า
* **จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.0 บาทต่อหุ้น** สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดีในช่วงครึ่งแรกปี 2569
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัท SCCC มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวมเพิ่มขึ้น 16.1% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นของธุรกิจปูนซีเมนต์ในภาค B2B และการฟื้นตัวของธุรกิจถ่านหินและเอทานอลที่ช่วยชดเชยการชะลอตัวของภาคค้าปลีกได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม เพิ่มขึ้น 30.7% จากปีก่อน
## โอกาส
* **การยกระดับโซลูชันและบริการ:** การเปลี่ยนผ่านจากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างไปสู่การนำเสนอโซลูชันที่มีมูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้า การร่วมมือทางด้านเทคนิค และการให้บริการแบบครบวงจร จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า
* **โครงการ FIT++:** การบริหารต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างมีวินัย จะช่วยรักษาระดับอัตรากำไร
* **เทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชัน:** การยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
* **โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (IBS):** การเริ่มจ่ายไฟฟ้าเต็มกำลังการผลิตช่วยลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **โครงการ INSEE Chonburi (ICHO):** โครงการเหมืองหินแกรนิตแห่งใหม่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2569
* **ภาวะตลาดถ่านหิน:** แนวโน้มราคาถ่านหินที่เอื้ออำนวยยังคงสนับสนุนผลประกอบการของกลุ่ม LANNA
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก:** ฝ่ายจัดการระบุถึงความท้าทายและสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในภาคส่วนต่างๆ
* **ความผันผวนของต้นทุนการผลิต:** แม้จะมีการบริหารจัดการอย่างมีวินัย แต่ต้นทุนการผลิตยังคงมีความผันผวน
* **ข้อจำกัดด้านการดำเนินงานชั่วคราว:** ประเทศบังกลาเทศได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการดำเนินงานชั่วคราว ซึ่งส่งผลให้มีผลขาดทุน EBITDA
* **ความล่าช้าของโครงการในภาคธุรกิจน้ำมันและก๊าซ:** ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อธุรกิจบริการภาคอุตสาหกรรม
* **อุปสงค์ในตลาดค้าปลีกที่ยังคงอ่อนแอ:** ส่งผลกระทบต่อธุรกิจปูนซีเมนต์ในบางพื้นที่
* **ปริมาณการขายจากการส่งออกที่ชะลอตัว:** ไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและเมียนมา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การดำเนินงานในประเทศบังกลาเทศ:** ความคืบหน้าในการฟื้นฟูให้การดำเนินงานกลับสู่ภาวะปกติหลังการซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้า
* **โครงการ INSEE Chonburi (ICHO):** ความคืบหน้าในการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2569
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาอัตรากำไรท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนการผลิต
* **การขยายธุรกิจสู่โซลูชัน:** ความคืบหน้าของการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นพันธมิตรที่มุ่งเน้นโซลูชันสำหรับลูกค้า
* **แนวโน้มราคาโภคภัณฑ์:** โดยเฉพาะราคาถ่านหิน ซึ่งมีผลต่อผลประกอบการของกลุ่ม LANNA
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง SCCC ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการผลประกอบการท่ามกลางความท้าทายต่างๆ แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงตัวเลขการโอน (Presale/Backlog) โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้และกำไรในธุรกิจปูนซีเมนต์และคอนกรีตผสมเสร็จ สะท้อนถึงกิจกรรมการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ได้รับแรงหนุนจากโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
* **ธุรกิจปูนซีเมนต์:** มีการเติบโตของรายได้จากการขายสุทธิ 3.6% YoY และ EBITDA เพิ่มขึ้น 14.3% YoY โดยประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก และเวียดนามแสดงการเติบโตของ EBITDA ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ
* **ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย:** รายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 33.7% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-mixed Concrete) ที่มีปริมาณการขายสูงขึ้น แม้ EBITDA จะลดลง 2.0% YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของธุรกิจหินและทราย และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นชั่วคราว
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการกล่าวถึงการบริหารต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลดอัตราการใช้ปูนเม็ด (Clinker Factor) และการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยควบคุมต้นทุนการผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ฐานะการเงินของกลุ่มบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Gearing) อยู่ที่ 36.8% และหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ที่ 1.25 เท่า สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี นอกจากนี้ บริษัทยังมีสถานะเงินสดสุทธิรวม 5.4 พันล้านบาท (ไม่รวมเงินลงทุนระยะสั้นของ LANNA) ซึ่งช่วยสนับสนุนการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเติบโตของธุรกิจ พร้อมเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและความมั่นคงของผลประกอบการในระยะยาว
## สรุปท้าย
SCCC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 31% YoY เป็นผลมาจากความแข็งแกร่งของธุรกิจปูนซีเมนต์ที่ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภาคโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม รวมถึงการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของกลุ่ม LANNA จากราคาถ่านหินที่สูงขึ้น แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของต้นทุนการผลิต แต่ฝ่ายบริหารยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับประสิทธิภาพ การบริหารต้นทุน และการพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายและแสวงหาโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|