บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
153.00
2.00 (1.29%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยสาเหตุหลักเกิดจาก ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงและผลประโยชน์ครั้งเดียวจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศ ศรีลังกาส่งผลให้กําไรสุทธิเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการก่อสร้างขยายตัวในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคาจําหน่าย ปูนซีเมนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน และการปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบและค่าขนส่ง ส่งผล ให้ผลประกอบการชะลอตัวลง
แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอก ใหม่ และราคาจําหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้สุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง
ผลบวกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างกับผลของการ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าขนส่ง รวมถึงค่าบํารุงรักษาเตาเผา ปูนซีเมนต์ตามตารางการซ่อมบํารุงปกติที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7525 out_tok=2567 at=2026-07-26T03:40:12 -->
# SCCC กำไรสุทธิ Q1/2566 พลิกบวกจาก Q4/65 รับแรงหนุนราคาขาย-กำไร FX
## รายได้รวมหด YoY แต่กำไรสุทธิฟื้นตัวเด่นจากไตรมาสก่อนหน้า หลังคุมต้นทุนและปรับราคาขาย
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 11,353 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิพลิกจากขาดทุน 903 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2565 มาเป็นกำไร 758 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับราคาขายสินค้าและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น แม้ภาพรวมความต้องการในตลาดจะยังคงลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCCC ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกฟื้นจากไตรมาสก่อนหน้า คือ **การบริหารจัดการราคาขายที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ประกอบกับการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากปริมาณการขายที่ลดลงในหลายตลาด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ต้นทุนวัตถุดิบ ราคาเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าจะยังคงอยู่ในระดับสูงและสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น แต่การปรับราคาขายสินค้าอย่างต่อเนื่องช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจในประเทศศรีลังกา บริษัทฯ ได้รับผลบวกจากการแข็งค่าของสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี และส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่องในปี 2566 จากการปรับราคาขายอย่างต่อเนื่องเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำไรภายใต้แรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังมีอยู่ยังคงเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นหลัก ปัญหาในตลาดเวียดนามใต้และศรีลังกา รวมถึงการส่งออกปูนเม็ดที่ลดลง อาจยังคงส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะสั้น แต่คาดการณ์ว่าค่าพลังงานจะลดลงเล็กน้อยในปีนี้ ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** จากขาดทุน 903 ล้านบาทใน Q4/65 เป็นกำไร 758 ล้านบาทใน Q1/66 (ไม่รวมผลกระทบทางภาษีครั้งเดียวในศรีลังกา)
* **รายได้รวมลดลง YoY:** อยู่ที่ 11,353 ล้านบาท ลดลง 9.7% จาก 12,576 ล้านบาทใน Q1/65
* **EBITDA ดีขึ้น QoQ:** อยู่ที่ 1,720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.1% จาก 1,095 ล้านบาทใน Q4/65 แต่ลดลง 39.1% YoY
* **ปริมาณขายในหลายตลาดลดลง:** โดยเฉพาะในเวียดนามใต้และศรีลังกา ส่งผลกระทบต่อรายได้สุทธิของธุรกิจปูนซีเมนต์
* **ธุรกิจคอนกรีตหินและทรายเติบโต:** รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 29.5% YoY จากแรงหนุนโครงสร้างพื้นฐานและการปรับราคาขาย
* **ธุรกิจวัสดุก่อสร้างฟื้นตัว:** รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 23.6% YoY จากการฟื้นตัวของภาคที่อยู่อาศัย แม้ต้นทุนวัตถุดิบยังสูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีรายได้จากการขายสุทธิรวม 11,353 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายปูนซีเมนต์ที่ลดลงในหลายตลาด โดยเฉพาะในเวียดนามใต้และศรีลังกา รวมถึงการส่งออกปูนเม็ดที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายสินค้าที่สูงขึ้นสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน
สำหรับกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 1,720 ล้านบาท ลดลง 39.1% YoY แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 57.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ดีขึ้น
ในส่วนของกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 758 ล้านบาท ลดลง 5.5% YoY แต่พลิกกลับมาเป็นบวกอย่างแข็งแกร่งจากที่ขาดทุนสุทธิ 903 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2565 (ไม่รวมผลกระทบทางภาษีครั้งเดียว) โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.54 บาท ลดลง 5.6% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ:** แม้จะยังคงอ่อนตัว แต่การฟื้นตัวของภาคที่อยู่อาศัยและบ้านจัดสรรเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้าง
* **โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานภาครัฐ:** ยังคงเป็นแรงสนับสนุนความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศ
* **การปรับราคาขายอย่างต่อเนื่อง:** ช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น และรักษาอัตรากำไร
* **การเติบโตของธุรกิจคอนกรีตหินและทราย:** ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานและการปรับราคาขาย
* **ธุรกิจบริการกำจัดของเสีย:** มีแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นจากราคาตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าที่สูง:** ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **ความซบเซาของตลาดในต่างประเทศ:** ปัญหาด้านสภาพคล่องในเวียดนามใต้ และภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในศรีลังกา ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย
* **การส่งออกปูนเม็ดที่ลดลง:** อาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันรายได้ในธุรกิจปูนซีเมนต์
* **แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและหนี้สินครัวเรือน:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาคที่อยู่อาศัย
* **ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้า:** การปรับตัวลดลงของค่าพลังงานอาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามใต้:** ปัญหาด้านสภาพคล่องและการปล่อยสินเชื่อจะส่งผลต่อปริมาณการขาย
* **สถานการณ์เศรษฐกิจในศรีลังกา:** วิกฤตเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อจะส่งผลต่อกำลังซื้อโดยรวม
* **การบริหารจัดการราคาขายและการควบคุมต้นทุน:** ความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ
* **การเติบโตของธุรกิจคอนกรีตหินและทราย:** จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์:** เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจปูนซีเมนต์ แม้ปริมาณการขายในประเทศจะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐ แต่ภาคที่อยู่อาศัยยังคงอ่อนตัวเนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอุปสงค์ที่ลดลง การส่งออกปูนเม็ดอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดขายสุทธิธุรกิจปูนซีเมนต์โดยรวมลดลง 14.4% YoY แม้จะมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
ธุรกิจคอนกรีตหินและทรายเป็นอีกส่วนที่โดดเด่น โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ปริมาณการขายสูงขึ้น และการปรับราคาขายช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 29.5% YoY
ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีการฟื้นตัวที่ดีในภาคที่อยู่อาศัยและบ้านจัดสรร โดยรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 23.6% YoY แต่ความสามารถในการทำกำไรลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการสร้างผลตอบแทนจากปริมาณการขายและการปรับปรุงผลิตภัณฑ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 73,257 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 40,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปี 2565 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.29 เท่า (รวมเงินกู้) หรือ 0.59 เท่า (หนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 19.2% มาอยู่ที่ 2,770 ล้านบาท จาก 3,430 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการใช้เงินสดในการดำเนินงานและการลงทุน
อัตราส่วนผลตอบแทนจากสินทรัพย์สุทธิ (ROA) อยู่ที่ 7.1% และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 5.6% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SCCC ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการพลิกฟื้นกำไรสุทธิจากไตรมาสก่อนหน้า ด้วยการบริหารจัดการราคาขายที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ภาพรวมรายได้จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากปริมาณการขายที่ลดลงในหลายตลาด โดยเฉพาะธุรกิจปูนซีเมนต์ในต่างประเทศ แต่ธุรกิจคอนกรีตหินและทราย รวมถึงวัสดุก่อสร้างในประเทศเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ต้นทุนพลังงานที่สูงและความไม่แน่นอนในตลาดต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ จะต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
13,472.82
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,104.85
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.47
%
กำไรสุทธิ
604.52
ล้านบาท
↓ 76.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
13,473
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,105
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
605
↓ -76.4%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
10.44
ROA (%)
8.37
Book Value/หุ้น
112.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,644
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,115
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,643.67
-17.31%
|
-4,406.43
-205.97%
|
4,158.28
-296.40%
|
-2,117.24
+24.16%
|
-1,705.24
-119.09%
|
8,931.67
+17.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,115.41
-1,699.38%
|
-69.74
-107.62%
|
914.67
-315.45%
|
-424.53
-210.69%
|
383.52
+2,132.36%
|
17.18
-101.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,937.09
-75.55%
|
7,921.75
+1,920.70%
|
392.03
-96.33%
|
10,689.28
+153.12%
|
4,223.03
-170.31%
|
-6,006.12
+55.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-226.74
-106.25%
|
3,629.25
-29.55%
|
5,151.22
-40.00%
|
8,585.16
+252.53%
|
2,435.33
-14.83%
|
2,859.37
+31.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|
4,821.00
+82.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,637.55
+4.12%
|
5,414.51
-10.16%
|
6,026.62
+75.72%
|
3,429.67
-64.50%
|
9,662.20
+25.88%
|
7,675.79
+59.22%
|