บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13547 out_tok=3167 at=2026-07-26T02:38:57 -->
# SCC กำไรสุทธิ Q4/2565 ดิ่ง 94% รับผลกระทบเคมิคอลส์-ต้นทุนพลังงาน
## รายได้-กำไรหดตัวแรง YoY/QoQ จากธุรกิจเคมิคอลส์กดดัน ขณะที่ซีเมนต์ฯ-แพคเกจจิ้งยังเติบโตได้
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 157 ล้านบาท ลดลงถึง 94% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 122,190 ล้านบาท ลดลง 14% จากไตรมาสก่อนและเทียบปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่อ่อนแอลงของธุรกิจเคมิคอลส์ ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ SCC ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวอย่างรุนแรงของธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC)** ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาและปริมาณขายสินค้าที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) เป็นตัวฉุดรั้งหลัก:** ในไตรมาส 4 ปี 2565 ธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้จากการขายลดลง 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และขาดทุนสุทธิ 1,052 ล้านบาท เทียบกับกำไร 4,500 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อสูง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมาตรการล็อกดาวน์ในจีน ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลกลดลงอย่างรุนแรง ประกอบกับราคาสินค้าปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ส่วนต่างราคาขาย (Spread) ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการรับรู้ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ 510 ล้านบาท
* **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น:** แม้ว่าราคาน้ำมันดิบและ Naphtha จะปรับลดลงจากไตรมาสก่อน แต่ต้นทุนพลังงานโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
* **ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเผชิญแรงกดดัน:** แม้ว่าความต้องการซีเมนต์ในประเทศจะขยายตัว 3% และสินค้าที่ไม่ใช่ซีเมนต์ เช่น กระเบื้องหลังคา ฝ้า เพดาน จะเติบโตได้ แต่ภาพรวมความต้องการปูนซีเมนต์ทั้งปียังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจนี้ขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 157 ล้านบาทในไตรมาสนี้
* **ธุรกิจแพคเกจจิ้ง (SCGP) ชะลอตัว:** แม้จะยังคงมีกำไร แต่ธุรกิจแพคเกจจิ้งมีรายได้จากการขายลดลง 5% และ EBITDA ลดลง 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศชะลอตัวลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2566 จากปัจจัยดังนี้:
* **การฟื้นตัวของธุรกิจเคมิคอลส์:** ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ในไตรมาส 4 เป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด และคาดว่าแนวโน้มในปี 2566 จะดีขึ้น โดยเฉพาะการรับรู้ผลกำไรจากโครงการ Long Son Petrochemicals Complex (LSP) ที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์การใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูง
* **การเติบโตของธุรกิจแพคเกจจิ้ง:** แม้จะชะลอตัวในไตรมาสนี้ แต่ SCGP ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว จากการขยายตลาดและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 อยู่ที่ 157 ล้านบาท ลดลง 94% QoQ และ 98% YoY**
* **รายได้จากการขาย Q4/2565 อยู่ที่ 122,190 ล้านบาท ลดลง 14% QoQ และ 14% YoY**
* **ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) ขาดทุนสุทธิ 1,052 ล้านบาทใน Q4/2565 เทียบกับกำไร 4,500 ล้านบาทในปีก่อน**
* **ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 157 ล้านบาทใน Q4/2565**
* **EBITDA รวม Q4/2565 อยู่ที่ 10,122 ล้านบาท ลดลง 53% YoY**
* **EBITDA from Operations รวม Q4/2565 อยู่ที่ 6,004 ล้านบาท ลดลง 65% YoY**
* **ปี 2565 กำไรสุทธิรวม 21,382 ล้านบาท ลดลง 55% YoY**
* **บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565 ในอัตรา 8.0 บาทต่อหุ้น**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 SCC มีรายได้จากการขาย 122,190 ล้านบาท ลดลง 14% จากไตรมาสก่อนและเทียบปีก่อนหน้า โดยมี EBITDA เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน เป็น 10,122 ล้านบาท แต่ลดลง 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 157 ล้านบาท ลดลง 94% จากไตรมาสก่อน และลดลง 98% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากพิจารณากำไรที่ไม่รวมรายการสำคัญ (Profit excluding key items) อยู่ที่ 1,070 ล้านบาท ลดลง 66% จากไตรมาสก่อน และลดลง 85% จากปีก่อน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 SCC มีรายได้จากการขาย 569,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน โดยมี EBITDA ลดลง 33% มาอยู่ที่ 61,912 ล้านบาท และกำไรสำหรับปีลดลง 55% มาอยู่ที่ 21,382 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจเคมิคอลส์:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Long Son Petrochemicals Complex (LSP) ในเวียดนาม จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในปี 2566
* **การเติบโตของธุรกิจแพคเกจจิ้ง:** SCGP ยังคงมีศักยภาพในการขยายตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
* **การใช้เชื้อเพลิงทางเลือก:** การเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกช่วยลดต้นทุนและผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน
* **นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (SCG Green Choice):** การเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์ SCG Green Choice สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูง อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
* **ราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเคมิคอลส์และซีเมนต์ อาจกดดันส่วนต่างราคาขาย
* **สถานการณ์ในประเทศจีน:** มาตรการควบคุมโควิด-19 และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในจีน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการ LSP:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และผลประกอบการของโครงการ Long Son Petrochemicals Complex (LSP)
* **แนวโน้มราคาปิโตรเคมี:** การเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างราคาขายสินค้าเคมิคอลส์ (Spreads)
* **การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน:** ประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกและการบริหารจัดการต้นทุน
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดโลก:** สัญญาณการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรม
* **แผนการลงทุนในปี 2566:** การใช้จ่ายเงินลงทุนและทิศทางการลงทุนของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 4 ปี 2565 ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้จากการขาย 49,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มี EBITDA ลดลง 58% มาอยู่ที่ 1,965 ล้านบาท และขาดทุนสำหรับงวด 717 ล้านบาท หากไม่รวมรายการด้อยค่าสินทรัพย์และรายการสำคัญ EBITDA จากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) อยู่ที่ 2,811 ล้านบาท ลดลง 1,984 ล้านบาทจากปีก่อน และขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 157 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1,463 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้จากการขาย 204,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน EBITDA ลดลง 7% มาอยู่ที่ 17,540 ล้านบาท และกำไรสำหรับปีลดลง 11% มาอยู่ที่ 3,789 ล้านบาท โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) ลดลง 41% มาอยู่ที่ 4,670 ล้านบาท
ความต้องการซีเมนต์ในประเทศไตรมาส 4 ปี 2565 ขยายตัว 3% โดยความต้องการจากภาครัฐขยายตัว 4% ขณะที่ภาคครัวเรือนและภาคเอกชนขยายตัว 2% และ 3% ตามลำดับ ราคาเฉลี่ยปูนซีเมนต์อยู่ที่ 2,000-2,050 บาทต่อตัน ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่ซีเมนต์ เช่น กระเบื้องหลังคา ฝ้า เพดาน ขยายตัว 11% และกระเบื้องเซรามิกในประเทศเพิ่มขึ้น 2% จากความต้องการงานปรับปรุงซ่อมแซมที่เพิ่มขึ้น
ปริมาณขายกระเบื้องเซรามิกของ SCC ในภูมิภาคอาเซียนอยู่ที่ 39 ล้านตารางเมตร ลดลง 3% จากปีก่อน เนื่องจากความต้องการในตลาดต่างประเทศชะลอตัว แม้ราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 10%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 SCC มีหนี้สินสุทธิ 268,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34,053 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน
ต้นทุนทางการเงินปี 2565 อยู่ที่ 7,523 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,758 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.0% สูงกว่าปีก่อนที่ 2.7%
รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนในปี 2565 มีมูลค่า 52,188 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับโครงการ LSP คาดการณ์รายจ่ายลงทุนในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 40,000 - 50,000 ล้านบาท
EBITDA ในปี 2565 อยู่ที่ 61,912 ล้านบาท ขณะที่มีกระแสเงินสดจ่ายรวม 91,805 ล้านบาท ประกอบด้วยรายจ่ายลงทุน 52,188 ล้านบาท เงินปันผล 22,055 ล้านบาท ดอกเบี้ย 9,459 ล้านบาท และภาษีเงินได้ 8,103 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ SCC ในไตรมาส 4 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการขาดทุนของธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาสินค้าปิโตรเคมีที่ลดลง และต้นทุนพลังงานที่สูง แม้ธุรกิจซีเมนต์ฯ และแพคเกจจิ้งจะยังคงมีรายได้เติบโต แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจเคมิคอลส์ได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นในปี 2566 โดยเฉพาะจากการเดินเครื่องโครงการ LSP และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์โลก และความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|