บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5448 out_tok=1972 at=2026-07-26T03:51:28 -->
# SCC กำไรสุทธิปี 64 หด 38% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ราคาขายปรับไม่ได้
## ต้นทุนตะกั่วพุ่งกดดันกำไรสุทธิ SCC ปี 64 ลดลง 38.25% แม้รายได้ขายโต
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 97.68 ล้านบาท ลดลง 60.50 ล้านบาท หรือ 38.25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 8.77% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างตะกั่วที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องได้ทันที เนื่องจากสภาวะการแข่งขันในตลาด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ SCC ในปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาตะกั่ว ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแบตเตอรี่**
เหตุผลที่ต้นทุนวัตถุดิบส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรของบริษัท เนื่องจากต้นทุนขายของบริษัทในปี 2564 อยู่ที่ 77.17% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจาก 72.10% ในปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลโดยตรงจากการที่ราคาตะกั่วปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าได้ทันท่วงที เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลง จาก 27.90% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 22.83% ในปี 2564
สำหรับแนวโน้มในอนาคต **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบมีความผันผวนสูง และความสามารถในการปรับราคาขายขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการแข่งขัน ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มราคาตะกั่วหรือแผนการปรับราคาขายในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 38.25%:** อยู่ที่ 97.68 ล้านบาท จาก 158.18 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 8.77%:** อยู่ที่ 2,251.60 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของตลาดหลังสถานการณ์โควิด-19
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มเป็น 77.17% จาก 72.10%
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 22.83% จาก 27.90% เนื่องจากราคาตะกั่วสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** 16.01 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง:** อยู่ที่ 0.56 เท่า จาก 0.59 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 97.68 ล้านบาท ลดลง 38.25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 8.77% เป็น 2,251.60 ล้านบาท โดยการเติบโตของรายได้มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในตลาดผู้ประกอบการยานยนต์ ตลาดทดแทนภายในประเทศ ตลาดส่งออก และตลาดอื่นๆ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหลังสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาตะกั่วที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก จาก 27.90% เหลือ 22.83% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาด:** การปรับตัวดีขึ้นของสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ตลาดผู้ประกอบการยานยนต์ ตลาดทดแทนภายในประเทศ และตลาดส่งออก มีการฟื้นตัวและเติบโต
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** รายได้จากอัตราแลกเปลี่ยน, ค่านายหน้า และบัตรภาษีจากการส่งออก เพิ่มขึ้น ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาตะกั่วซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มผันผวนสูง และบริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันที
* **การแข่งขันในตลาด:** สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงทำให้บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาตะกั่วและวัตถุดิบหลักอื่นๆ
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน
* กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของฝ่ายจัดการ
* การฟื้นตัวของตลาดในภาคยานยนต์และตลาดทดแทน
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้และต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 8.77% เป็น 2,251.60 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของตลาดในกลุ่มยานยนต์ ตลาดทดแทนภายในประเทศ และตลาดส่งออก
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มเป็น 77.17% จาก 72.10% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาตะกั่วที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 27.90% เหลือ 22.83% เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 16.01 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,469.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (จากต้นทุนตะกั่วสูงขึ้น) และลูกหนี้การค้า
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 529.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าจากการจัดซื้อวัตถุดิบ
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ลดลง 113.49 ล้านบาท เป็น 91.70 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไร การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ และลูกหนี้การค้า
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสด 40.97 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเพื่อซื้ออาคารและอุปกรณ์
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 51.58 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและการจ่ายหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน:** เพิ่มขึ้นเป็น 2.45 เท่า จาก 2.31 เท่า เนื่องจากสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงเป็น 0.56 เท่า จาก 0.59 เท่า
## สรุปท้าย
แม้ว่า SCC จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของตลาดและมีรายได้จากการขายที่เติบโตขึ้น แต่ผลประกอบการในปี 2564 กลับถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างตะกั่วที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก และกำไรสุทธิหดตัวลงกว่า 38% ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|