บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11354 out_tok=2729 at=2026-07-26T03:34:58 -->
# PRARAM9 กำไร Q2/2565 พุ่ง 959% รับแรงหนุนผู้ป่วยนอก-ต่างชาติฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 52.6% จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการรักษาที่หลากหลาย ขณะที่ต้นทุนต่อรายได้ลดลง
บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PRARAM9 รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 980.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 124.8 ล้านบาท เติบโตถึง 959.0% จาก 11.8 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: โรงพยาบาล
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: รายได้ผู้ป่วยนอก (OPD), รายได้ผู้ป่วยใน (IPD), รายได้ลูกค้าต่างชาติ, อัตรากำไรขั้นต้น, EBITDA
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRARAM9 ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 52.6% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
**สาเหตุที่ผลประกอบการเปลี่ยนแปลง:**
1. **การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD):** รายได้จาก OPD เพิ่มขึ้น 61.3% และ IPD เพิ่มขึ้น 43.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 ควบคู่ไปกับการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงซึ่งสามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ นอกจากนี้ การผ่าตัดและหัตถการต่างๆ รวมถึงศูนย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์เลสิค วัคซีนโมเดอร์นา ศูนย์กุมารเวชกรรม และสถาบันหัวใจและหลอดเลือด ก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตขึ้น
2. **การกลับมาของลูกค้าชาวต่างชาติ:** รายได้จากลูกค้าต่างชาติเติบโตถึง 114.3% ทำให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 13% ของรายได้โรงพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วยจากกลุ่ม CLMV และลูกค้าชาวจีนที่เดินทางเข้ามาใช้บริการมากขึ้น หลังจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ
3. **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาล (รวมค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย) เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 79.1% ในปีก่อน เหลือ 68.4% ในปีนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมก็ลดลงเช่นกัน สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีเยี่ยม
**แนวโน้มความต่อเนื่อง:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการเปิดประเทศน่าจะส่งผลดีต่อเนื่องต่อรายได้จากลูกค้าชาวต่างชาติ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและการเติบโตของศูนย์เฉพาะทางต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่และการเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 52.6% YoY** แตะ 980.04 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 พุ่ง 959.0% YoY** แตะ 124.8 ล้านบาท
* **รายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้น 61.3%** จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและการรักษาที่หลากหลาย
* **รายได้จากลูกค้าต่างชาติโต 114.3%** สัดส่วนเพิ่มเป็น 13% จาก 10% หนุนโดยผู้ป่วย CLMV และจีน
* **ต้นทุนต่อรายได้โรงพยาบาลลดลง** จาก 79.1% เหลือ 68.4%
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 169.5%** แตะ 227.7 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 980.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.6% เมื่อเทียบกับ 642.2 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 53.4% เป็น 969.9 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากทั้งรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เพิ่มขึ้น 61.3% และรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น 43.7% โดยเฉพาะการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและการรักษาในศูนย์เฉพาะทางต่างๆ รวมถึงการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 32.8% เป็น 663.8 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลลดลงจาก 79.1% เหลือ 68.4% ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 26.0% เป็น 163.9 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 20.3% เหลือ 16.7%
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 1,155.0% เป็น 152.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 959.0% เป็น 124.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 12.7% จาก 1.8% ในปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,959.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.4% และมีกำไรสุทธิ 281.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 456.0%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างประเทศ:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะหนุนรายได้จากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพและบริษัทคู่สัญญา:** กลยุทธ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอ
* **การเติบโตของศูนย์เฉพาะทาง:** ศูนย์เลสิค, ศูนย์กุมารเวชกรรม, สถาบันหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงศูนย์วัคซีนโมเดอร์นา เป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ป่วยและเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อการรักษา
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่:** แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง แต่การระบาดซ้ำอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางและเข้ารับบริการ
* **การเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร:** เป็นอีกโรคที่ต้องติดตามและอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมสาธารณสุข
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของลูกค้าชาวต่างชาติ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากลูกค้าชาวต่างชาติในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการระบาดของโรคอุบัติใหม่ต่อจำนวนผู้ป่วยและการดำเนินงาน
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* การเติบโตของรายได้จากศูนย์เฉพาะทางต่างๆ
* ความคืบหน้าในการขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพและบริษัทคู่สัญญา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: โรงพยาบาล)
**รายได้:** การเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565 มาจากทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยเฉพาะการกลับมาของผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 และการรักษาในศูนย์เฉพาะทางต่างๆ การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยชาวต่างชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV และจีน สะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติหลังการเปิดประเทศ
**ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** สัดส่วนต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำได้ดี แม้จะมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเครื่องมือแพทย์และอาคารใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,276.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 14.7% เป็น 1,838.1 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 1,090.9 ล้านบาท
หนี้สินรวมลดลง 3.7% เป็น 827.3 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 6.4% ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 5.6% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.2 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 4,449.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนปี 2565 อยู่ที่ 484.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 187.6 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับกำไรที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเป็นบวกเล็กน้อย 28.1 ล้านบาท จากการถอนเงินฝากประจำและลงทุนในตราสารหนี้ ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 112.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายปันผลและชำระคืนหนี้สินตามสัญญาเช่า
## สรุปท้าย
PRARAM9 โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่นทั้งรายได้และกำไร โดยมี "หัวใจกำไร" มาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ประกอบกับการกลับมาของลูกค้าชาวต่างชาติหลังการเปิดประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากการระบาดของโรคอุบัติใหม่ แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเติบโตของศูนย์เฉพาะทางยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|