บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3968 out_tok=1940 at=2026-07-26T04:07:17 -->
# SCC กำไรสุทธิ Q3/2564 ดิ่งลง 75% รับเศรษฐกิจซบเซา-คำสั่งซื้อต่างประเทศชะลอ
## รายได้-กำไรปรับตัวตามภาวะตลาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากเศรษฐกิจในประเทศซบเซาและยอดขายสินค้ากลุ่มยาง N-95 ชะลอ
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 5.59 ล้านบาท ลดลง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวดเก้าเดือนมีกำไรสุทธิ 22.11 ล้านบาท ลดลง 32% โดยปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาและยอดขายสินค้ากลุ่มยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N-95 ในต่างประเทศที่ชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SCC ในไตรมาส 3 และงวดเก้าเดือนปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซา** และ **ยอดขายสินค้ากลุ่มยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N-95 ในต่างประเทศที่ชะลอการสั่งซื้อ** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้และกำไรจากการดำเนินงานโดยตรง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการโดยรวมลดลง ซึ่งกระทบต่อยอดขายของบริษัทฯ โดยตรง นอกจากนี้ การชะลอตัวของการสั่งซื้อหน้ากาก N-95 จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าที่บริษัทฯ มีความสามารถในการผลิตและส่งออก ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการดำเนินงานลดลง เมื่อรายได้ลดลง ประกอบกับต้นทุนที่อาจไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวลดลงตามไปด้วย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากถ้อยคำที่ระบุว่า "ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซา" และ "สภาวะโควิด-19" บ่งชี้ว่าปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลต่อเนื่องไปในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของคำสั่งซื้อหน้ากาก N-95 อาจเป็นปัจจัยที่มีลักษณะ **ครั้งคราว** มากกว่า หากสถานการณ์การระบาดของโรคทั่วโลกคลี่คลายลง ความต้องการสินค้าดังกล่าวอาจกลับมาฟื้นตัวได้ แต่โดยรวมแล้ว ปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5.59 ล้านบาท ลดลง 75% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวดเก้าเดือนมีกำไรสุทธิ 22.11 ล้านบาท ลดลง 32%
* **อัตรากำไรปรับตัวลง:** อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) ลดลงจาก 3.94% เป็น 1.03% ในไตรมาส 3 และจาก 11.01% เป็น 4.09% ในงวดเก้าเดือน
* **อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลง:** จาก 5.25% เป็น 1.46% ในไตรมาส 3 และจาก 14.67% เป็น 5.79% ในงวดเก้าเดือน
* **ประสิทธิภาพสินทรัพย์ลดลง:** อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมลดลงจาก 0.37 เท่า เป็น 0.28 เท่า ในไตรมาส 3
* **ระยะเวลาเก็บหนี้เพิ่มขึ้น:** ระยะเวลาในการเก็บหนี้เพิ่มขึ้นจาก 67 วัน เป็น 83 วัน ในไตรมาส 3
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ รายงานว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 5.59 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 22.34 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 คิดเป็นการลดลง 75% สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 22.11 ล้านบาท ลดลง 32.46 ล้านบาท หรือลดลง 32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 54.57 ล้านบาท
## โอกาส
เอกสารไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโต หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจนสำหรับ SCC ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเน้นไปที่การอธิบายผลประกอบการที่ลดลงเป็นหลัก
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักที่ฝ่ายจัดการระบุ คือ **ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซา** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าและบริการโดยรวม นอกจากนี้ **การชะลอตัวของการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N-95 ในต่างประเทศ** ก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อรายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และผลกระทบต่อกำลังซื้อ
* การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N-95 จากต่างประเทศ
* ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในเอกสารที่ได้รับมา ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง เช่น ยอดโอน (Transfer Value), ยอดขายรอโอน (Backlog), การเปิดโครงการใหม่ (New Project Launches), หรืออัตราการเช่า (Occupancy Rate) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของกลุ่มธุรกิจนี้ ข้อมูลที่ได้รับเน้นไปที่ภาพรวมผลประกอบการและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง **อัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้** ที่ลดลงจาก 1.33 เท่า เป็น 1.09 เท่า ในไตรมาส 3 และจาก 3.97 เท่า เป็น 3.21 เท่า ในงวดเก้าเดือน ซึ่งส่งผลให้ **ระยะเวลาในการเก็บหนี้เพิ่มขึ้น** จาก 67 วัน เป็น 83 วัน ในไตรมาส 3 และจาก 68 วัน เป็น 84 วัน ในงวดเก้าเดือน รวมถึง **อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือลดลง** และ **ระยะเวลาการถือครองสินค้าเพิ่มขึ้น** ซึ่งอาจสะท้อนถึงการขายที่ชะลอตัวลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ มีเจ้าหนี้การค้าลดลง
เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเป็นการลงทุนในเงินฝากประจำและพันธบัตรรัฐบาล
เงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเป็นการจ่ายเงินปันผลประจำปีและหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16
เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข D/E Ratio หรือข้อมูลฐานะการเงินอื่นๆ ที่ชัดเจน
## สรุปท้าย
SCC เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 3 และงวดเก้าเดือนปี 2564 จากปัจจัยกดดันด้านเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาและคำสั่งซื้อสินค้า N-95 ที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมลดลง โดยเฉพาะระยะเวลาการเก็บหนี้ที่ยาวนานขึ้นและสินค้าคงเหลือที่ถือครองนานขึ้น แม้จะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ลดลง แต่บริษัทยังคงมีการลงทุนในตราสารทางการเงิน และมีการจ่ายเงินปันผลและชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศและการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|