บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18071 out_tok=2846 at=2026-07-26T03:40:02 -->
# IVL กำไร Q1/2566 ฟื้นตัว QoQ จากปริมาณขายและต้นทุนพลังงานที่ลดลง
## รายได้ทรงตัว YoY แต่ EBITDA พลิกบวกแรง รับอานิสงส์ต้นทุนพลังงานยุโรปลด-ปริมาณขายกลุ่ม CPET-Fibers เพิ่ม
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงาน 4,027 ล้านเหรียญสหรัฐ ทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Reported EBITDA) พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 301 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 269% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะลดลง 62% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณการผลิตในกลุ่ม CPET และ Fibers รวมถึงการลดลงของต้นทุนพลังงานในทวีปยุโรป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ (เน้น PET, IOD, Fibers)
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ IVL ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คือ **การฟื้นตัวของปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจ Combined PET (CPET) และ Fibers ประกอบกับการลดลงของต้นทุนพลังงานในทวีปยุโรป** ซึ่งส่งผลให้ Reported EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 269% QoQ แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 5% QoQ โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจ CPET และ Fibers ซึ่งอัตรากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 64% ในไตรมาส 4 ปี 2565 เป็น 72% ในไตรมาสนี้ การฟื้นตัวนี้ส่วนหนึ่งมาจากการที่อุตสาหกรรมเริ่มคลี่คลายจากการลดระดับสินค้าคงคลังอย่างหนักในช่วงปลายปี 2565 โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เริ่มกลับมาเปิดประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการขาย PET ปรับตัวดีขึ้น
2. **ต้นทุนพลังงานที่ลดลง:** ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 81 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ต้นทุนผันแปรของบริษัทลดลง 49 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่ได้รับประโยชน์จากการกลับสู่ระดับปกติของราคาพลังงาน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนได้อย่างมาก
3. **การบริหารจัดการต้นทุน:** โครงการ Olympus Cost Transformation Program ยังคงมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนสะสมรวมได้ถึง 464 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมาจากการปรับปรุงความเป็นเลิศในการดำเนินงาน การจัดซื้อ และห่วงโซ่อุปทาน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปริมาณการขายจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตลอดทั้งปีจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากการสิ้นสุดของการลดระดับสินค้าคงคลัง และการเปิดประเทศของจีน นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากำไรในธุรกิจ MEG, PIA และ Polyester Fiber จะปรับตัวดีขึ้นตามอุปสงค์ในจีนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาพลังงานคาดว่าจะยังคงต่ำตลอดทั้งปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนแปรผันอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **Reported EBITDA พลิกบวกแรง:** อยู่ที่ 301 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 269% QoQ และ 62% YoY จาก 82 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 784 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ
* **รายได้จากการขายทรงตัว QoQ แต่ลดลง YoY:** อยู่ที่ 4,027 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% QoQ และลดลง 9% YoY
* **ปริมาณการขายฟื้นตัว:** เพิ่มขึ้น 5% QoQ จาก 3.28 ล้านตัน เป็น 3.46 ล้านตัน แต่ลดลง 8% YoY จาก 3.76 ล้านตัน
* **ต้นทุนพลังงานลดลง:** ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยลดลง 8% QoQ และ 20% YoY ส่งผลดีต่อต้นทุนแปรผัน
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับบริหารจัดการได้:** อยู่ที่ 0.97 เท่า (หนี้สินจากการดำเนินงานสุทธิต่อทุน)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 IVL มีรายได้จากการขายรวม 4,027 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Reported EBITDA) อยู่ที่ 301 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญถึง 269% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (82 ล้านเหรียญสหรัฐ) แต่ลดลง 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (784 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทั้งนี้ กำไรสุทธิหลังหักภาษีและส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมอยู่ที่ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 109% QoQ แต่ลดลง 93% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน:** การเปิดประเทศจีนส่งผลดีต่ออุปสงค์ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคบริการ และคาดว่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ IVL เช่น PET, PIA, Polyester Fiber และ Mobility Fibers
* **ราคาพลังงานที่ลดลง:** แนวโน้มราคาพลังงานที่คาดว่าจะต่ำตลอดทั้งปี ช่วยลดต้นทุนแปรผันและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะในทวีปยุโรป
* **การบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** โครงการ Olympus Cost Transformation Program ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดี ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน:** ความร่วมมือกับ Evertis และ Polymateria ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนการปรับตัวตามเทรนด์ ESG และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่ออุปสงค์ในบางตลาด เช่น ตลาด crops solution ในอเมริกาใต้
* **การลดระดับสินค้าคงคลัง:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบจากการลดระดับสินค้าคงคลังยังคงส่งผลต่อเนื่องในบางอุตสาหกรรม
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์:** แม้ราคาพลังงานจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอื่นๆ เช่น อีเทน และบิวเทน ยังคงส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น PET อาจกดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายในกลุ่ม CPET และ Fibers จะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ทิศทางราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานและวัตถุดิบหลัก เช่น อีเทน จะส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไรอย่างไร
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดจีน:** การเติบโตของ GDP จีน และการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม จะส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไรของ IVL มากน้อยเพียงใด
* **ผลกระทบจากโครงการปรับปรุงการดำเนินงาน:** ความคืบหน้าและผลลัพธ์ของโครงการ Olympus Cost Transformation Program
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์)
**ธุรกิจ Combined PET (CPET):** Reported EBITDA อยู่ที่ 142 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 621% QoQ แต่ลดลง 74% YoY ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 6% QoQ แต่ลดลง 9% YoY ได้รับผลดีจากราคาพลังงานที่ลดลงในยุโรป แต่ได้รับผลกระทบจากอัตราค่าขนส่งที่กลับสู่ระดับปกติในยุโรปและบราซิล อัตรากำไรมาตรฐาน Integrated MEG เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ธุรกิจบรรจุภัณฑ์รับรู้ปริมาณการขายลดลง 4% QoQ จากอุปสงค์ชะลอตัวในเวียดนามและฟิลิปปินส์
**ธุรกิจ Integrated Oxides and Derivatives (IOD):** Reported EBITDA อยู่ที่ 128 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37% QoQ และ 4% YoY ปริมาณการขายลดลง 1% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 4% YoY กลุ่ม Integrated Intermediates ได้รับประโยชน์จากราคาอีเทนที่ลดลงและอัตรากำไรเอทิลีนที่ดีขึ้นในสหรัฐฯ แต่ได้รับผลกระทบจากปริมาณการขายที่ลดลงจากการปิดโรงงานเพื่อบำรุงรักษา อัตรากำไร MTBE ยังคงแข็งแกร่งจากอุปสงค์น้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น กลุ่ม Integrated Downstream ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น QoQ แต่ได้รับผลกระทบจากการลดระดับสินค้าคงคลังในอเมริกาใต้ อุปสงค์ LAB ยังอ่อนแอ
**ธุรกิจ Fibers:** Reported EBITDA อยู่ที่ 32 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 514% QoQ แต่ลดลง 69% YoY ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 13% QoQ แต่ลดลง 20% YoY การเปิดประเทศจีนช่วยกระตุ้นอุปสงค์ กลุ่ม Lifestyle Fibers คาดว่าอัตรากำไรจะดีขึ้นตามเศรษฐกิจจีน กลุ่ม Mobility Fibers ได้รับประโยชน์จากยอดขายรถยนต์ที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะในเอเชีย ราคาพลังงานที่ลดลงในยุโรปช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร กลุ่ม Hygiene Fibers การทำกำไรดีขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาโพลีโพรพิลีนส่งผลให้เกิดการส่งผ่านราคาที่ล่าช้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีหนี้สินจากการดำเนินงานสุทธิต่อทุน (Net Operating Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.97 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.96 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า และสูงขึ้นจาก 0.84 เท่าในปีก่อน โดยมีหนี้สินรวม 7,540 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินสดพร้อมรายการเทียบเท่าเงินสด 665 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสัดส่วนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 61% ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 199 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 60% QoQ และ 64% YoY เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ
## สรุปท้าย
IVL ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในกลุ่ม CPET และ Fibers ประกอบกับการลดลงของต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคและราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและบริหารจัดการได้ดี การเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์และการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่องจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลประกอบการที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|