บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21850 out_tok=1980 at=2026-07-26T04:16:35 -->
# SCC กำไร Q2/66 พุ่ง 39% รับยอดขายในประเทศโต สวนทางต้นทุนวัตถุดิบ
## รายได้-กำไร เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนเทศกาลสงกรานต์และการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ขณะที่ต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 190.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากช่วงเทศกาลสงกรานต์และการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนขายยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในประเทศ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 38.96% หรือ 53.52 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบหลัก แต่การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายในประเทศในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงบวกหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **ช่วงเทศกาลสงกรานต์** ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางและจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดขายในประเทศเติบโตขึ้นถึง 20.19% จากช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) หน่วยรถเงินสด และโมเดิร์นเทรด นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลดีต่อภาพรวมการบริโภคภายในประเทศ
ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 13.54% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้น เกิดจาก **ราคาวัตถุดิบหลักทางการเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี โปรตีนธัญพืช และพริก มีการปรับราคาสูงขึ้น** รวมถึงราคาภาชนะบรรจุบางรายการ เช่น ขวดแก้วและขวดพลาสติกที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายให้ลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย จาก 8.52% ในไตรมาส 2/2565 เป็น 7.36% ในไตรมาส 2/2566 และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจาก 5.27% เป็น 4.71% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุน** การเติบโตของยอดขายในประเทศที่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่องในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการปรับราคาขายสินค้าอย่างเหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 38.96% YoY** แตะ 190.90 ล้านบาท จาก 137.38 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายในประเทศพุ่ง 20.19%** รับอานิสงส์เทศกาลสงกรานต์และกำลังซื้อที่ฟื้นตัว
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.54%** จากราคาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรและภาชนะบรรจุที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ดีขึ้น** จาก 33.05% เป็น 36.98%
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย**
* **ยอดขายต่างประเทศเติบโต 33.14%** ในไตรมาส 2/66 จากการเร่งส่งมอบออเดอร์ค้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 360.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,762.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.01% จากการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น และยอดขายส่วนใหญ่มาจากช่องทางการจำหน่ายในประเทศที่เติบโต 17.53% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.32% จากราคาวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น
## โอกาส
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและยอดขายในประเทศ
* การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการปรับราคาขายสินค้าอย่างเหมาะสม
* การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาวัตถุดิบทางการเกษตรและต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่ออุปสงค์
* การแข่งขันในตลาดที่อาจรุนแรงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนพลังงานในไตรมาสถัดไป
* การปรับตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
* แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาด
* ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐต่อภาคการบริโภคและการลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารที่ให้มาจะไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง แต่ SCC มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยยอดขายในประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคัก ซึ่งอาจรวมถึงการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างด้วย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,956.93 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 330.66 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 2,626.27 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.126 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ ไม่มีหนี้สินจากการกู้ยืมระยะยาว โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 95.58% เป็น 515.96 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้าและเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าลดลง ในขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนลดลง และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินติดลบจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
SCC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|