บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12341 out_tok=2905 at=2026-07-27T12:22:25 -->
# CKPower Q2/2564 กำไรพุ่ง 845% รับอานิสงส์น้ำไหลเข้าโรงไฟฟ้า NN2-XPCL
## ปริมาณน้ำไหลเข้าสูงหนุนรายได้-กำไรโตแรง ขณะที่ฝ่ายบริหารเน้นการบริหารต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 2,295.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า NN2 และการรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการหลวงพระบางพาวเวอร์ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 845.0% YoY อยู่ที่ 707.0 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: พลังงาน (ไฟฟ้า)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: ปริมาณน้ำไหลเข้า, ปริมาณขายไฟฟ้า, ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน, ต้นทุนเชื้อเพลิง, ค่าใช้จ่ายทางการเงิน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของ CKPower ในไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 845.0% YoY มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) รายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า NN2 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ (2) การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่สูงขึ้นอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้น:** ปัจจัยหลักคือปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้า NN2 ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก ประกอบกับปริมาณน้ำสะสมต้นปีก็สูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าของ NN2 เพิ่มขึ้นถึง 143.1% YoY จาก 209.4 ล้านหน่วย เป็น 509.1 ล้านหน่วย ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อรายได้รวมของบริษัท
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เพิ่มขึ้น:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL เพิ่มขึ้น YoY อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับการที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงจากการปรับตัวลดลงของอัตราดอกเบี้ยและ การทยอยชำระคืนเงินต้น ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มกำไรจากเงินลงทุนนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยน้ำ:** ปัจจัยด้านปริมาณน้ำไหลเข้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ CKPower การที่ปริมาณน้ำไหลเข้าสูงในไตรมาส 2 ปี 2564 บ่งชี้ถึงศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ดี อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำเป็นปัจจัยธรรมชาติที่ผันผวน การจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกันอาจต้องพึ่งพาสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ในส่วนของส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL หากปริมาณน้ำยังคงอยู่ในระดับที่ดีและค่าใช้จ่ายทางการเงินยังคงบริหารจัดการได้ดี ก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนผลประกอบการได้ต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 845.0% YoY:** เติบโตจาก 94.9 ล้านบาท เป็น 707.0 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **รายได้รวมโต 25.3% YoY:** อยู่ที่ 2,295.2 ล้านบาท หนุนโดยรายได้ขายไฟฟ้า NN2 และรายได้ค่าบริหารโครงการ
* **ปริมาณน้ำไหลเข้า NN2 สูง:** ส่งผลให้ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 143.1% YoY
* **ส่วนแบ่งกำไร XPCL เพิ่มขึ้นมาก:** จากปริมาณน้ำไหลผ่านที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลดลง:** โดยเฉพาะของ BIC ที่ลดลง 15.4% YoY ตามราคาก๊าซธรรมชาติที่ต่ำลง
* **การออกหุ้นกู้ 4,000 ล้านบาท:** เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
CKPower รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 2,295.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 ซึ่งได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำไหลเข้าที่สูงขึ้น และการรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการหลวงพระบางพาวเวอร์ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2563 สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 4,396.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% YoY
ในด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตอย่างโดดเด่น โดยในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 707.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 845.0% YoY และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 821.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 289.1% YoY การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าของ NN2 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **ศักยภาพโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสูงในฤดูฝนเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น NN2 และ XPCL
* **การรับรู้รายได้โครงการใหม่:** การเริ่มรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการหลวงพระบางพาวเวอร์ตั้งแต่ปลายปี 2563 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ต่อเนื่อง
* **การบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง:** การที่ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยลดลงเป็นโอกาสในการลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า BIC
* **การลงทุนใน XPCL:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งกำไรในอนาคตหากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของปริมาณน้ำ:** ปริมาณน้ำไหลเข้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้และการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อการลงทุนอาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ:** โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า NN2 และ XPCL ในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL:** โดยพิจารณาจากปริมาณน้ำไหลผ่านและค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* **แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ:** ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า BIC
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อการลงทุนใน XPCL
* **การดำเนินงานของโครงการหลวงพระบางพาวเวอร์:** และการรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: พลังงาน)
**รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ:**
* **NN2:** รายได้เพิ่มขึ้น 26.1% YoY ใน Q2/2564 และ 23.1% YoY ใน 6M/2564 จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 143.1% YoY ใน Q2/2564 และ 124.8% YoY ใน 6M/2564 เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงกว่าปีก่อน
* **BIC:** รายได้ลดลง 11.1% YoY ใน Q2/2564 และ 8.7% YoY ใน 6M/2564 เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่ำลงส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าลดลง และมีการซ่อมบำรุงย่อยตามแผน
* **BKC:** รายได้เพิ่มขึ้น 26.4% YoY ใน Q2/2564 และ 29.9% YoY ใน 6M/2564 จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นหลังเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์ และการเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน
**รายได้ค่าบริหารโครงการ:** เพิ่มขึ้น 82.7% YoY ใน Q2/2564 และ 77.0% YoY ใน 6M/2564 จากการเริ่มรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางตั้งแต่ Q4/2563
**ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** เพิ่มขึ้น 707.0% YoY ใน Q2/2564 และ 219.8% YoY ใน 6M/2564 จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
**ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% YoY ใน Q2/2564 แต่ลดลง 0.6% YoY ใน 6M/2564 โดยมีค่าเชื้อเพลิงของ BIC ลดลงตามราคาก๊าซฯ แต่มีค่าดำเนินการและซ่อมบำรุง, ค่าผ่านสาย, ค่าสัมปทาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นปี 2563 เป็น 68,429.1 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วม (LPCL, XPCL) และลูกหนี้จากการขายไฟฟ้า หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 33,270.9 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้ยืมระยะสั้น 1,800 ล้านบาท เพื่อชำระค่าหุ้น XPCL ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.3% เป็น 35,158.2 ล้านบาท จากการรับรู้ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,456.7 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนที่ 4,005.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนเพิ่มเติมใน LPCL และ XPCL ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมลดลง 28.5% จากสิ้นปี 2563
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.95 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.91 เท่า ขณะที่อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเป็น 2.10 เท่า จาก 1.68 เท่า
## สรุปท้าย
CKPower ในไตรมาส 2 ปี 2564 โชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 845.0% YoY เป็นผลมาจากปัจจัยบวกด้านปริมาณน้ำไหลเข้าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า NN2 เพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน XPCL ที่สูงขึ้นจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณน้ำและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าหลักและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|