บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12405 out_tok=2054 at=2026-07-26T04:02:40 -->
# SCC กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 4% เหตุส่วนแบ่งผลกำไรจาก ADVANC และ THCOM หดตัว
## ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากค่าเสื่อมราคาคลื่น 700MHz และผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ธุรกิจอื่นมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นสตาร์ทอัพ
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิรวม 2,552 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทร่วม คือ เอไอเอส (ADVANC) และไทยคม (THCOM) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมของกลุ่มอินทัช (SCC) ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับลดลง 4% มาอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท มาจากการลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทร่วมหลักสองแห่ง คือ เอไอเอส (ADVANC) และไทยคม (THCOM) โดยส่วนแบ่งผลกำไรจากเอไอเอสลดลง 5% และจากไทยคมลดลง 54% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรจากเอไอเอสมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เกิดจากการรับมอบใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อเดือนเมษายน 2564 ประกอบกับการลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในส่วนของไทยคมนั้น การลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรเกิดจากมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้น และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ในไตรมาส 1 ปี 2564 ไทยคมมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม มีรายการพิเศษที่ช่วยหนุนผลประกอบการในส่วนของ "ธุรกิจอื่น" โดยอินทัชได้ขายเงินลงทุนในบริษัท Ninja Logistics Pte. ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่เข้าลงทุนเมื่อปี 2562 ได้เงินจำนวน 5.73 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นผลตอบแทน (IRR) ที่ร้อยละ 35
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งผลกำไรจากเอไอเอส โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ **มีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามปกติหลังได้รับใบอนุญาต ส่วนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น **มีลักษณะครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงิน
สำหรับไทยคม การลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและผลขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของค่าเงินและการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมลดลง 4% YoY:** อยู่ที่ 2,552 ล้านบาท จาก 2,660 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564
* **ส่วนแบ่งผลกำไรจาก ADVANC ลดลง 5%:** เป็น 2,552 ล้านบาท จาก 2,687 ล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาคลื่น 700MHz และผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
* **ส่วนแบ่งผลกำไรจาก THCOM ลดลง 54%:** เป็น 21 ล้านบาท จาก 46 ล้านบาท จากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า
* **ธุรกิจอื่นมีกำไรพิเศษ:** จากการขายเงินลงทุนใน Ninja Logistics ได้รับผลตอบแทน 35%
* **ต้นทุนการดำเนินงานลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมลดลง 58% จากการปรับโครงสร้างองค์กร
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มอินทัชมีกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/2565 จำนวน 2,552 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรจากเอไอเอสและไทยคม ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในขณะที่ธุรกิจอื่นมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 50% จาก 4 ล้านบาท เป็น 6 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน:** เอไอเอส ไฟเบอร์ มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 30% YoY จากความต้องการทำงานจากบ้านที่ต่อเนื่อง
* **การขยายบริการด้านดาวเทียม:** ไทยคมร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาและขยายบริการใหม่ๆ เช่น การใช้ดาวเทียมสำรวจระยะไกลเพื่อประกันภัยพืชผล และการพัฒนาสถานีภาคพื้นดินสำหรับ LEO Satellite
* **การปรับโครงสร้างองค์กร:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่:** ยังคงรุนแรงจากการนำเสนอแพ็กเกจราคาต่ำเพื่อรักษาฐานลูกค้า และการแข่งขันเพื่อเพิ่มฐานลูกค้า 5G
* **ปัญหาการขาดแคลนชิปเซ็ต:** ส่งผลกระทบต่อการขายโทรศัพท์มือถือรุ่นที่รองรับ 5G
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของไทยคม
* **การอ่อนตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค:** จากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับรู้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากคลื่น 700MHz ของ ADVANC
* ผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้านต่อ ARPU
* ความคืบหน้าของความร่วมมือใหม่ๆ ของไทยคม และอัตราการใช้บริการดาวเทียม
* ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* ผลการดำเนินงานของธุรกิจอื่น และการบริหารจัดการเงินลงทุนในสตาร์ทอัพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: เอกสารที่ให้มาเป็นของกลุ่มอินทัช (INTUCH) ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักด้านการลงทุนในบริษัทโทรคมนาคมและดาวเทียม ไม่ใช่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างตามที่ระบุในจุดโฟกัส จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามเลนส์ sector ที่กำหนดได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2564 เป็น 56,218 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลค้างรับจาก ADVANC และ THCOM
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 68% จากสิ้นปี 2564 เป็น 12,227 ล้านบาท หลักๆ มาจากเงินปันผลค้างจ่าย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 6% จากสิ้นปี 2564 เป็น 43,991 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.7 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.6 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2564
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดรวมเพิ่มขึ้น 1,596 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
กลุ่มอินทัช (SCC) ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากส่วนแบ่งผลกำไรที่ลดลงของบริษัทร่วมหลักอย่าง ADVANC และ THCOM ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้จะมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นสตาร์ทอัพเข้ามาช่วยบางส่วน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านของ ADVANC และความพยายามในการขยายบริการใหม่ๆ ของ THCOM ยังคงเป็นโอกาสสำคัญ ขณะที่ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงและกำลังซื้อที่อ่อนแอของผู้บริโภคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|