บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
262.00
2.00 (0.76%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย มีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง นอกจากนั้นผลจากส่วนต่าง ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=23293 out_tok=2997 at=2026-07-22T20:03:08 -->
# SCC กำไร Q2/2569 พุ่ง 85% รับอานิสงส์ปิโตรเคมี-ธุรกิจเวียดนาม
## ปัจจัยหลักหนุนกำไรโตสวนทางเศรษฐกิจโลกผันผวน ชี้ส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์-ผลงาน SCGP อินโดฯ เด่น
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่ยังคงสร้างผลงานที่แข็งแกร่ง โดยกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 85% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกในกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลประกอบการที่ดีขึ้นของ SCGP ในประเทศอินโดนีเซีย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCC ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจปิโตรเคมี (SCGC) จากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP) ในประเทศอินโดนีเซีย** โดยกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากการหยุดเดินโรงงานบางส่วนของ SCGC และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจของ SCG Decor
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**SCGC:** การเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (เช่น PE, PP, PVC) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัวในภูมิภาคเอเชียจากการหยุดเดินโรงงานของผู้ผลิตหลายรายเนื่องจากการจัดหาวัตถุดิบมีจำกัด ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าโรงงาน ROC และ LSP จะหยุดเดินเครื่องชั่วคราว แต่โรงงาน MOC ในไทยยังคงเดินเครื่องในระดับสูงและเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง (HVA) นอกจากนี้ การขายหุ้นบริษัท PT Chandra Arsi Pacific Tbk. (CAP) ยังช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
**SCGP:** ผลประกอบการที่ดีขึ้นในประเทศอินโดนีเซียเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในเวียดนาม
**ปัจจัยอื่นๆ:** การรับรู้เงินปันผลรับในไตรมาสนี้ยังช่วยสนับสนุนกระแสเงินสดให้มีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจของ SCG Decor ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรบ้าง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก:**
* **SCGC:** ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับที่ดี จากปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การกลับมาเดินเครื่องของโรงงาน ROC และการเดินหน้าโครงการ LSPE ในเวียดนามจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต
* **SCGP:** การเติบโตในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม คาดว่าจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่ต้องพิจารณาถึงสภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **SCG Cement-Building Materials:** ตลาดปูนซีเมนต์ในไทยทรงตัว แต่ตลาดในอาเซียน เช่น เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ยังมีสัญญาณการเติบโต โดยเฉพาะจากโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ การปรับโครงสร้างธุรกิจและการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
โดยรวมแล้ว ปัจจัยบวกจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีและการเติบโตของ SCGP มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง แต่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยด้านราคาโภคภัณฑ์จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 85% QoQ** แตะ 11,535 ล้านบาท จาก 6,233 ล้านบาทใน Q1/2569
* **Adjusted Cash EBITDA เติบโตโดดเด่น 87% QoQ** อยู่ที่ 27,984 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
* **รายได้จากการขาย Q2/2569 เพิ่มขึ้น 10% QoQ** เป็น 136,243 ล้านบาท จากราคาขายสินค้าปิโตรเคมีที่สูงขึ้น และปริมาณขาย SCGP ที่เพิ่มขึ้น
* **SCGC เป็นพระเอก:** กำไรเติบโตสูงจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น แม้โรงงานบางส่วนหยุดเดินเครื่อง
* **SCGP อินโดนีเซียและเวียดนามทำผลงานได้ดี:** หนุนรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์
* **การขายหุ้น CAP มูลค่า 24,900 ล้านบาท:** ช่วยลดภาระทางการเงิน และเตรียมเงินลงทุนในโครงการ LSPE เวียดนาม
* **หนี้สินสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** เหลือ 238,270 ล้านบาท จาก 277,446 ล้านบาทใน Q1/2569 ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงเหลือ 3.7 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2569:** SCC รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสำหรับงวด 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หากไม่รวมรายการพิเศษ) รายได้จากการขายอยู่ที่ 136,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายสินค้าปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ปริมาณการขายของ SCGP และการปรับราคาปูนซีเมนต์และคอนกรีต
**ครึ่งปีแรก ปี 2569:** กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 17,758 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและรายการปรับปรุงอื่นๆ Adjusted Profit อยู่ที่ 12,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,196 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้จากการขายอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี:** ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง จากอุปทานที่ตึงตัว
* **การเติบโตของ SCGP ในอาเซียน:** โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและเวียดนาม จากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายตลาดปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ:** ตอบรับกระแสความยั่งยืนและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
* **โครงการ LSPE ในเวียดนาม:** จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและใช้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบก๊าซอีเทน
* **การลงทุนในธุรกิจ Cleanergy:** สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐและเทรนด์พลังงานสะอาด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันเงินเฟ้อ
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** โดยเฉพาะราคาน้ำมันและวัตถุดิบปิโตรเคมี
* **การหยุดเดินโรงงาน:** หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือปัญหาด้านวัตถุดิบ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** โดยเฉพาะในตลาดปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีการดำเนินงานในต่างประเทศจำนวนมาก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มส่วนต่างราคาปิโตรเคมี:** และผลกระทบจากอุปทานและอุปสงค์ทั่วโลก
* **การดำเนินงานของโรงงาน LSPE ในเวียดนาม:** และผลกระทบต่อต้นทุนและกำลังการผลิต
* **ผลประกอบการของ SCGP ในตลาดอาเซียน:** โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม
* **ความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างธุรกิจ:** และการตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
* **การดำเนินงานตามแผน ESG:** และการบรรลุเป้าหมายด้าน Net Zero และ Green Choice
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง:**
* **ภาพรวมอุตสาหกรรม:** ตลาดปูนซีเมนต์ในไทยทรงตัว โดยมีแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ขณะที่ตลาดวัสดุก่อสร้างโต 3% จากการใช้จ่ายภาครัฐเช่นกัน ตลาดในอาเซียน เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย ยังมีสัญญาณการเติบโตที่ดี
* **ผลการดำเนินงาน:** รายได้จากการขาย Q2/2569 อยู่ที่ 40,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% QoQ และ 3% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายปูนซีเมนต์ในเวียดนามที่ฟื้นตัว และผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจวัสดุก่อสร้างจากโครงการภาครัฐ กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 2,852 ล้านบาท ลดลง 3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 205% YoY เนื่องจากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก
* **กลยุทธ์:** มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างองค์กรให้ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (One Face to the Customer) การเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตสินค้า โดยเน้นผลิตภัณฑ์ Smart Value Products (SVP) และ High Value Added (HVA) การขยายการส่งออกปูนคาร์บอนต่ำ และการบริหารเชื้อเพลิงผสมเพื่อชดเชยต้นทุนถ่านหิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **กระแสเงินสด:** Adjusted Cash EBITDA ใน Q2/2569 อยู่ที่ 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% QoQ และ 47% YoY สะท้อนความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เงินปันผลรับในไตรมาสนี้อยู่ที่ 5,994 ล้านบาท ช่วยสนับสนุนกระแสเงินสด
* **หนี้สินสุทธิ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 238,270 ล้านบาทใน Q2/2569 จาก 277,446 ล้านบาทใน Q1/2569 ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงจาก 5.0 เท่า เหลือ 3.7 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 0.6 เท่า
* **เงินสด:** มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 76,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
* **การลงทุน:** รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีมูลค่า 11,064 ล้านบาท โดยกระจายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจต่างๆ
## สรุปท้าย
SCC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 85% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากปัจจัยบวกหลักในธุรกิจปิโตรเคมี (SCGC) จากส่วนต่างราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น และการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP) ในอินโดนีเซีย แม้จะเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาโภคภัณฑ์ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการดำเนินงานของโครงการใหม่ๆ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
131,289.60
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
12,437.11
ล้านบาท
↓ 15.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.47
%
กำไรสุทธิ
-3,691.97
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.81
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131,290
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,437
↓ -15.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,692
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
4.08
ROA (%)
3.59
Book Value/หุ้น
292.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-38,450
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3,970
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-38,450.44
-391.39%
|
13,195.75
-161.55%
|
-21,438.75
+1,325.74%
|
-1,503.69
-71.57%
|
-5,289.32
-107.51%
|
70,415.16
+17.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3,970.09
-124.26%
|
16,362.97
-74.60%
|
64,411.09
-518.32%
|
-15,397.41
-533.84%
|
3,549.11
-104.99%
|
-71,184.99
+58.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
52,161.63
-215.38%
|
-45,207.15
+113.47%
|
-21,176.99
-1,403.46%
|
1,624.67
-91.19%
|
18,449.51
-50.76%
|
37,470.95
-345.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10,787.19
-153.47%
|
-20,172.79
-192.56%
|
21,795.34
-242.67%
|
-15,276.44
-191.42%
|
16,709.30
-54.47%
|
36,701.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|
27,626.96
-4.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,679.08
-7.71%
|
36,491.93
-16.31%
|
43,601.78
-24.21%
|
57,529.75
+59.84%
|
35,992.84
-44.11%
|
64,399.34
+133.10%
|