บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
153.00
+1.00 (+0.66%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจํานวน 55,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลของการรับรู้กําไรตามราคาตลาดใน ปัจจุบันของพอร์ตการลงทุนของธนาคารและบริษัทในเครือ และการขยายฐานรายได้ที่แข็งแกร่งของธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านธนาคาร
ในส่วนของ ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานลดลง เป็นผลจากการที่ธนาคารสามารถควบคุม ในปี 2564 ธนาคารได้ตั้งสํารองจํานวน 42,024 ล้านบาท ลดลง 9.9% จากปีก่อน ภายหลังที่ธนาคารได้ตั้งสํารองในระดับสูงกว่า สภาวะปกติในปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=27476 out_tok=3164 at=2026-07-26T03:24:45 -->
# SCB เอกซ์ กำไร Q3/66 ลด 6.3% ตั้งสำรองพิเศษรับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
## ฝ่ายจัดการ SCBX ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 3/66 หดตัวจากสำรองพิเศษ 1.5 พันล้านบาท แต่ 9 เดือนแรกโต 7%
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 9,663 ล้านบาท ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองพิเศษเพิ่มอีก 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคตจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี บริษัทมีกำไรสุทธิ 32,527 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCBX ในไตรมาส 3/2566 ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การตั้งสำรองพิเศษจำนวน 1,500 ล้านบาท** เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคตจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความไม่แน่นอนสูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตได้ดีถึง 9.0% โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 13.8% จากการเติบโตของสินเชื่อและการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ได้ยากและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม การตั้งสำรองเพิ่มเติมนี้เป็นการดำเนินการเชิงรุก (Proactive provisioning) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของธนาคารในการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีความเสี่ยงสูงภายใต้การปรับโครงสร้างหนี้แบบเบ็ดเสร็จ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การตั้งสำรองพิเศษ 1,500 ล้านบาทนี้ เป็นการดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็น "การตั้งสำรองพิเศษ" และ "บนพื้นฐานความรอบคอบ" บ่งชี้ว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นการดำเนินงานปกติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาส อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการสำรองที่เพียงพอเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคตยังคงเป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง 6.3% YoY อยู่ที่ 9,663 ล้านบาท** สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองพิเศษ 1,500 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 66 เพิ่มขึ้น 7.0% YoY อยู่ที่ 32,527 ล้านบาท**
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ Q3/66 เติบโต 13.8% YoY** จากการเติบโตของสินเชื่อและการขยายตัวของ NIM
* **อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL ratio) อยู่ที่ 3.30%** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.25% ในไตรมาสก่อน
* **อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ยังคงสูงที่ 167.2%**
* **เงินกองทุนรวมตามกฎหมาย (CAR) แข็งแกร่งที่ 18.7%**
* **SCBX ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2.5 บาทต่อหุ้น** สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 66
## ภาพรวมผลประกอบการ
SCBX รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 ที่ 9,663 ล้านบาท ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการตั้งสำรองพิเศษ 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะการดำเนินงานปกติ รายได้จากการดำเนินงานรวมเติบโต 9.0% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 13.8% จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ ลดลง 9.2% ส่วนรายได้จากการลงทุนและการค้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเกือบสามเท่าตัว
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิลดลง 18.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การลดลงของรายได้จากการลงทุนและการค้ำ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 32,527 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ แม้ว่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** สินเชื่อโดยรวมของกลุ่มในไตรมาส 3/2566 เติบโตจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะสินเชื่อเคหะ สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถของบริษัทย่อย
* **การขยายตัวของ NIM:** ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ย
* **การฟื้นตัวของธุรกิจ Gen 2:** บริษัท ออโต้ เอกซ์ มีผลการดำเนินงานโดดเด่น สินเชื่อเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเริ่มมีกำไร ขณะที่ธุรกิจ Gen 2 โดยรวมสินเชื่อเติบโต 126.6% YoY
* **การขยายบริการของ Gen 3:** Robinhood เปิดตัวบริการเรียกรถ และสินเชื่อสำหรับผู้ขับขี่ รวมถึงมีแผนเปิดตัวบริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์:** เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพสินเชื่อในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs):** อัตราส่วน NPLs โดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อเคหะ รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัท คาร์ด เอกซ์
* **รายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง:** รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันภัยและธุรกิจบริหารความมั่งคั่งลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านการตลาด การขยายสาขา และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
* **การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่สม่ำเสมอ:** อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ารายย่อยบางกลุ่ม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการสำรอง:** ติดตามการตั้งสำรองเพิ่มเติมในไตรมาสถัดไป หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
* **คุณภาพสินเชื่อ:** จับตาแนวโน้ม NPLs โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สินเชื่อเคหะ และสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัท คาร์ด เอกซ์
* **การฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม:** ประเมินแนวโน้มการกลับมาเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันภัยและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
* **การเติบโตของธุรกิจ Gen 2 และ Gen 3:** ติดตามผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจใหม่ ๆ ที่เป็นกลยุทธ์การเติบโตในอนาคต
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนเงินฝาก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM และ NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโต 13.8% YoY เป็น 31,536 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อ 4.6% YoY และการปรับเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จาก 3.38% ใน Q3/65 เป็น 3.74% ใน Q3/66 โดย NIM ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (เช่น สินเชื่อ รายการระหว่างธนาคาร การลงทุน) ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธปท. ถึงแม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
**NPL และ Coverage:** คุณภาพสินเชื่อโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดย NPL ratio อยู่ที่ 3.30% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.25% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงต่ำกว่า 3.34% ใน Q3/65 อย่างไรก็ตาม สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อเคหะ ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพของ Gen 2 เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัท คาร์ด เอกซ์ อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 167.2% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
**Credit Cost:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ในไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 12,245 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.01% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 58.0% YoY ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตั้งสำรองพิเศษ 1,500 ล้านบาท และการสะท้อนแบบจำลอง ECL ที่ใช้ข้อมูลคาดการณ์อนาคต รวมถึงการประมาณการเพิ่มเติมโดยผู้บริหาร
**Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ ลดลง 9.2% YoY อยู่ที่ 10,667 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันภัยที่ลดลงเนื่องจากค่าตอบแทนที่เชื่อมโยงกับผลงานได้ครบอายุ และรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ลดลง แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อและธุรกรรมทางการเงินจะดีขึ้นก็ตาม รายได้จากการลงทุนและการค้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 291.2% YoY เป็น 1,141 ล้านบาท จากกำไรจากการวัดมูลค่าตลาดของพอร์ตการลงทุนของ SCB 10X
**CAR/Basel:** เงินกองทุนรวมตามกฎหมาย (Total Capital Ratio) อยู่ที่ 18.7% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1 Ratio) อยู่ที่ 17.5% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
**CASA:** สัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ (CASA) ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 81.1% จาก 82.4% ณสิ้นปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3.54 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีสินเชื่อรวม 2.46 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากปีก่อนหน้า การเติบโตของสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อเคหะ สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อของบริษัทย่อย โดยเฉพาะบริษัท ออโต้ เอกซ์ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
เงินรับฝากรวมอยู่ที่ 2.55 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อนหน้า สัดส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก (Loan to Deposit Ratio - LDR) อยู่ที่ 91.8% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
SCBX ในไตรมาส 3/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลง 6.3% YoY อันเป็นผลมาจากการตั้งสำรองพิเศษเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานหลักยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการขยายตัวของสินเชื่อและ NIM ที่ปรับตัวดีขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนยังคงมีประสิทธิภาพ และคุณภาพสินเชื่อโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้จะมีสัญญาณการเพิ่มขึ้นของ NPLs ในบางกลุ่มก็ตาม การเติบโตของธุรกิจ Gen 2 และ Gen 3 รวมถึงการขยายบริการใหม่ ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
26,691.60
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
กำไรขั้นต้น
126,891.85
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
475.40
%
กำไรสุทธิ
10,143.57
ล้านบาท
↓ 13.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
38.00
%
D/E Ratio
6.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,692
↑ + 17.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126,892
↓ -8.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10,144
↓ -13.4%
YoY
D/E Ratio
6.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.28
ROE (%)
9.65
ROA (%)
2.73
Book Value/หุ้น
148.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18,639
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-14,032
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCB
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
18,638.66
|
— |
5,953.91
-91.64%
|
71,227.52
+13.03%
|
63,018.57
+2,601.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-14,031.82
|
— |
1,805.67
-103.54%
|
-50,990.44
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-300.97
|
— |
-7,246.82
-61.26%
|
-18,704.44
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|