บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
153.00
+1.00 (+0.66%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจํานวน 55,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลของการรับรู้กําไรตามราคาตลาดใน ปัจจุบันของพอร์ตการลงทุนของธนาคารและบริษัทในเครือ และการขยายฐานรายได้ที่แข็งแกร่งของธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านธนาคาร
ในส่วนของ ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานลดลง เป็นผลจากการที่ธนาคารสามารถควบคุม ในปี 2564 ธนาคารได้ตั้งสํารองจํานวน 42,024 ล้านบาท ลดลง 9.9% จากปีก่อน ภายหลังที่ธนาคารได้ตั้งสํารองในระดับสูงกว่า สภาวะปกติในปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=27198 out_tok=2847 at=2026-07-26T03:10:42 -->
SCB เอกซ์ กำไร Q3/65 พุ่ง 16.9% รับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิโต-สำรองลด
**SCBX Q3/65 กำไรสุทธิโต 16.9% รับแรงหนุนจาก NIM ขยายตัวและสำรองลดลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมทรงตัว**
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 10,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และการตั้งเงินสำรองที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ฟื้นตัวได้ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการเปิดประเทศและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SCBX ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income - NII) และการลดลงของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL)** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในเชิงบวก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เพิ่มขึ้น:** มาจากการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin - NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้น 0.36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในไตรมาสนี้ ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ (Loan Yield) และอัตราผลตอบแทนจากรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน (Interbank and Money Market Yield) ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ และการเข้มงวดทางด้านราคาสำหรับสินเชื่อใหม่ นอกจากนี้ การเติบโตของสินเชื่อโดยรวม 3.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุน
* **การตั้งสำรองที่ลดลง:** บริษัทฯ ตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 22.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 7,750 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.34% ประกอบกับการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง**
* **ปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะช่วยหนุน NIM ให้ขยายตัวได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโต 3.0% ในปี 2565 และ 3.7% ในปี 2566 จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์
* **ปัจจัยที่ต้องจับตา:** แม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์จะดีขึ้น แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภคภาคเอกชน รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่ม นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจไปสู่บริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 เติบโต 16.9% YoY** แตะ 10,309 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 17.8% YoY** จาก NIM ที่ขยายตัวและสินเชื่อที่เติบโต
* **การตั้งสำรองลดลง 22.8% YoY** สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
* **สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ลดลง** อยู่ที่ 3.34% จาก 3.58% ในไตรมาสก่อน
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ ทรงตัว YoY** แต่ฟื้นตัว 6.5% QoQ จากการเปิดประเทศ
* **การลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี** เดินหน้าตามแผน โดยเฉพาะการโอนย้ายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลสู่ CardX และการเปิดตัว InnovestX Super App
## ภาพรวมผลประกอบการ
SCBX รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 10,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 27,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% YoY และ 6.3% QoQ โดยมีปัจจัยหลักจากการขยายตัวของ NIM และการเติบโตของสินเชื่อ
รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ อยู่ที่ 11,752 ล้านบาท ลดลง 0.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6.5% QoQ
รายได้จากการลงทุนและการค้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 81.3% YoY เนื่องจากสภาวะตลาดทุนที่ไม่เอื้ออำนวย
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 7.1% YoY เป็น 16,942 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ที่ 42.6%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** เป็นปัจจัยบวกต่อ NIM และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
* **การเดินหน้าสู่บริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน:** การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น CardX, InnovestX, Robinhood และการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ (เช่น อินโดนีเซีย) จะสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
* **การควบรวมกิจการ (M&A):** SCBX มองเห็นโอกาสในการควบรวมกิจการเพื่อสร้างความสามารถทางเทคโนโลยีและเข้าสู่ตลาดใหม่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางการเมือง และวิกฤตพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการลงทุนของไทย
* **อัตราเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อาจกดดันกำลังซื้อภาคครัวเรือนและต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจ
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินและธนาคารดิจิทัล
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้เล่นทั้งในและต่างประเทศในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่อ NIM และต้นทุนทางการเงิน
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจใหม่และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPL Ratio และการตั้งสำรองท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **ความคืบหน้าในการแปลงสู่บริษัทเทคโนโลยี:** การรับรู้รายได้และผลกำไรจากธุรกิจ Gen 2 และ Gen 3
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาระดับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
* **การแข่งขันในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยี:** การปรับตัวและสร้างความแตกต่างของธุรกิจในกลุ่ม Gen 3
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM และ NII:** NIM ขยายตัวต่อเนื่องจาก 3.02% ใน Q3/64 เป็น 3.38% ใน Q3/65 โดยได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้ NII เติบโต 17.8% YoY เป็น 27,714 ล้านบาท
**Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ ทรงตัว YoY ที่ 11,752 ล้านบาท แต่ฟื้นตัว QoQ 6.5% จากการเปิดประเทศ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนและการค้ำลดลงอย่างมาก 81.3% YoY เหลือ 292 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะตลาดทุนอ่อนแอ
**NPL และ Coverage:** NPL Ratio ลดลงจาก 3.89% ใน Q3/64 เป็น 3.34% ใน Q3/65 และ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 163.8% จาก 137.6% ในปีก่อน
**Credit Cost:** การตั้งสำรอง ECL ลดลง 22.8% YoY เป็น 7,750 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.32% ของสินเชื่อรวม
**สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อรวมเติบโต 3.0% YoY เป็น 2,347,483 ล้านบาท โดยสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเคหะยังคงเติบโตได้ดี ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อลดลง
**เงินฝากและ CASA:** เงินฝากรวมเติบโต 5.1% YoY เป็น 2,533,273 ล้านบาท สัดส่วน CASA เพิ่มขึ้นเป็น 81.3% จาก 79.4% ในสิ้นปี 2564
**CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 18.5% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดอย่างมีนัยสำคัญ
**รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันภัยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อเติบโตได้ดี แต่รายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งลดลง
**กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่มีรายการพิเศษที่มีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3.44 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน โดยมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย
เงินกองทุนตามกฎหมายของกลุ่ม SCBX ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 18.5% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
## สรุปท้าย
SCBX โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 16.9% YoY เป็นผลมาจาก NIM ที่ขยายตัวจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการตั้งสำรองที่ลดลงตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น แม้รายได้ค่าธรรมเนียมจะทรงตัว แต่การฟื้นตัว QoQ และการเติบโตของสินเชื่อเป็นสัญญาณที่ดี การเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินยังคงเป็นกลยุทธ์หลัก โดยมีโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่สูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
26,691.60
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
กำไรขั้นต้น
126,891.85
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
475.40
%
กำไรสุทธิ
10,143.57
ล้านบาท
↓ 13.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
38.00
%
D/E Ratio
6.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,692
↑ + 17.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126,892
↓ -8.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10,144
↓ -13.4%
YoY
D/E Ratio
6.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.28
ROE (%)
9.65
ROA (%)
2.73
Book Value/หุ้น
148.92
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+18,639
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-14,032
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCB
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
18,638.66
|
— |
5,953.91
-91.64%
|
71,227.52
+13.03%
|
63,018.57
+2,601.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-14,031.82
|
— |
1,805.67
-103.54%
|
-50,990.44
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-300.97
|
— |
-7,246.82
-61.26%
|
-18,704.44
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|