บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7.00
0.05 (0.71%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรับรู้รายได้จากโครงการ รวมเป็นรายได้จากการขายโครงการทั้งสิ้น 3.369.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 92.7 ของรายได้รวม
รายได้จากการให้บริการ สำหรับปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการเท่ากับ 48.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปี 2562 เท่ากับ 9.4 ล้านบาท หรือติดเป็นร้อยละ 23.7
โดยรายได้จากการให้บริการมาจากการบริหารงานนิติ บุคคล และรายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรม O-Box Hotel Bangkok Blossom รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร
ในขณะที่สามารถควบคุมต้นทุนในการพัฒนาโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4228 out_tok=2606 at=2026-07-27T12:08:52 -->
# SA กำไรสุทธิ Q2/64 พลิกบวก 669% รับรายได้อสังหาฯ โตแรง
## รายได้รวมพุ่ง 183% จากการโอนโครงการหลัก ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มตาม ส่งผลกำไรสุทธิโตโดดเด่น
บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 620.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 183.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 27.9 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 25.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า คิดเป็นการเติบโตถึง 669.4% การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SA ในไตรมาส 2/2564 คือ **การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ** โดยมีกำไรสุทธิ 27.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 669.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 25.9 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก **รายได้รวมที่เติบโตถึง 183.6%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมมาจากการ **รับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมีรายได้จากโครงการ Ramada Residence และ Wyndham Garden Residence รวม 329.0 ล้านบาท และโครงการอื่นๆ อีก 211.1 ล้านบาท รวมเป็น 540.1 ล้านบาท คิดเป็น 87.1% ของรายได้รวม ซึ่งสูงกว่าปีก่อนถึง 346.3 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ส่งผลให้บริษัทสามารถครอบคลุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวลดลง** จาก 51.7% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 38.6% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนโครงการเพื่อขายที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่รับรู้ นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินก็ปรับตัวสูงขึ้น** 57.0% เป็น 53.0 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อใช้ในการดำเนินงาน แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาอัตรากำไรขั้นต้น** การที่บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการโอนโครงการที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงอาจเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาในระยะยาว หากต้นทุนการก่อสร้างยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 669.4%** สู่ระดับ 27.9 ล้านบาท จากขาดทุน 25.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 183.6%** แตะ 620.4 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 51.7% เหลือ 38.6% เนื่องจากต้นทุนโครงการเพื่อขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.0%** เป็น 53.0 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพื่อการดำเนินงาน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.1%** สู่ 13,220.5 ล้านบาท จากเงินมัดจำค่าที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 5.1%** สู่ 9,416.4 ล้านบาท จากการออกตราสารหนี้ระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA มีรายได้รวม 620.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 183.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้รวม 218.7 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 346.3 ล้านบาท เป็น 540.1 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการให้บริการก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.1 ล้านบาท เป็น 23.6 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายโครงการเพื่อขายได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่รับรู้ โดยอยู่ที่ 331.6 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 254.6% เป็น 355.6 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 51.7% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 38.6% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 95.5% เป็น 167.6 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.0% เป็น 53.0 ล้านบาท
แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้ที่มากพอ ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ 27.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 669.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 25.9 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.5%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา:** โครงการ Ramada Residence และ Wyndham Garden Residence เป็นแหล่งรายได้หลักในไตรมาสนี้ และมีโอกาสที่จะรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์
* **การขยายธุรกิจบริการ:** การเติบโตของรายได้จากการให้บริการ รวมถึงการเปิดตัวธุรกิจร้านอาหารใหม่ "MARIE GUIMAR" อาจเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงในอนาคต
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** การใช้เงินมัดจำค่าที่ดินจำนวน 215.3 ล้านบาท บ่งชี้ถึงแผนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น:** หากต้นทุนวัสดุและแรงงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการพึ่งพาเงินกู้ยืม อาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่การระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** ติดตามว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะสามารถรักษาหรือปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่ ท่ามกลางต้นทุนการก่อสร้างที่อาจผันผวน
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** ตรวจสอบมูลค่า Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** ติดตามแผนการเปิดตัวและการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** จับตาการบริหารจัดการภาระหนี้สินและการควบคุมต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 2/2564 SA มีการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก โดยมีรายได้รวม 540.1 ล้านบาท มาจากโครงการ Ramada Residence และ Wyndham Garden Residence เป็นสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการเพื่อขายอยู่ที่ 38.6% ลดลงจาก 51.7% ในปีก่อน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น หรือการบริหารจัดการต้นทุนโครงการ
ในส่วนของรายได้จากการให้บริการ ซึ่งรวมถึงการบริหารนิติบุคคล โรงแรม Q-Box Hotel Bangkok Blossom และธุรกิจร้านอาหาร MARIE GUIMAR มีรายได้ 23.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.1% จากปีก่อน แม้สัดส่วนจะยังน้อย แต่การเติบโตนี้แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจบริการ ซึ่งอาจเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในอนาคต
การเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าที่ดิน 215.3 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,220.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,416.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออกตราสารหนี้ระยะยาวในไตรมาสนี้ ส่งผลให้หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับที่ต้องจับตา
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.7% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 3,804.0 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 216.8 ล้านบาท
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการจ่ายเงินปันผล บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่ต้องพิจารณาถึงแหล่งเงินทุนและการใช้เงินอย่างรอบคอบ
## สรุปท้าย
SA ในไตรมาส 2/2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างโดดเด่นถึง 669.4% โดยมีรายได้รวมจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลง และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาโครงการใหม่ๆ และการเติบโตของธุรกิจบริการจะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนที่อาจผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
715.18
ล้านบาท
↓ 50.9% YoY
กำไรขั้นต้น
261.89
ล้านบาท
↓ 55.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.62
%
กำไรสุทธิ
12.58
ล้านบาท
↓ 87.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.76
%
D/E Ratio
2.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
715
↓ -50.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
262
↓ -55.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↓ -87.1%
YoY
D/E Ratio
2.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.83
ROE (%)
2.09
ROA (%)
2.16
Book Value/หุ้น
4.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+331
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+270
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
331.23
-54.46%
|
727.37
+11.86%
|
650.27
-30.22%
|
931.84
+716.76%
|
114.09
-79.48%
|
556.01
-25.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
269.75
-12.85%
|
309.53
-230.92%
|
-236.43
-154.40%
|
434.58
+2,571.05%
|
16.27
-104.84%
|
-336.30
+139.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-438.74
-23.88%
|
-576.35
-75.68%
|
-2,369.66
+121.73%
|
-1,068.72
-731.33%
|
169.28
-165.12%
|
-259.94
-48.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
162.22
-67.63%
|
501.10
+49.19%
|
335.89
+10.45%
|
304.12
+73.01%
|
175.78
-536.83%
|
-40.24
-138.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
305.64
-40.30%
|
511.97
-18.26%
|
626.31
+47.05%
|
425.93
+28.44%
|
331.63
-10.82%
|
371.87
+39.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
182.08
-40.43%
|
305.64
-40.30%
|
511.97
-18.26%
|
626.31
+47.05%
|
425.93
+28.44%
|
331.63
-10.82%
|