บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
6.05
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้จาก การขายอลังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากมีลูกค้าที่ถึงกำหนดชำระเงินงวดสุดท้ายและโอน กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โครงการพระนครศรีอยุธยาและชลบุรี ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้า ลดลงเล็กน้อย
รายได้ค่าบริการและค่าเช่า เป็นรายได้จากการขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม, บริการบำบัดน้ำเสีย และค่าบริการส่วนกลาง ดดลงอันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของCOVID 19 ประกอบกับรัฐบาลขอความร่วมมือในภาร ใช้มาตรการสอคดาวน์ต่าง ๆ ทำให้โรงงานภายในโครงการลดชั่วโมงการทำงาน
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นต้นทุนขายของโครงการบางเฟสที่มีต้นทุนราคาที่ดินค่อนข้างสูง ต้นทุนบริการและค่าเช่า ลดลงตามรายได้ค่าบริการ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและต้นทุนในการจัดจำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 4.50% ของรายได้จากการประกอบธุรกิจ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4312 out_tok=2993 at=2026-07-26T02:03:47 -->
# ROJNA พลิกกำไร Q3/2566 พุ่ง 458% รับอสังหาฯ โอนเข้าเป้า
## รายได้อสังหาฯ ทะยาน 50 เท่า หนุนกำไรสุทธิโตแรง ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงาน
บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 267.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 458.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 18.32 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ROJNA ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกฟื้นและเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งสูงถึง 1,153.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 4,975.77% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้เพียง 22.72 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 458.22% เป็น 267.68 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ **เป็นผลมาจากการที่ลูกค้าได้ชำระเงินงวดสุดท้ายและดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในโครงการชลบุรีสำเร็จตามกำหนด** การโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 3,205.05% เป็น 677.97 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณพื้นที่ที่โอนให้ลูกค้า
ในทางกลับกัน ธุรกิจไฟฟ้าซึ่งเป็นรายได้หลักอีกส่วนหนึ่ง กลับมีรายได้ลดลง 18.55% เป็น 3,128.10 ล้านบาท เนื่องจากค่า "ไฟฟ้า" (ซึ่งน่าจะหมายถึงค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่า Ft) ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายไฟฟ้ากลับลดลงถึง 32.74% เนื่องจากราคาค่าแก๊สที่ลดลง ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจไฟฟ้าได้บ้าง
นอกจากนี้ ยังมีรายการ **"กำไร(ขาดทุน)ที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น"** ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ โดยในไตรมาสนี้มีผลขาดทุน 175.85 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 587.61 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดจากการตีราคาสินทรัพย์ทางการเงินตามมูลค่ายุติธรรม และเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานหลัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์จะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญในไตรมาสนี้ แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยนี้ขึ้นอยู่กับ **Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์** ที่จะสามารถรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป รวมถึงความสามารถในการเปิดโครงการใหม่และยอดขาย (Presale) ที่จะเข้ามาเสริม อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุถึง Backlog หรือแผนการเปิดโครงการใหม่ที่ชัดเจน
สำหรับธุรกิจไฟฟ้า แม้ต้นทุนค่าแก๊สจะลดลง แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานและนโยบายค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจนี้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 458.22% YoY:** ROJNA พลิกมีกำไรสุทธิ 267.68 ล้านบาทใน Q3/2566 จากที่ขาดทุน 18.32 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์โตกระโดด 4,975.77%:** รับอานิสงส์จากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการชลบุรี
* **รายได้ไฟฟ้าลดลง 18.55%:** จากค่าไฟฟ้าผันแปรที่ลดลง แต่ต้นทุนลดลงมากกว่าจากราคาแก๊ส
* **ขาดทุนจากมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** มีผลขาดทุน 175.85 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไร 587.61 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,153.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 4,975.77% จาก 22.72 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 18.55% เป็น 3,128.10 ล้านบาท และรายได้ค่าบริการและค่าเช่าลดลง 3.84% เป็น 174.13 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมจากการประกอบธุรกิจ (ไม่รวมรายการอื่น) อยู่ที่ประมาณ 4,455.15 ล้านบาท
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 3,205.05% เป็น 677.97 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายไฟฟ้าลดลง 32.74% เป็น 2,728.43 ล้านบาท เนื่องจากราคาแก๊สที่ลดลง ต้นทุนบริการและค่าเช่าเพิ่มขึ้น 7.95% เป็น 145.36 ล้านบาท
เมื่อพิจารณารายการอื่น กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ขาดทุน 175.85 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไร 587.61 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 65.17%
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 267.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 458.22% จาก 18.32 ล้านบาทในปีก่อน
**9 เดือนแรกปี 2566:** บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 3,512.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 260.22% จาก 975.21 ล้านบาทในปีก่อน รายได้จากการขายไฟฟ้าใกล้เคียงปีก่อนที่ 10,277.09 ล้านบาท รายได้ค่าบริการและค่าเช่าลดลง 6.40% เป็น 522.36 ล้านบาท
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 199.17% เป็น 1,985.68 ล้านบาท ต้นทุนขายไฟฟ้าลดลง 10.20% เป็น 9,413.39 ล้านบาท ต้นทุนบริการและค่าเช่าเพิ่มขึ้น 0.71% เป็น 422.48 ล้านบาท
รายการ "กำไร(ขาดทุน)ที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน" ขาดทุนถึง 1,038.59 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไร 665.04 ล้านบาท นอกจากนี้ มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในการร่วมค้า 32.69 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ใน 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 315.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.49% จาก 280.75 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นในโครงการชลบุรี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทในการพัฒนาและบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ หากมีโครงการใหม่ๆ ที่น่าสนใจและสามารถสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง จะเป็นโอกาสในการเติบโตของรายได้และกำไร
* **การบริหารต้นทุนธุรกิจไฟฟ้า:** แม้รายได้ไฟฟ้าจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายไฟฟ้าที่ลดลงตามราคาแก๊ส เป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาอัตรากำไรของธุรกิจนี้
* **การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน:** แม้ในไตรมาสนี้จะบันทึกผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน แต่หากสภาวะตลาดเอื้ออำนวยในอนาคต การลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้อาจสร้างผลตอบแทนที่ดีได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของธุรกิจไฟฟ้า:** รายได้และกำไรจากธุรกิจไฟฟ้ามีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงาน (เช่น ค่าแก๊ส) และนโยบายค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
* **ความไม่แน่นอนของรายได้อสังหาริมทรัพย์:** ความต่อเนื่องของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับยอดขาย (Presale) และ Backlog ที่มีอยู่ รวมถึงความสามารถในการเปิดโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** การเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่บันทึกเป็นกำไรหรือขาดทุน อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส ทำให้ผลประกอบการมีความผันผวน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะหากมีการดำเนินงานหรือการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **Backlog และแผนการเปิดโครงการใหม่:** เพื่อประเมินความต่อเนื่องของรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **แนวโน้มราคาพลังงานและนโยบายค่าไฟฟ้า:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อธุรกิจไฟฟ้า
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่อาจเกิดขึ้น
* **ยอดขาย (Presale) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** เป็นตัวชี้วัดความต้องการในตลาดและศักยภาพการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนในธุรกิจต่างๆ:** เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโอน (Transfer Value):** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ โดยการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการชลบุรีเป็นตัวเลขสำคัญที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงมูลค่า Backlog ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินรายได้ที่คาดว่าจะรับรู้ในอนาคตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **Presale:** ไม่มีการระบุถึงยอดขายรอการโอน (Presale) ในเอกสาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นตามปริมาณการโอน ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงจากการพัฒนาโครงการ
* **Occupancy/Rental Yield:** รายได้ค่าบริการและค่าเช่าลดลงเล็กน้อย ซึ่งอาจสะท้อนถึงอัตราการเช่าหรือค่าบริการที่ทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล (Balance Sheet) หรืองบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) โดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ฐานะการเงิน เช่น อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน ได้จากข้อมูลนี้
## สรุปท้าย
ROJNA ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 458.22% เป็นผลจากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ชลบุรีเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไฟฟ้ายังคงเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงาน แม้ต้นทุนจะลดลงตามราคาแก๊ส การบริหารจัดการรายการพิเศษจากมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความผันผวนของกำไรสุทธิ นักลงทุนควรติดตามความต่อเนื่องของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ผ่าน Backlog และแผนการเปิดโครงการใหม่ รวมถึงแนวโน้มราคาพลังงานเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ROJNA ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
3,189.53
ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
กำไรขั้นต้น
597.45
ล้านบาท
↓ 48.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.73
%
กำไรสุทธิ
5.81
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.18
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,190
↓ -37.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
597
↓ -48.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -99.3%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ROJNA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
-0.64
ROA (%)
1.30
Book Value/หุ้น
10.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ROJNA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,953
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,770
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ROJNA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,953.11
-26.45%
|
-5,374.40
+88.47%
|
-2,851.59
-579.14%
|
595.15
-139.79%
|
-1,495.89
-150.30%
|
2,974.01
+54.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,769.87
-583.32%
|
-779.99
-30.02%
|
-1,114.52
-127.73%
|
4,019.67
-256.96%
|
-2,561.02
+36.41%
|
-1,877.44
-35.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,031.69
-39.70%
|
3,369.33
-62.09%
|
8,886.63
-9,569.98%
|
-93.84
-111.36%
|
825.95
-135.65%
|
-2,316.68
-209.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,848.45
-166.37%
|
-2,785.05
+101.79%
|
-1,380.20
-130.53%
|
4,520.96
-239.93%
|
-3,230.96
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,732.52
-21.15%
|
6,001.69
+75.26%
|
3,424.41
+27.20%
|
2,692.25
+231.17%
|
812.94
-60.01%
|
2,033.05
+128.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,537.87
-46.37%
|
4,732.52
+25.63%
|
3,767.18
+10.01%
|
3,424.41
+27.20%
|
2,692.25
+231.17%
|
812.94
-60.01%
|