บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
6.05
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้จาก การขายอลังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากมีลูกค้าที่ถึงกำหนดชำระเงินงวดสุดท้ายและโอน กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โครงการพระนครศรีอยุธยาและชลบุรี ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้า ลดลงเล็กน้อย
รายได้ค่าบริการและค่าเช่า เป็นรายได้จากการขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม, บริการบำบัดน้ำเสีย และค่าบริการส่วนกลาง ดดลงอันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของCOVID 19 ประกอบกับรัฐบาลขอความร่วมมือในภาร ใช้มาตรการสอคดาวน์ต่าง ๆ ทำให้โรงงานภายในโครงการลดชั่วโมงการทำงาน
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นต้นทุนขายของโครงการบางเฟสที่มีต้นทุนราคาที่ดินค่อนข้างสูง ต้นทุนบริการและค่าเช่า ลดลงตามรายได้ค่าบริการ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและต้นทุนในการจัดจำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 4.50% ของรายได้จากการประกอบธุรกิจ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6042 out_tok=2126 at=2026-07-27T12:07:10 -->
# เถ้าแก่น้อย Q2/64 กำไรวูบ 75% รับพิษส่งออกจีน-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้หด 22.6% จีนชะลอ-ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน กดดันกำไรขั้นต้น
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 783.0 ล้านบาท ลดลง 22.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 75.0% มาอยู่ที่ 22.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่ลดลงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ประกอบกับต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TFMAMA ในไตรมาส 2 ปี 2564 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 75.0% มาอยู่ที่ 22.2 ล้านบาท มาจากปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะการชะลอตัวของตลาดส่งออกหลักอย่างประเทศจีน และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **รายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมากในตลาดต่างประเทศ** โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายรวมที่หดตัว 22.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไร โดยลดลงจาก 27.4% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 23.6% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายในต่างประเทศ** ลดลง 48.2% ในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยอดขายลดลง 58% ในช่วง 6 เดือนแรก เนื่องจากสภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์อย่างต่อเนื่อง และเป็นช่วงที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจาปรับแผนกลยุทธ์การขยายตลาดกับตัวแทนจำหน่ายในจีน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและครอบคลุมช่องทางจำหน่ายมากขึ้น รวมถึงการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม
ส่วน **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1) การใช้กำลังการผลิตลดลงเนื่องจากยอดขายที่ลดลงจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าใช้จ่ายโรงงานต่อหน่วยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และ 2) ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลต่อธุรกิจ เถ้าแก่น้อย เรสเตอรองท์ แอนด์ แฟรนไชส์ ทำให้มีกำไรขั้นต้นลดลงเช่นกัน นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายต่อยอดขายยังเพิ่มขึ้น 1.9% เนื่องจากค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการประเมินว่าผลกระทบจากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่จะส่งผลต่อเนื่องไปยังครึ่งปีหลังของปี 2564 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เริ่มเห็นการฟื้นตัวของดีมานด์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและสหรัฐอเมริกาในช่วงครึ่งปีหลัง หากประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดได้ดี บริษัทฯ จะสามารถกลับมาเติบโตและเสริมกำลังการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในปีหน้าได้ดีกว่าปีนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 75.0% YoY:** อยู่ที่ 22.2 ล้านบาท จาก 88.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 22.6% YoY:** อยู่ที่ 783.0 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบหลักจากตลาดต่างประเทศ
* **ตลาดในประเทศเติบโต 59.5% YoY:** รายได้ 383.2 ล้านบาท จากสินค้าใหม่นมพาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์"
* **ตลาดต่างประเทศหดตัว 48.2% YoY:** รายได้ 399.8 ล้านบาท สาเหตุหลักจากจีน และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 23.6% จาก 27.4% YoY เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้นและผลกระทบจากธุรกิจร้านอาหาร
* **ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2564** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 783.0 ล้านบาท ลดลง 22.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ 1,011.6 ล้านบาท และลดลง 14.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่ 919.9 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 33.3% มาอยู่ที่ 184.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 75.0% มาอยู่ที่ 22.2 ล้านบาท
**งวด 6 เดือนแรก ปี 2564** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,703.0 ล้านบาท ลดลง 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 2,121.5 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 29.4% มาอยู่ที่ 408.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 55.1% มาอยู่ที่ 78.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** ได้รับแรงหนุนจากสินค้าใหม่นมพาสเจอไรส์ "จัสท์ดริ้งค์" ที่ได้รับการตอบรับดี และการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับสินค้ากลุ่มสาหร่ายและเครื่องดื่ม
* **การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ:** มีสัญญาณการฟื้นตัวของดีมานด์ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
* **การปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่:** คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในปีถัดไป
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการผลิต รวมถึงธุรกิจร้านอาหารของบริษัทฯ
* **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งสูง:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการจัดจำหน่ายและอาจกระทบต่อการส่งมอบสินค้า
* **การเปลี่ยนแปลงผู้จัดจำหน่ายและกลยุทธ์การตลาดในจีน:** อาจส่งผลต่อยอดขายในตลาดจีนในระยะสั้น
* **ความสามารถในการควบคุมสถานการณ์การระบาดของไทย:** หากควบคุมได้ดี จะเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในตลาดจีนและประเทศอื่นๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง
* ผลของการปรับกลยุทธ์การตลาดและตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน
* สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และแนวโน้มค่าขนส่ง
* การตอบรับของสินค้าใหม่และการพัฒนาสินค้าในอนาคต
* ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย
* ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อธุรกิจร้านอาหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: ข้อมูลที่ได้รับเป็นของบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ดังนั้นจึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ที่กำหนดให้ได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
*หมายเหตุ: เอกสาร MD&A ที่ได้รับไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน*
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TFMAMA ในไตรมาส 2 ปี 2564 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการชะลอตัวของตลาดส่งออกหลัก โดยเฉพาะจีน ประกอบกับต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าตลาดในประเทศจะยังคงเติบโตได้ดีจากสินค้าใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากตลาดต่างประเทศได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง และยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มการทำกำไรในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ROJNA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
3,189.53
ล้านบาท
↓ 37.8% YoY
กำไรขั้นต้น
597.45
ล้านบาท
↓ 48.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.73
%
กำไรสุทธิ
5.81
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.18
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,190
↓ -37.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
597
↓ -48.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -99.3%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ROJNA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
-0.64
ROA (%)
1.30
Book Value/หุ้น
10.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ROJNA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,953
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,770
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ROJNA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,953.11
-26.45%
|
-5,374.40
+88.47%
|
-2,851.59
-579.14%
|
595.15
-139.79%
|
-1,495.89
-150.30%
|
2,974.01
+54.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,769.87
-583.32%
|
-779.99
-30.02%
|
-1,114.52
-127.73%
|
4,019.67
-256.96%
|
-2,561.02
+36.41%
|
-1,877.44
-35.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,031.69
-39.70%
|
3,369.33
-62.09%
|
8,886.63
-9,569.98%
|
-93.84
-111.36%
|
825.95
-135.65%
|
-2,316.68
-209.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,848.45
-166.37%
|
-2,785.05
+101.79%
|
-1,380.20
-130.53%
|
4,520.96
-239.93%
|
-3,230.96
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,732.52
-21.15%
|
6,001.69
+75.26%
|
3,424.41
+27.20%
|
2,692.25
+231.17%
|
812.94
-60.01%
|
2,033.05
+128.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,537.87
-46.37%
|
4,732.52
+25.63%
|
3,767.18
+10.01%
|
3,424.41
+27.20%
|
2,692.25
+231.17%
|
812.94
-60.01%
|