PROSPECT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PROSPECT
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
10.40
0.10 (0.95%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4376 out_tok=2730 at=2026-07-26T00:54:02 --> # PROSPECT REIT กำไร Q3/2566 พุ่ง 19.6% รับอานิสงส์ทรัพย์สินใหม่-เช่าเต็ม ## รายได้โต 33% จากทรัพย์สินใหม่ดันกำไรสุทธิเพิ่ม 19.6% ขณะที่อัตราการเช่าสูงกว่า 97% สะท้อนความแข็งแกร่ง ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (PROSPECT REIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 148.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18.79% และการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานรวม 19.64% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PROSPECT REIT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 33.27% และกำไรจากการลงทุนสุทธิ (กำไรจากการดำเนินงาน) เพิ่มขึ้น 18.79% การเพิ่มขึ้นนี้มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ คือ โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 2 และ โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 3 ซึ่งช่วยเสริมฐานรายได้ของกองทรัสต์ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. **การรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่:** การลงทุนเพิ่มเติมในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 2 และ 3 ทำให้กองทรัสต์มีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการได้เริ่มรับรู้รายได้จากทรัพย์สินเหล่านี้เข้ามาในงบการเงินของไตรมาสนี้ 2. **อัตราการเช่าทรัพย์สินที่สูง:** PROSPECT REIT ยังคงรักษาอัตราการเช่าทรัพย์สิน (Occupancy Rate) ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 97.5% ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทรัสต์ที่สามารถรักษาผู้เช่าเดิมและหาผู้เช่าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 57.88% จาก 41.26 ล้านบาท เป็น 65.14 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินใหม่ เช่น ค่าใช้จ่ายในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนทางการเงิน และค่าธรรมเนียมต่างๆ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรจากการลงทุนสุทธิยังคงเติบโตได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2567 โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งออกที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัวตามแนวโน้มการอนุมัติการลงทุนของ BOI ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในไทย นอกจากนี้ การที่ PROSPECT REIT สามารถรักษาอัตราการเช่าทรัพย์สินในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทรัพย์สินและการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 148.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.27% YoY:** เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ และการรักษาอัตราการเช่าในระดับสูง * **กำไรจากการลงทุนสุทธิ (กำไรจากการดำเนินงาน) 83.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.79% YoY:** สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ * **อัตราการเช่าทรัพย์สินสูงถึง 97.5%:** บ่งชี้ถึงความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทรัสต์ * **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 57.88% YoY:** ส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินใหม่ที่ลงทุนเพิ่มเติม ## ภาพรวมผลประกอบการ PROSPECT REIT มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยมีรายได้รวม 148.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.06 ล้านบาท หรือ 33.27% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ คือ โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 2 และ โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 3 ประกอบกับการรักษาอัตราการเช่าทรัพย์สินในระดับสูงกว่า 90% โดยอยู่ที่ 97.5% ณ สิ้นไตรมาส ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 65.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.88 ล้านบาท หรือ 57.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินใหม่ เช่น ค่าใช้จ่ายในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนทางการเงิน และค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยการเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรจากการลงทุนสุทธิ (กำไรจากการดำเนินงาน) อยู่ที่ 83.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.18 ล้านบาท หรือ 18.79% เมื่อรวมรายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนอีก 0.72 ล้านบาท ทำให้การเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 84.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.79 ล้านบาท หรือ 19.64% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2566-2567 ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งออก จะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าและโรงงาน * **การลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น:** การอนุมัติการลงทุนจาก BOI ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรและแปรรูปอาหาร ยานยนต์และชิ้นส่วน จะกระตุ้นการลงทุนและการขยายธุรกิจ ซึ่งส่งผลดีต่อความต้องการเช่าพื้นที่ * **ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ:** การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังคงไหลเข้าสู่ไทย โดยเฉพาะจากจีน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น สะท้อนความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานและซัพพลายเชนของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม * **ศักยภาพทรัพย์สินใหม่:** การรับรู้รายได้จากโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 2 และ 3 จะช่วยเสริมฐานรายได้และกำไรของกองทรัสต์ในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการลงทุน * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์ และอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร * **การแข่งขันในธุรกิจคลังสินค้าและโรงงาน:** ธุรกิจนี้มีการแข่งขันสูง การรักษาอัตราการเช่าและอัตราค่าเช่าให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจอาจเป็นความท้าทายหากมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตราการเช่าทรัพย์สิน:** การรักษาอัตราการเช่าในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในทรัพย์สินเดิมและทรัพย์สินใหม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์ * **การลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม:** แผนการลงทุนหรือการเข้าซื้อทรัพย์สินใหม่ของกองทรัสต์เพื่อการเติบโตในอนาคต * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** มาตรการส่งเสริมการลงทุนหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์ * **ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก:** การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการลงทุนของไทย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) PROSPECT REIT ในฐานะทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทโลจิสติกส์และอินดัสเทรียล ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 3 ปี 2566 ที่มีการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้หลัก อัตราการเช่าทรัพย์สิน (Occupancy Rate) ที่สูงถึง 97.5% เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในประเทศไทย การรักษาอัตราการเช่าในระดับสูงนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของฝ่ายจัดการในการบริหารจัดการทรัพย์สิน การรักษาความสัมพันธ์กับผู้เช่าเดิม และการหาผู้เช่ารายใหม่ได้อย่างมีประสิทธิผล แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามการรับรู้ทรัพย์สินใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการลงทุนเพิ่ม แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่า ทำให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโตได้ดี ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อผลประกอบการของกองทรัสต์ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของ PROSPECT REIT โดยตรง เช่น ยอดหนี้สินรวม (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่กองทรัสต์มีการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่สามารถรองรับการเติบโตได้ ## สรุปท้าย PROSPECT REIT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ ประกอบกับการรักษาอัตราการเช่าทรัพย์สินในระดับสูงถึง 97.5% ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 33.27% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18.79% แม้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามการลงทุนใหม่ แต่การเติบโตของรายได้ที่มากกว่าทำให้ผลประกอบการโดยรวมยังคงน่าพอใจ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวและการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกองทรัสต์ในอนาคต ขณะที่นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนเศรษฐกิจโลกและต้นทุนทางการเงินที่อาจสูงขึ้น.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PROSPECT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
287.85 ล้านบาท
↑ 90.8% YoY
กำไรขั้นต้น
277.94 ล้านบาท
↑ 90.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
96.56 %
กำไรสุทธิ
162.95 ล้านบาท
↑ 92.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
56.61 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
288
↑ + 90.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
278
↑ + 90.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
163
↑ + 92.3% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PROSPECT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
287.85
+90.82%
150.85
-5.07%
158.91
+40.43%
113.16
-74.47%
443.20
0.00
กำไรขั้นต้น
277.94
+90.30%
146.06
+6.43%
137.23
+26.47%
108.51
-75.27%
438.78
0.00
ค่าใช้จ่ายรวม
3.94
+51.23%
2.61
-0.46%
2.62
+37.43%
1.91
-75.35%
7.73
0.00
กำไรสุทธิ
162.95
+92.34%
84.72
-8.36%
92.45
+27.08%
72.75
-75.29%
294.38
0.00
กำไรต่อหุ้น
0.25
+91.67%
0.13
-8.33%
0.14
+27.43%
0.11
-75.27%
0.46
0.00
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-9.23
-1,025.61%
-0.82
-382.35%
-0.17
+84.68%
-1.11
-341.30%
0.46
0.00
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV
0.83
-8.79%
0.91
0.91
-9.90%
1.01
-8.18%
1.10
+26.44%
0.87
-27.50%
BV
8.42
-9.46%
9.30
-0.85%
9.38
-2.39%
9.61
-1.64%
9.77
-1.21%
9.89
+14.47%
YIELD(%)
6.39
-31.22%
9.29
+71.40%
5.42
-32.50%
8.03
+113.00%
3.77
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
6.95
-18.24%
8.50
8.50
-12.82%
9.75
-8.88%
10.70
+23.70%
8.65
-16.83%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
96.56
-0.27%
96.82
+12.11%
86.36
-9.95%
95.90
-3.13%
99.00
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
1.37
-20.81%
1.73
+4.85%
1.65
-1.79%
1.68
-3.45%
1.74
อัตรากำไรสุทธิ(%)
56.61
+0.80%
56.16
-3.47%
58.18
-9.50%
64.29
-3.21%
66.42
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.64

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PROSPECT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
10,053.95
+87.60%
5,359.26
-1.10%
5,419.06
+53.15%
3,538.38
-2.36%
3,623.91
-2.22%
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
4,525.37
+137.00%
1,909.42
-1.23%
1,933.22
+65.90%
1,165.26
-5.14%
1,228.46
-1.05%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,881
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PROSPECT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,881.26
-805.38%
-266.70
-107.71%
3,459.90
-1,798.28%
-203.73
-161.29%
332.43
0.00
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2,296.80
-1,110.07%
227.39
-106.45%
-3,523.41
-2,174.30%
169.86
-150.86%
-334.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-415.54
+956.82%
-39.32
-38.09%
-63.51
+87.51%
-33.87
+2,057.32%
-1.57
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
23.88
-44.63%
43.13
+99.21%
21.65
-5.71%
22.96
-6.42%
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
57.05
+138.90%
23.88
-44.63%
43.13
+99.21%
21.65
-5.71%
22.96
-6.42%
0.00