บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.43
0.02 (1.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7480 out_tok=2956 at=2026-07-26T00:07:51 -->
# PQS ปี 65 กำไรสุทธิหด 9.6% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-บริหารแพงกดดัน
## รายได้รวมโต 12.36% แต่ต้นทุนพุ่งแรงกว่า ฉุดกำไรสุทธิปี 65 ลดลง 30.17 ล้านบาท
บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,532.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.36% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยสินค้าแป้งมันสำปะหลัง และปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบหัวมันสำปะหลัง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 283.65 ล้านบาท ลดลง 9.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม กดดัน GPM และกำไรสุทธิ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และกำไรสุทธิของ PQS ในปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) ต้นทุนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังที่ทรงตัวในระดับสูง และ 2) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย GPM ของแป้งมันสำปะหลังลดลงจาก 15.88% ในปี 2564 เป็น 13.85% ในปี 2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 30.17 ล้านบาท หรือ 9.61%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนวัตถุดิบสูง:** ราคาขายแป้งมันสำปะหลังในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 15.85 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจาก 15.35 บาทในปีก่อน แม้ราคาขายจะปรับสูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังก็ยังคงทรงตัวในระดับสูง ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง นอกจากนี้ ราคาขายยังมีความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM ของแป้งมันสำปะหลังโดยตรง
**ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 36.28 ล้านบาท หรือ 63.21% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้บริหาร การปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี ค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และค่าบริการระบบ ERP ที่เพิ่มขึ้น
**รายได้อื่นและต้นทุนการเงิน:** แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 35.45% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 1.94% รวมถึงต้นทุนทางการเงินลดลง 19.59% แต่ปัจจัยบวกเหล่านี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (บางส่วน):** ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังที่ทรงตัวในระดับสูง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเพียงครั้งคราว แต่การปรับขึ้นเงินเดือนและค่าบริการ ERP อาจเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้รวมปี 2565 อยู่ที่ 2,532.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.36% จากปีก่อน โดยหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าแป้งมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้น 12.30% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง:** กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 283.65 ล้านบาท ลดลง 9.61% จากปีก่อน เนื่องจากต้นทุนขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 16.80% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 63.21%
* **GPM แป้งมันสำปะหลังหดตัว:** อัตรากำไรขั้นต้นของแป้งมันสำปะหลังลดลงจาก 15.88% ในปี 2564 เป็น 13.85% ในปี 2565 จากราคาวัตถุดิบที่สูงและราคาขายที่ผันผวน
* **รายได้ไฟฟ้าและรายได้อื่นเติบโต:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 35.45% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 1.94%
* **ต้นทุนการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 19.59% จากการปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงิน
* **D/E Ratio ปรับเพิ่ม:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.68 เป็น 0.77 เนื่องจากหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 PQS มีรายได้รวม 2,532.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.56 ล้านบาท หรือ 12.36% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยรายได้จากการขายสินค้าแป้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น 267.50 ล้านบาท หรือ 12.30% เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณขายใกล้เคียงเดิม รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10.07 ล้านบาท หรือ 35.45% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น รายได้อื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.99 ล้านบาท หรือ 1.94%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น 276.65 ล้านบาท หรือ 16.80% โดยมีสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 75.96% จาก 73.07% ส่วนหนึ่งมาจากราคาวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังที่ทรงตัวในระดับสูง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี ต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.05 ล้านบาท หรือ 7.28% แต่สัดส่วนต้นทุนขายไฟฟ้าต่อรายได้ลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงเล็กน้อย 0.13 ล้านบาท หรือ -0.08% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 36.28 ล้านบาท หรือ 63.21% จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้บริหาร การปรับขึ้นเงินเดือน ค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และค่าบริการระบบ ERP
ผลจากปัจจัยข้างต้น ทำให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานลดลง 24.64 ล้านบาท หรือ -7.21% และกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 283.65 ล้านบาท ลดลง 30.17 ล้านบาท หรือ -9.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 13.92% เป็น 11.20%
## โอกาส
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงาน:** การปรับปรุงพื้นที่โรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในช่วง Low Season จะช่วยรองรับการผลิตในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของราคาขายไฟฟ้า:** การเพิ่มขึ้นของราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยที่จำหน่ายให้กับการไฟฟ้าตามราคากลางที่เพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของราคาเศษวัสดุ:** รายได้จากการขายเศษวัสดุที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินช่วยบริหารสภาพคล่องและต้นทุนได้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ราคาวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังที่ทรงตัวในระดับสูงและมีความผันผวน
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงปลายปี ส่งผลกระทบต่อราคาขายและความสามารถในการทำกำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการเพิ่มจำนวนผู้บริหาร การปรับขึ้นเงินเดือน และค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
* **การขาดแคลนตู้ส่งสินค้า:** สภาวะขาดแคลนตู้ส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ ทำให้ยอดคำสั่งซื้อตกค้าง
* **การเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้:** ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากการมีรายได้ในส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังและราคาขายแป้งมันสำปะหลังในตลาดโลก
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับสกุลเงินหลัก
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
* ความสามารถในการส่งออกสินค้าและสถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ
* ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยแป้งมันสำปะหลังปี 2565 อยู่ที่ 15.85 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจาก 15.35 บาท/กก. ในปีก่อน สอดคล้องกับราคาตลาดที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังยังคงทรงตัวในระดับสูง
* **Volume:** ปริมาณขายแป้งมันสำปะหลังใกล้เคียงกับปีก่อน แม้จะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานเพื่อรองรับการผลิตช่วง Low Season
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นของแป้งมันสำปะหลังลดลงจาก 15.88% เป็น 13.85% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงและราคาขายผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่วน GPM ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 56.85% เป็น 58.46%
* **ช่องทางขาย:** การส่งออกสินค้าแป้งมันสำปะหลังเผชิญปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 15.33% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปที่อยู่ระหว่างกระบวนการส่งออกและรอรับรู้รายได้
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปีส่งผลกระทบต่อ GPM ของแป้งมันสำปะหลัง
* **ฤดูกาลผลิต:** มีการปรับปรุงโรงงานเพื่อรองรับการผลิตในช่วง Low Season
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 1,784.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.38% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 152.53% จากผลประกอบการที่ดีและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงขึ้น
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 23.64% เป็น 777.94 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 70.88% เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อวัตถุดิบ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 8.13% เป็น 1,006.46 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจดทะเบียนและการบันทึกกำไรสะสม แต่ลดลงจากการจ่ายปันผล
* **D/E Ratio:** เพิ่มขึ้นจาก 0.68 เป็น 0.77 เนื่องจากหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นมากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
PQS ในปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังที่ทรงตัวในระดับสูงและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 9.61% แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการปรับขึ้นของราคาขายสินค้าและปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและปัญหาการขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารต้นทุนทางการเงินและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PQS ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
515.07
ล้านบาท
↓ 22.2% YoY
กำไรขั้นต้น
43.72
ล้านบาท
↓ 68.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.49
%
กำไรสุทธิ
-32.50
ล้านบาท
↓ 210.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.31
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
515
↓ -22.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↓ -68.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-32
↓ -210.4%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PQS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
-3.77
ROA (%)
-1.90
Book Value/หุ้น
2.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PQS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+123
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PQS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1.90
-99.41%
|
322.93
-152.20%
|
-618.66
-311.93%
|
291.92
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
123.33
-69.62%
|
405.95
-20.66%
|
511.63
-917.95%
|
-62.55
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
285.17
-3,470.80%
|
-8.46
-98.91%
|
-776.24
+801.56%
|
-86.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
410.39
-43.04%
|
720.44
-181.57%
|
-883.26
-716.50%
|
143.27
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
467.77
-20.78%
|
590.48
+147.20%
|
238.87
+149.86%
|
95.60
+443.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
299.37
-35.83%
|
466.51
-20.99%
|
590.48
+147.20%
|
238.87
+149.87%
|