บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.43
0.02 (1.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4422 out_tok=2478 at=2026-07-26T01:07:28 -->
PQS กำไรสุทธิ Q1/2566 พุ่ง 85% รับแรงหนุนธุรกิจวัสดุก่อสร้าง-อสังหาฯ
ฝ่ายจัดการ PQS เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทอยู่ที่ 56.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PQS ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 12% ประกอบกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 37.13 ล้านบาท (+12% YoY) ซึ่งมาจากส่วนงานธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่เติบโต 31.52 ล้านบาท (+11% YoY) และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 5.60 ล้านบาท (+42% YoY) ควบคู่ไปกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นรวมจาก 27.9% ใน Q1/2565 เป็น 31.2% ใน Q1/2566 (+3.3% ppt) ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 85% หรือ 25.79 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในส่วนวัสดุก่อสร้างเป็นผลมาจากภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทสามารถปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้เฉลี่ย 4% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น เกิดจากการที่ราคาวัตถุดิบบางชนิด เช่น PC Wire และน้ำมันดีเซล ปรับลดลงประมาณ 12% แม้ว่าราคาปูนซีเมนต์จะปรับสูงขึ้น 10% ก็ตาม นอกจากนี้ การขาย Mini Factory ได้ 2 ยูนิต ยังส่งผลให้มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเข้ามาเสริมอีก 18.53 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่ฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนวัตถุดิบและการปรับราคาขายสินค้าจะต้องเผชิญกับความผันผวนของราคา commodity และสภาวะตลาดที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ส่วนกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนนั้นเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทพุ่ง 85% YoY:** อยู่ที่ 56.24 ล้านบาท จาก 30.45 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้รวมเติบโต 12% YoY:** ทำได้ 350.15 ล้านบาท จาก 313.02 ล้านบาท
* **ธุรกิจวัสดุก่อสร้างหนุนรายได้หลัก:** เพิ่มขึ้น 11% เป็น 331.08 ล้านบาท
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 42% เป็น 19.07 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมดีขึ้น:** ขยับจาก 27.9% เป็น 31.2% จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ
* **กำไรพิเศษจากการขายอสังหาฯ:** รับรู้ 18.53 ล้านบาท จากการขาย Mini Factory 2 ยูนิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS มีรายได้รวม 350.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 11% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 42% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวและการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง
อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 27.9% ในปีก่อน เป็น 31.2% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะราคา PC Wire และน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลง ประกอบกับการปรับขึ้นราคาขายสินค้าเฉลี่ย 4% ทำให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 22.09 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับรู้กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 18.53 ล้านบาท จากการขาย Mini Factory จำนวน 2 ยูนิต ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 85% หรือ 25.79 ล้านบาท มาอยู่ที่ 56.24 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง:** เป็นปัจจัยบวกต่อเนื่องที่สนับสนุนการขายสินค้าวัสดุก่อสร้าง
* **การปรับราคาขายสินค้า:** บริษัทมีความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** ศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โอกาสในการรับรู้รายได้และกำไรจากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบบางชนิด เช่น ปูนซีเมนต์ ยังคงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน
* **ความผันผวนของราคา commodity:** ราคา commodity ที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลก
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปูนซีเมนต์, PC Wire และน้ำมันดีเซล
* ความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง
* การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
* การบริหารจัดการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับความต้องการของตลาด
* ทิศทางของภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในส่วนของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นรายได้หลักของ PQS มีการเติบโตที่น่าพอใจ โดยรายได้เพิ่มขึ้น 11% เป็น 331.08 ล้านบาท การเติบโตนี้สอดคล้องกับภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง บริษัทสามารถใช้โอกาสนี้ในการปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4% ซึ่งช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตตามไปด้วย
ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จาก 27.9% ในปีก่อน เป็น 31.2% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยสำคัญคือการลดลงของราคาวัตถุดิบบางประเภท เช่น PC Wire และน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจ แม้ว่าราคาปูนซีเมนต์จะปรับสูงขึ้น แต่ผลกระทบโดยรวมยังคงทำให้ GPM โดยรวมดีขึ้น
ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีสัดส่วนรายได้น้อยกว่า แต่ก็แสดงการเติบโตที่โดดเด่นถึง 42% เป็น 19.07 ล้านบาท การขาย Mini Factory ได้ 2 ยูนิต ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 18.53 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
จากข้อมูลอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ พบว่า PQS มีอัตราส่วนสภาพคล่องรวมลดลงจาก 4.96 เท่าในปีก่อน เป็น 3.22 เท่าในไตรมาสนี้ และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.55 เท่า เป็น 0.53 เท่า ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่เปลี่ยนแปลงไป
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยยังคงใกล้เคียงเดิมที่ 46 วัน แต่ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 69 วัน เป็น 77 วัน และระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 412 วัน เป็น 533 วัน ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ยาวนานขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า เป็น 0.23 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.7% เป็น 16.1% และอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์รวม (ROA) และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน
## สรุปท้าย
PQS ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถสร้างผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทเติบโตถึง 85% เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนยังเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม แม้ว่าจะมีข้อสังเกตเกี่ยวกับระยะเวลาขายสินค้าที่ยาวนานขึ้นและสภาพคล่องหมุนเร็วที่ลดลง แต่โดยรวมแล้วบริษัทมีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องจากแนวโน้มที่ดีของภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะการแข่งขันในตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PQS ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
515.07
ล้านบาท
↓ 22.2% YoY
กำไรขั้นต้น
43.72
ล้านบาท
↓ 68.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.49
%
กำไรสุทธิ
-32.50
ล้านบาท
↓ 210.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.31
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
515
↓ -22.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↓ -68.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-32
↓ -210.4%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PQS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
-3.77
ROA (%)
-1.90
Book Value/หุ้น
2.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PQS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+123
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PQS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1.90
-99.41%
|
322.93
-152.20%
|
-618.66
-311.93%
|
291.92
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
123.33
-69.62%
|
405.95
-20.66%
|
511.63
-917.95%
|
-62.55
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
285.17
-3,470.80%
|
-8.46
-98.91%
|
-776.24
+801.56%
|
-86.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
410.39
-43.04%
|
720.44
-181.57%
|
-883.26
-716.50%
|
143.27
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
467.77
-20.78%
|
590.48
+147.20%
|
238.87
+149.86%
|
95.60
+443.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
299.37
-35.83%
|
466.51
-20.99%
|
590.48
+147.20%
|
238.87
+149.87%
|