PQS
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PQS
บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.25
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8480 out_tok=3026 at=2026-07-26T00:46:54 --> # PQS กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 87.7% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ราคาขายแป้งตามไม่ทัน ## รายได้รวมวูบ 3% ต้นทุนพุ่ง 15.9% ฉุดกำไรสุทธิหดหนัก ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 22.34 ล้านบาท ลดลงถึง 87.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,228.94 ล้านบาท ลดลง 3.03% ขณะที่ต้นทุนขายสินค้าปรับเพิ่มขึ้นถึง 15.92% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ PQS ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขายแป้งมันสำปะหลังตามราคาตลาด** โดยบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงถึง 63.65% และกำไรสุทธิลดลง 87.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2565 และยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงต้นปี 2566 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 15.92% เป็น 1,075.40 ล้านบาท คิดเป็น 91.34% ของรายได้จากการขายสินค้า ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของแป้งมันสำปะหลังที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดนั้น ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ทัน ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบ ได้แก่: * **ปริมาณขายแป้งมันสำปะหลังลดลง:** เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าลดลง 4.59% เป็น 1,168.44 ล้านบาท * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีจำนวน 5.85 ล้านบาท ในงวดนี้ เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 5.44 ล้านบาท (แต่ตัวเลขนี้มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิไม่มากนักเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบ) * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** 16.32% หรือ 7.03 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการเข้าระดมทุน IPO อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกบางส่วนที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ ได้แก่: * **รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น:** 23.49% หรือ 3.93 ล้านบาท จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น * **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** 53.62% หรือ 13.90 ล้านบาท จากการขายเศษวัสดุที่ราคาสูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง:** 16.68% หรือ 14.29 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายต่างประเทศลดลง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะดีขึ้นหากต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลงและราคาขายแป้งปรับตัวสูงขึ้นตามได้ทัน ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก "อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขายแป้งตามราคาตลาด" ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามกลไกตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ หากแนวโน้มราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลง หรือราคาขายแป้งสามารถปรับขึ้นได้สอดคล้องกับต้นทุนในอนาคต ก็มีโอกาสที่ GPM จะฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลแนวโน้มราคาวัตถุดิบหรือราคาขายแป้งในระยะถัดไป จึงยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 87.72%:** เหลือ 22.34 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 จาก 181.94 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมลดลง 3.03%:** อยู่ที่ 1,228.94 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายสินค้าลดลง 4.59% * **ต้นทุนขายสินค้าพุ่ง 15.92%:** เป็น 1,075.40 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มเป็น 91.34% * **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวรุนแรง:** ลดลง 63.65% เหลือ 113.71 ล้านบาท * **D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 0.77 เหลือ 0.15 หลังได้รับเงิน IPO และชำระคืนหนี้สิน * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 24.10%:** จากเงินสด IPO และการลงทุนขยายโรงงาน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,228.94 ล้านบาท ลดลง 3.03% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายสินค้า 4.59% เป็น 1,168.44 ล้านบาท แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณการขายกลับลดลง ในขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 23.49% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 53.62% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายสินค้าปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 15.92% เป็น 1,075.40 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 91.34% ของรายได้จากการขายสินค้า ทำให้ต้นทุนขายไฟฟ้าอยู่ที่ 8.20 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลงอย่างมากถึง 63.65% เหลือ 113.71 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 16.32% และขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานลดลงอย่างมากถึง 84.56% เหลือเพียง 30.78 ล้านบาท เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ที่ลดลงอย่างมาก (ภาษีเงินได้ลดลง 94.03%) กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 22.34 ล้านบาท ลดลงถึง 87.72% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังแห่งใหม่เพิ่มเติม 1 แห่ง เพื่อขยายกำลังการผลิตตามวัตถุประสงค์การระดมทุน IPO ซึ่งจะช่วยรองรับการเติบโตในอนาคต * **รายได้จากไฟฟ้าและรายได้อื่น:** มีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะรายได้จากการขายเศษวัสดุที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ * **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การได้รับเงิน IPO ช่วยให้บริษัทสามารถชำระคืนหนี้สินระยะสั้นและยาวบางส่วน ทำให้ต้นทุนทางการเงินในอนาคตมีแนวโน้มลดลง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงและผันผวนเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** การที่ราคาขายแป้งไม่สามารถปรับขึ้นได้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ * **ปริมาณการขาย:** การลดลงของปริมาณขายแป้งมันสำปะหลัง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะขาดทุนไม่มาก แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหากมีการส่งออกมากขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง):** จะปรับตัวลดลงหรือทรงตัวในระดับสูงต่อไป * **ความสามารถในการปรับราคาขายแป้งมันสำปะหลัง:** จะสามารถสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้หรือไม่ * **ปริมาณการขายแป้งมันสำปะหลัง:** โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ จะฟื้นตัวหรือลดลงต่อเนื่อง * **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานใหม่:** และผลกระทบต่อกำลังการผลิตและต้นทุนในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** เพื่อลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนหัวมันสำปะหลังสูงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2565 และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายสินค้าของ PQS ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ทำให้ต้นทุนขายสินค้าต่อรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 91.34% จากเดิมที่ต่ำกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญ * **Volume:** ปริมาณขายแป้งมันสำปะหลังลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าลดลง แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะสูงขึ้นก็ตาม * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 63.65% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด * **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายแป้งในประเทศ 470.82 ล้านบาท (40.29%) และต่างประเทศ 697.62 ล้านบาท (59.71%) การลดลงของปริมาณขายต่างประเทศส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง * **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 5.85 ล้านบาท (เทียบกับปีก่อนขาดทุน 5.44 ล้านบาท) การลดลงของปริมาณขายต่างประเทศส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าลดลง * **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน แต่ระบุว่าต้นทุนหัวมันสำปะหลังสูงต่อเนื่องตั้งแต่สิ้นปี 2565 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,214.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.10% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการระดมทุน IPO และการลงทุนในโรงงานใหม่ หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 62.16% เหลือ 294.35 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นทั้งหมดและเงินกู้ยืมระยะยาวบางส่วนหลังได้รับเงิน IPO ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 90.78% เป็น 1,920.18 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO ทำให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมากจาก 0.77 เหลือ 0.15 ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลงอย่างมากตามกำไรที่ลดลง แต่กระแสเงินสดจากการลงทุนยังคงมีการใช้จ่ายเพื่อขยายโรงงาน ขณะที่กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการระดมทุน IPO ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการ PQS ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 คือการที่ต้นทุนวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายแป้งมันสำปะหลังได้ทัน ทำให้ GPM หดตัวรุนแรงและกำไรสุทธิลดลงถึง 87.72% แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น รวมถึงการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PQS ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
515.07 ล้านบาท
↓ 22.2% YoY
กำไรขั้นต้น
43.72 ล้านบาท
↓ 68.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.49 %
กำไรสุทธิ
-32.50 ล้านบาท
↓ 210.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.31 %
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
515
↓ -22.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↓ -68.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-32
↓ -210.4% YoY
D/E Ratio
0.39

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
-3.77
ROA (%)
-1.90
Book Value/หุ้น
2.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PQS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
747.13
-22.03%
967.94
-1.23%
980.04
+37.69%
711.75
+52.90%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,061.28
+2.36%
2,013.78
+31.46%
1,531.86
+42.81%
1,072.64
-2.00%
รวมสินทรัพย์ —
2,808.41
-5.50%
2,981.73
+18.70%
2,511.91
+40.77%
1,784.40
+14.38%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
665.07
+7.09%
621.01
+110.87%
294.51
-45.50%
540.34
+53.18%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
128.53
-26.37%
174.57
-4.42%
182.65
-23.13%
237.60
-14.06%
รวมหนี้สิน —
793.60
-0.25%
795.58
+66.73%
477.16
-38.66%
777.94
+23.64%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,014.81
-7.42%
2,186.14
+7.44%
2,034.75
+102.17%
1,006.46
+8.13%
D/E —
0.39
0.36
0.23
0.77
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-3.77
11.42
8.93
29.28
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-1.90
9.85
7.03
18.97
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.12
1.56
3.33
1.32
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.88
1.27
2.47
0.85
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
56.72
30.88
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
34.10
34.98
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
13.49
10.58
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
77.33
55.27
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+123
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PQS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
1.90
-99.41%
322.93
-152.20%
-618.66
-311.93%
291.92
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
123.33
-69.62%
405.95
-20.66%
511.63
-917.95%
-62.55
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
285.17
-3,470.80%
-8.46
-98.91%
-776.24
+801.56%
-86.10
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
410.39
-43.04%
720.44
-181.57%
-883.26
-716.50%
143.27
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
467.77
-20.78%
590.48
+147.20%
238.87
+149.86%
95.60
+443.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
299.37
-35.83%
466.51
-20.99%
590.48
+147.20%
238.87
+149.87%