บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.43
0.02 (1.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=43095 out_tok=2967 at=2026-08-13T18:07:49 -->
# PQS Q2/2569 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม รับแรงกดดันวัตถุดิบขาดแคลน-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรขั้นต้นหดตัว YoY เหตุวัตถุดิบขาดแคลน-ราคาพุ่ง ขณะเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มมูลค่า-ลดต้นทุน
บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 37.2 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 19.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 24.6% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาแป้งมันสำปะหลังจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PQS ในไตรมาส 2/2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 37.2 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 19.9 ล้านบาทใน Q1/2569 และขาดทุน 20.2 ล้านบาทใน Q2/2568) มาจาก **การหดตัวอย่างรุนแรงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ที่ลดลงเหลือเพียง 3.9% จาก 13.2% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 11.8% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **การขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสดและการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาขายผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสดในประเทศ ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อปริมาณการผลิตและปริมาณการขายแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท ปัจจัยที่ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน ได้แก่ สภาพอากาศแปรปรวน โรคระบาดในพืช ปริมาณผลผลิตต่อไร่ลดลง และที่สำคัญคือการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้การนำเข้าวัตถุดิบจากเพื่อนบ้านมีข้อจำกัด สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันสูงในการรับซื้อวัตถุดิบ ส่งผลให้ราคาหัวมันสดเชื้อแป้ง 25-30% พุ่งสูงขึ้นไปถึง 3.20-3.90 บาท/กก. ในขณะที่ราคาขายแป้งมันสำปะหลัง แม้จะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ทัน ทำให้ GPM ถูกกดดันอย่างหนัก นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยเสริมที่กดดันต้นทุนการผลิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่า ปัญหาวัตถุดิบตึงตัวนี้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 แต่เชื่อว่าในระยะยาวราคาหัวมันสำปะหลังสดจะปรับตัวขึ้นตามกลไกตลาดและดึงดูดให้เกษตรกรกลับมาเพาะปลูกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทกลับมาใช้กำลังการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นยังคงอยู่ ทั้งจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและค่าระวางเรือ การปิดด่านชายแดนที่ยังคงจำกัดอุปทานวัตถุดิบ และที่สำคัญคือการคาดการณ์ปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่อาจทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงและส่งผลกระทบต่อผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 37.2 ล้านบาทใน Q2/2569** พลิกจากกำไร 19.9 ล้านบาทใน Q1/2569 และขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 20.2 ล้านบาทใน Q2/2568
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรงเหลือ 3.9%** จาก 13.2% ใน Q1/2569 และ 11.8% ใน Q2/2568
* **รายได้จากการขายและบริการ Q2/2569 อยู่ที่ 392.4 ล้านบาท ลดลง 24.6% YoY และ 37.8% QoQ** เป็นผลโดยตรงจากปริมาณการขายและผลิตที่ลดลง
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง) ปรับตัวสูงขึ้นมาก** ขณะที่ราคาขายแป้งมันสำปะหลังไม่สามารถชดเชยได้ทัน
* **เดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มมูลค่า:** บริษัทเร่งขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น Modified Starch และขยายตลาดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของวัตถุดิบ
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 220.8 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 และ D/E Ratio ต่ำที่ 0.4 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,022.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% YoY โดยมีรายได้จากการขายแป้งมันสำปะหลัง 1,007.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 16.9% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 47.8% YoY เหลือ 98.4 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.6% จาก 19.2% ในปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 17.3 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 31.4 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของราคาแป้งมันสำปะหลัง:** ราคาแป้งมันสำปะหลังในประเทศพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 22 บาท/กก. ในเดือนมิถุนายน และราคาส่งออกปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่ลดลงได้บางส่วน
* **การขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม:** การเติบโตของรายได้จากแป้งดัดแปร (Modified Starch) และบริการขนส่งและโลจิสติกส์ ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้น
* **การพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ:** ความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นในการพัฒนากระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Starch) ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดพรีเมียมและตลาดที่ใส่ใจ ESG
* **การขยายตลาดส่งออก:** การเจาะตลาดใหม่ เช่น ญี่ปุ่น และจีน (นครฉงชิ่ง) ช่วยลดการพึ่งพาตลาดเดิมและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสด:** ปัญหาการขาดแคลนและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์:** ราคาแป้งมันสำปะหลังมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น อุปสงค์-อุปทานโลก ต้นทุนพลังงาน และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน
* **การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ:** ความเสี่ยงจากภัยแล้งรุนแรง (Super El Niño) อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดในระยะยาว
* **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง:** ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าระวางเรือผันผวนสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ผลิต
* **การแข่งขันในตลาดส่งออก:** การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนามและกัมพูชา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหัวมันสำปะหลัง:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบจะส่งผลโดยตรงต่อ GPM และความสามารถในการทำกำไร
* **ปริมาณการผลิตและขาย:** การจัดหาวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการผลิตเต็มกำลังการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม:** ความคืบหน้าของการขยายตลาด Modified Starch และผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
* **ผลกระทบจากสภาพอากาศ:** การติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบต่อผลผลิตหัวมันสำปะหลัง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาหัวมันสำปะหลังสดในประเทศพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 22 บาท/กก. ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ราคาขายส่งแป้งมันสำปะหลังก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แต่ GPM ถูกกดดันอย่างหนัก
* **Volume:** ปริมาณการผลิตและขายแป้งมันสำปะหลังลดลง YoY และ QoQ เนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ
* **GPM:** หดตัวรุนแรงเหลือ 3.9% ใน Q2/2569 จาก 13.2% ใน Q1/2569 และ 11.8% ใน Q2/2568
* **ช่องทางขาย:** ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลัก แม้จะชะลอตัว แต่ตลาดญี่ปุ่นและบางประเทศในยุโรปมีการเติบโต
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกสินค้าคงเหลือโดยตรง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่ราคาส่งออกแป้งมันสำปะหลังเฉลี่ยต่อหน่วยปรับตัวดีขึ้นประมาณ 16% YoY แม้ปริมาณส่งออกจะลดลง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไตรมาส 1 เป็นช่วงที่มีผลผลิตสูงสุดของปี ทำให้รายได้ 6 เดือนแรกยังเติบโตได้ แม้ Q2 จะลดลงตามฤดูกาลและปัญหาวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 2,750.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 2.0% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น
* **หนี้สินรวม:** 754.7 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงมากจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะสั้นเป็นระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1,996.2 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก
* **กระแสเงินสด:** มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 220.8 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า (95.2 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินสดรับจากการลดลงของลูกหนี้การค้า
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ในระดับต่ำที่ 0.4 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่มั่นคง
## สรุปท้าย
PQS เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2569 จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสดที่รุนแรง ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งสูงและกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก แม้ราคาขายจะปรับขึ้นแต่ก็ไม่เพียงพอชดเชย ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกลยุทธ์ระยะยาวที่ชัดเจนในการกระจายความเสี่ยงสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น Modified Starch และการพัฒนานวัตกรรม Low Carbon Starch ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองธุรกิจและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาพอากาศที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PQS ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
515.07
ล้านบาท
↓ 22.2% YoY
กำไรขั้นต้น
43.72
ล้านบาท
↓ 68.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.49
%
กำไรสุทธิ
-32.50
ล้านบาท
↓ 210.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.31
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
515
↓ -22.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↓ -68.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-32
↓ -210.4%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PQS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
-3.77
ROA (%)
-1.90
Book Value/หุ้น
2.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PQS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+123
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PQS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1.90
-99.41%
|
322.93
-152.20%
|
-618.66
-311.93%
|
291.92
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
123.33
-69.62%
|
405.95
-20.66%
|
511.63
-917.95%
|
-62.55
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
285.17
-3,470.80%
|
-8.46
-98.91%
|
-776.24
+801.56%
|
-86.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
410.39
-43.04%
|
720.44
-181.57%
|
-883.26
-716.50%
|
143.27
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
467.77
-20.78%
|
590.48
+147.20%
|
238.87
+149.86%
|
95.60
+443.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
299.37
-35.83%
|
466.51
-20.99%
|
590.48
+147.20%
|
238.87
+149.87%
|