บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.05
+0.01 (+25.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6695 out_tok=2797 at=2026-07-25T23:55:06 -->
# STARK Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 30.5% รับอานิสงส์ธุรกิจเวียดนาม-ยอดขายภาครัฐเอกชน
## synergy เวียดนาม-ยอดขายโตหนุนกำไร STARK Q2/2565 พุ่ง 30.5% ขณะที่ราคาวัตถุดิบยังไม่กระทบมาร์จิ้น
บริษัท สตาร์คคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 39.6% จากการรับรู้ผลประกอบการของธุรกิจในเวียดนามและการเติบโตของยอดขายโครงการภาครัฐและเอกชน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงรักษาเสถียรภาพได้จากนโยบายบริหารต้นทุนและราคาวัตถุดิบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STARK ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้หลัก (Core Revenues) ที่เพิ่มขึ้น 39.6% และการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิปรับปรุงตามธุรกิจปกติ (Adj. Core net profit) ถึง 83.4%** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ
ประการแรกคือ **พลังร่วมทางธุรกิจ (Business synergies)** จากการเข้าลงทุนในประเทศเวียดนาม ซึ่งนำไปสู่การรวมคำสั่งซื้อวัตถุดิบ การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนลดลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะการลดอัตราการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Scrap rate)
ประการที่สองคือ **ยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากโครงการภาครัฐและเอกชน** ที่ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามแผนงานและกำหนดการ ซึ่งเป็นผลให้รายได้หลักในไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ **อัตรากำไร Adjusted Core EBITDA margin ที่เพิ่มขึ้น 108.8%** ในไตรมาส 2 ปี 2565 และ 80.5% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยมาจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ (product mix) ที่มุ่งเน้นกลุ่มสินค้า High Margin ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการ Supply Chain แบบบูรณาการ
สำหรับประเด็นเรื่อง **ราคาทองแดงที่ปรับเพิ่มขึ้น** ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทฯ มีนโยบายบริหารแบบ Pass-through หรือ Cost-plus strategy ซึ่งคำสั่งซื้อส่วนใหญ่จะมีการกำหนดราคาวัตถุดิบและจำนวนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ทำให้ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากการปรับตัวของราคาวัตถุดิบหลัก และไม่มีการเก็งกำไรจากราคาวัตถุดิบ
**ประเมินว่าปัจจัยเหล่านี้มีโอกาสต่อเนื่องหรือไม่:**
จากถ้อยคำของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า "โครงการภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามแผนงานและกำหนดการ" และการมุ่งเน้นกลุ่มสินค้า High Margin รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและ Supply Chain อย่างมีระบบ ชี้ให้เห็นว่า **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการ Synergy จากธุรกิจในเวียดนามยังคงดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการราคาวัตถุดิบยังคงเป็นไปตามนโยบายที่วางไว้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้หลัก (Core Revenues) ไตรมาส 2/2565 เพิ่มขึ้น 39.6% YoY** แตะ 7,332 ล้านบาท และ 36.3% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 แตะ 13,508 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ (Net Profit) ไตรมาส 2/2565 เพิ่มขึ้น 30.5% YoY** แตะ 689 ล้านบาท และ 31.1% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 แตะ 1,270 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปรับปรุงตามธุรกิจปกติ (Adj. Core net profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ เพิ่มขึ้น 83.4% YoY** ในไตรมาส 2/2565 แตะ 644 ล้านบาท และ 70.8% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 แตะ 1,223 ล้านบาท
* **Adjusted Core EBITDA margin เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เป็น 21.6% ในไตรมาส 2/2565 จาก 14.4% ในปีก่อน และ 20.5% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 จาก 15.5% ในปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt / Equity (Adj)) อยู่ที่ 0.85 เท่า** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.79 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สตาร์คคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้หลัก (Core revenues) เติบโตขึ้น 39.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 7,332 ล้านบาท และในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 รายได้หลักอยู่ที่ 13,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ผลประกอบการของธุรกิจในเวียดนามและการเติบโตของยอดขายจากโครงการภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้กำไรสุทธิ (Net Profit) ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อพิจารณากำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (Adj. Core net profit attribute to owners of the parent company) ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 644 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 1,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อัตรากำไรสุทธิปรับปรุงตามธุรกิจปกติ (Adj. Core net profit margin) อยู่ที่ 8.8% ในไตรมาส 2 ปี 2565 และ 9.1% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565
## โอกาส
* **การ Synergy จากธุรกิจในเวียดนาม:** การรวมคำสั่งซื้อวัตถุดิบ การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคในการผลิต ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
* **การเติบโตของยอดขายโครงการภาครัฐและเอกชน:** การดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามแผนงานและกำหนดการ ส่งผลให้รายได้เติบโต
* **การมุ่งเน้นกลุ่มสินค้า High Margin:** ช่วยเพิ่มอัตรากำไรของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ:** ควบคู่กับการบริหารจัดการ Supply Chain แบบบูรณาการ
* **แนวโน้มราคาทองแดงที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น:** จากอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯ มีนโยบายบริหารความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ดี แต่ความผันผวนของราคาทองแดงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** โครงการภาครัฐเป็นส่วนสำคัญของรายได้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายอาจส่งผลกระทบได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไร (Margin) ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
* การรับรู้รายได้จากโครงการภาครัฐและเอกชนในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าและผลลัพธ์จากการ Synergy ของธุรกิจในเวียดนาม
* การบริหารจัดการหนี้สินและอัตราส่วน Net Debt / Equity
* แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ทองแดง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้เอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง แต่จากข้อมูลที่ระบุเกี่ยวกับ "รายได้หลัก (Core Revenues) เพิ่มขึ้น 39.6% มาจากยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากโครงการภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามแผนงานและกำหนดการ" บ่งชี้ว่าธุรกิจหลักของ STARK ยังคงเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและโครงการต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงสายไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
การที่ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ (ทองแดง) และการใช้กลยุทธ์ Pass-through หรือ Cost-plus strategy แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สำคัญในธุรกิจนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 45,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,301 ล้านบาท จากสิ้นไตรมาส 1 ปี 2565
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยหักด้วยเงินสด (Net interest bearing debt) อยู่ที่ 15,522 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,495 ล้านบาท จากสิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีสาเหตุจากการชำระหนี้สินที่เกิดจากการซื้อกิจการที่เวียดนาม และภาระหนี้จากการออกหุ้นกู้ในเดือนกันยายน 2564
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 7,717 ล้านบาท แต่หากปรับปรุงด้วยรายการพิเศษจากการซื้อธุรกิจย้อนกลับ (Reverse Takeover) จะมีส่วนของผู้ถือหุ้น (ปรับปรุง) เท่ากับ 18,259 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ปรับปรุง) (Net debt / Equity (Adj)) อยู่ที่ 0.85 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 0.79 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA (Net Debt / EBITDA) อยู่ที่ประมาณ 2.4 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 2.3 - 2.5 เท่า
## สรุปท้าย
STARK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 30.5% จากการ Synergy ธุรกิจในเวียดนามและการเติบโตของยอดขายโครงการภาครัฐและเอกชน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ดีด้วยนโยบาย Cost-plus strategy และการมุ่งเน้นสินค้า High Margin อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อประเมินทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PF ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,326.51
ล้านบาท
↓ 38.8% YoY
กำไรขั้นต้น
292.06
ล้านบาท
↓ 55.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.02
%
กำไรสุทธิ
-1,332.30
ล้านบาท
↑ 254.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-100.44
%
D/E Ratio
3.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,327
↓ -38.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
292
↓ -55.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,332
↑ + 254.5%
YoY
D/E Ratio
3.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.67
ROE (%)
-28.54
ROA (%)
-2.90
Book Value/หุ้น
0.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-270
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-270.31
+13.54%
|
-238.07
+589.86%
|
-34.51
-105.04%
|
684.65
-145.95%
|
-1,490.15
-237.27%
|
1,085.60
-69.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-215.98
-104.79%
|
4,507.37
-285.36%
|
-2,431.71
+1,136.00%
|
-196.74
-105.29%
|
3,716.56
+229.87%
|
1,126.66
-129.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,616.91
-52.54%
|
3,407.19
-40.58%
|
5,734.17
+80.49%
|
3,177.00
-375.53%
|
-1,153.03
-71.39%
|
-4,030.24
+531.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,130.61
+40.99%
|
801.92
-34.70%
|
1,227.97
-65.08%
|
3,516.86
+759.07%
|
409.38
-122.52%
|
-1,817.98
+94.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,455.29
-52.49%
|
3,063.19
+3.14%
|
2,970.02
-22.70%
|
3,842.37
+91.46%
|
2,006.88
-48.13%
|
3,869.21
-19.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
694.49
-52.28%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
2,006.88
-48.13%
|