บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.05
+0.01 (+25.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18092 out_tok=2152 at=2026-07-26T00:02:20 -->
# IVL กำไร Q1/2566 พลิกฟื้น QoQ รับปริมาณขายเพิ่ม-ต้นทุนพลังงานลด
## รายได้-กำไรฟื้นตัวตามคาด หลังผ่านจุดต่ำสุดปลายปีก่อน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงาน 4,027 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมี Reported EBITDA อยู่ที่ 301 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 269% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 62% เมื่อเทียบปีต่อปี การพลิกฟื้นของผลประกอบการในไตรมาสนี้สะท้อนถึงการปรับตัวดีขึ้นหลังผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายในปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตในกลุ่ม CPET และ Fibers รวมถึงการลดลงของต้นทุนพลังงานในทวีปยุโรป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ IVL ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คือ **การฟื้นตัวของปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม CPET และ Fibers ประกอบกับการลดลงของต้นทุนพลังงานในทวีปยุโรป** ซึ่งส่งผลให้ Reported EBITDA ปรับตัวสูงขึ้นถึง 269% QoQ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในกลุ่ม CPET เกิดจากการที่อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์เริ่มคลี่คลายจากการลดระดับสินค้าคงคลังอย่างหนักในช่วงปลายปี 2565 ส่งผลให้อัตรากำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 64% เป็น 72% นอกจากนี้ การเปิดประเทศของจีนยังช่วยกระตุ้นอุปสงค์ PET ให้ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ในส่วนของธุรกิจ Fibers ก็มีการเติบโตของอุปสงค์ในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 13% QoQ โดยเฉพาะกลุ่ม Mobility Fibers ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก
อีกปัจจัยสำคัญคือ **การลดลงของต้นทุนพลังงานในทวีปยุโรป** ซึ่งช่วยลดต้นทุนแปรสภาพของบริษัทลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม CPET ที่ได้รับผลดีจากการลดลงของต้นทุนพลังงานถึง 26 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ การลดลงของราคาอีเทนยังช่วยเพิ่มความได้เปรียบด้านต้นทุนให้กับสินทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาของบริษัท ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรของเอทิลีนและ MEG
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปริมาณการขายของบริษัทจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตลอดทั้งปี จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากการสิ้นสุดของการลดระดับสินค้าคงคลัง และการกลับมาเปิดประเทศของจีน นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากำไรในธุรกิจ MEG, PIA และ Polyester Fiber จะปรับตัวดีขึ้นตามอุปสงค์ในจีนที่เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจ IOD Downstream คาดว่าจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ราคาพลังงานคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนแปรสภาพของบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงาน 4,027 ล้านเหรียญสหรัฐ:** เพิ่มขึ้น 3% QoQ และ 9% YoY
* **Reported EBITDA 301 ล้านเหรียญสหรัฐ:** เพิ่มขึ้น 269% QoQ แต่ลดลง 62% YoY
* **กำไรสุทธิหลังหักภาษีและส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 30 ล้านเหรียญสหรัฐ:** พลิกจากขาดทุน 342 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 93% YoY
* **ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 5% QoQ:** ได้แรงหนุนจากกลุ่ม CPET และ Fibers
* **ต้นทุนพลังงานในยุโรปปรับลดลง:** ส่งผลดีต่อต้นทุนแปรสภาพของบริษัท
* **อัตราส่วนหนี้สินจากการดำเนินงานสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity) อยู่ที่ 0.97 เท่า:** ใกล้เคียงกับระดับปกติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทรายงานรายได้จากการขายรวม 4,027 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 และลดลง 9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม Reported EBITDA พุ่งสูงขึ้น 269% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 301 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ลดลง 62% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวจากการดำเนินงานที่อ่อนแอในไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวนและภาวะสินค้าคงคลังสูง กำไรสุทธิหลังหักภาษีและส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมอยู่ที่ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ พลิกจากขาดทุน 342 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 93% เมื่อเทียบปีต่อปี
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์หลังการเปิดประเทศของจีน:** คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายและอัตรากำไรในหลายกลุ่มธุรกิจ
* **ต้นทุนพลังงานที่ลดลง:** ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในยุโรป
* **การบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง (Project Olympus):** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน:** สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองความต้องการของตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขาย
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความไม่แน่นอน:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากสต็อกสินค้าคงคลัง:** แม้จะคลี่คลายลง แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายในกลุ่ม CPET และ Fibers ในไตรมาส 2/2566
* การปรับตัวของอัตรากำไรในธุรกิจ IOD Downstream โดยเฉพาะตลาด crop solutions ในช่วงครึ่งปีหลัง
* ผลกระทบจากการส่งผ่านราคาวัตถุดิบ (เช่น polypropylene) ไปยังผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย
* ความคืบหน้าของโครงการ Project Olympus ในการลดต้นทุน
* การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*เอกสารที่ได้รับเป็นของบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามเลนส์ sector อสังหาริมทรัพย์ได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีหนี้สินรวม 7,540 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 7,358 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 665 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิอยู่ที่ 6,875 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตราส่วนหนี้สินจากการดำเนินงานสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.97 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดย 61% ของหนี้สินมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 199 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 60% QoQ และ 64% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ
## สรุปท้าย
IVL ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในกลุ่ม CPET และ Fibers ควบคู่ไปกับการลดลงของต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทได้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดไปแล้ว แม้ว่าผลประกอบการเมื่อเทียบปีต่อปียังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่แนวโน้มในอนาคตที่คาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สินอย่างมีวินัย ทำให้ IVL ยังคงเป็นบริษัทที่น่าจับตาในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเปิดประเทศของจีนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเข้ามาสนับสนุนอุปสงค์ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PF ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,326.51
ล้านบาท
↓ 38.8% YoY
กำไรขั้นต้น
292.06
ล้านบาท
↓ 55.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.02
%
กำไรสุทธิ
-1,332.30
ล้านบาท
↑ 254.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-100.44
%
D/E Ratio
3.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,327
↓ -38.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
292
↓ -55.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,332
↑ + 254.5%
YoY
D/E Ratio
3.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.67
ROE (%)
-28.54
ROA (%)
-2.90
Book Value/หุ้น
0.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-270
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-270.31
+13.54%
|
-238.07
+589.86%
|
-34.51
-105.04%
|
684.65
-145.95%
|
-1,490.15
-237.27%
|
1,085.60
-69.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-215.98
-104.79%
|
4,507.37
-285.36%
|
-2,431.71
+1,136.00%
|
-196.74
-105.29%
|
3,716.56
+229.87%
|
1,126.66
-129.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,616.91
-52.54%
|
3,407.19
-40.58%
|
5,734.17
+80.49%
|
3,177.00
-375.53%
|
-1,153.03
-71.39%
|
-4,030.24
+531.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,130.61
+40.99%
|
801.92
-34.70%
|
1,227.97
-65.08%
|
3,516.86
+759.07%
|
409.38
-122.52%
|
-1,817.98
+94.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,455.29
-52.49%
|
3,063.19
+3.14%
|
2,970.02
-22.70%
|
3,842.37
+91.46%
|
2,006.88
-48.13%
|
3,869.21
-19.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
694.49
-52.28%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
2,006.88
-48.13%
|