บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9679 out_tok=2775 at=2026-07-25T23:08:36 -->
# PERM กำไรสุทธิ Q4/65 พุ่ง 22.5% YoY รับอานิสงส์บริหารต้นทุน-ค่าใช้จ่าย
## รายได้รวมหดตัว 1% แต่กำไรสุทธิโตแรง จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงิน
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 1% เป็น 241.7 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่หนุนกำไรมาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนการขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PERM ในไตรมาส 4 ปี 2565 เติบโตถึง 22.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 1% มาอยู่ที่ 241.7 ล้านบาทนั้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนการขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และต้นทุนทางการเงิน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
แม้รายได้รวมจะลดลง 1% เป็นผลมาจากมาตรการ Zero COVID ของประเทศจีนที่ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและยอดขาย แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนขายให้ลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงเพียง 9.3% เป็น 58.4 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 25.1% นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 31.9% และการลดลงของต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 100% จาก Q4/64 ที่มีต้นทุน 1.6 ล้านบาท) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านรายได้ยังคงมีความผันผวน โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศจีนที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID อาจส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในอนาคต แต่การแข่งขันในตลาดและปัจจัยมหภาคอื่นๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงินในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/65 เติบโต 22.5% YoY:** อยู่ที่ 30.5 ล้านบาท จาก 24.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q4/65 ลดลง 1.0% YoY:** อยู่ที่ 241.7 ล้านบาท จาก 244.1 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น Q4/65 ลดลง 9.3% YoY:** อยู่ที่ 58.4 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.1%
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 44.4% YoY:** อยู่ที่ 1,457.4 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 142.5% YoY:** อยู่ที่ 207.6 ล้านบาท
* **การลงทุนใน Solar Rooftop:** ติดตั้งแล้วเสร็จใน Q4/65 คาดเริ่มใช้ Q1/66
* **การลงนามสัญญาซื้อเครื่องจักร PET Aseptic:** เพื่อรองรับการเติบโต คาดติดตั้งแล้วเสร็จ Q2/66
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 241.7 ล้านบาท ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 58.4 ล้านบาท ลดลง 9.3% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 25.1% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 26.8% ในปีก่อน แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 22.5% เป็น 30.5 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 12.6% จาก 10.2% ในปีก่อน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,457.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายในทวีปอเมริกา และการลดลงของค่าระวางเรือขนส่งในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 55.3% เป็น 425.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด 142.5% เป็น 207.6 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.2%
## โอกาส
* **การผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID ในจีน:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อและการขายในอนาคต
* **การเติบโตของตลาดในทวีปอเมริกา:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยยอดขายในบางภูมิภาค
* **การลงทุนใน Solar Rooftop:** ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
* **การขยายกำลังการผลิตด้วยเครื่องจักร PET Aseptic:** รองรับการเติบโตของตลาด PET
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การตกลงราคาและปริมาณล่วงหน้ากับผู้ผลิตรายใหญ่ช่วยควบคุมต้นทุนได้ดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้
* **การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์โดยรวม
* **สงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในประเทศจีนหลังการผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงิน
* ความคืบหน้าในการติดตั้งและเริ่มใช้งาน Solar Rooftop
* ความคืบหน้าในการติดตั้งเครื่องจักร PET Aseptic และผลต่อกำลังการผลิต
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 4 ปี 2565 PERM เผชิญกับความท้าทายด้านปริมาณการขายที่ลดลง 3.2% YoY เป็น 232.9 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการ Zero COVID ของจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนขายลดลง 1.0% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวในระดับที่ดีที่ 25.1% แม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 26.8% ในปีก่อน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 42.4% YoY เป็น 1,428.2 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 55.3% YoY เป็น 425.9 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 29.8% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 27.3% การเติบโตนี้สอดคล้องกับการขยายตัวของตลาดในทวีปอเมริกา และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่ทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะค่าระวางเรือที่ลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง
การบริหารค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 49.4% YoY เป็น 98.0 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับลดลง 2.4% YoY เป็น 97.0 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโตถึง 125.2% YoY เป็น 260.1 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 82.8% YoY เหลือเพียง 1.5 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมก่อนกำหนด และสภาพคล่องที่ดีขึ้นจากการเพิ่มทุน ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,452.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.9% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 255.1% จากเงินสด ลูกหนี้การค้า และเงินมัดจำค่าบรรจุภัณฑ์ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 27.4% จากการซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และเครื่องจักรใหม่
หนี้สินรวมลดลง 45.6% เหลือ 198.7 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 37.7% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต่างๆ ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 81.8% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวทั้งหมด
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 247.1% เป็น 1,253.6 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน 746.2 ล้านบาท การจ่ายปันผล 60 ล้านบาท และกำไรสะสมจากการดำเนินงาน 207.6 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.96 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เหลือเพียง 0.16 เท่า ณ สิ้นปี 2565 สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 24.4% เป็น 172.3 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไป 180.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินสุทธิเป็นบวก 548.6 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 578.2 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PERM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 ที่น่าประทับใจ โดยสามารถพลิกจากรายได้ที่ลดลงมาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิที่ 22.5% YoY ได้อย่างแข็งแกร่ง จากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบจากสถานการณ์ในประเทศจีน แต่การเติบโตของตลาดในทวีปอเมริกา การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน เป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตและติดตั้ง Solar Rooftop จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตและลดต้นทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|