PERM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PERM
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.28
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5536 out_tok=2660 at=2026-07-25T23:54:52 --> # PERM พลิกขาดทุน Q2/65 รับผลกระทบเศรษฐกิจโลก-สงคราม ฉุดรายได้วูบ 28% ## รายได้รวมหดตัว 27.9% ขณะที่ต้นทุนขายลดลงน้อยกว่า ส่งผลขาดทุนสุทธิ 48 ล้านบาท บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 161.19 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รวมที่ลดลงถึง 27.90% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังซบเซาและผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม หัวใจกำไรของ PERM ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 28.10%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันและส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 161.19 ล้านบาทในปีก่อน **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **สถานการณ์ตลาดเหล็กที่ราคาผันผวนและเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังซบเซา** หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและมูลค่าคำสั่งซื้อ โดยเฉพาะในงวด 3 เดือนของไตรมาส 2 ที่รายได้ลดลงมาก แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลงตามยอดขาย แต่ก็ลดลงในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ ทำให้ GPM ถูกบีบแคบลง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ยังเพิ่มขึ้น 74.36% ในงวด 3 เดือน เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง TR เพิ่มขึ้น **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ว่าสำหรับงวด 6 เดือนแรก บริษัทจะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.10% แต่การหดตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของอุปสงค์ในตลาดเหล็กปัจจุบัน การที่บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและใช้เครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 161.19 ล้านบาทใน Q2/64 คิดเป็นการลดลง 129.78% * **รายได้รวมลดลง 27.90%:** อยู่ที่ 1,042.26 ล้านบาท จาก 1,445.61 ล้านบาทใน Q2/64 * **ต้นทุนขายลดลงน้อยกว่ารายได้:** ต้นทุนขายและบริการลดลง 17.61% ในงวด 3 เดือน ขณะที่รายได้ลดลง 28.10% * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 74.36%:** ในงวด 3 เดือน เป็น 14.94 ล้านบาท จาก 8.57 ล้านบาทใน Q2/64 * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 2.32%:** อยู่ที่ 2,570.28 ล้านบาท จาก 2,511.92 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 * **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 9.41%:** อยู่ที่ 2,017.41 ล้านบาท จาก 1,843.90 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 จำนวน 48.00 ล้านบาท ลดลง 209.19 ล้านบาท หรือ 129.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 161.19 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 26.69 ล้านบาท ลดลง 379.85 ล้านบาท หรือ 93.43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 406.54 ล้านบาท รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 1,042.26 ล้านบาท ลดลง 27.90% จาก 1,445.61 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ตลาดเหล็กราคาผันผวนและเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา รวมถึงผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 6 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวม 3,173.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.10% จาก 3,139.41 ล้านบาทในปีก่อน ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 953.19 ล้านบาท ลดลง 17.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25.93% ในงวด 3 เดือน เนื่องจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกคลี่คลายและอุปสงค์ในตลาดเหล็กกลับมาฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อปริมาณและราคาขายของบริษัท * **การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** การเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในระยะยาวเมื่อตลาดกลับมาคึกคัก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ตลาดเหล็กมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัท * **ภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซาและสงคราม:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอุปสงค์ในตลาดเหล็ก และอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทอย่างต่อเนื่อง * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การใช้เครื่องมือทางการเงินในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็กและอุปสงค์ในตลาดโลก:** ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากสงครามที่จะส่งผลต่อความต้องการเหล็ก * **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทและการใช้เครื่องมือทางการเงินต่อผลประกอบการ * **ระดับสินค้าคงคลัง:** การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต * **การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่ลดลง 28% และต้นทุนขายที่ลดลง 17.61% บ่งชี้ว่าปริมาณการผลิตและขายอาจลดลง หรือราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้ลดลงมากใน Q2/65 ชี้ว่าอาจมีคำสั่งซื้อที่ลดลง หรือการส่งมอบล่าช้าจากปัจจัยภายนอก * **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารกล่าวถึง "ราคาผันผวน" แต่ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กเส้น หรือราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ชัดเจน * **GPM:** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงน้อยกว่ารายได้ บ่งชี้ว่า GPM ถูกกดดัน * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ * **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และกล่าวถึงค่าเงินบาทอ่อนค่า * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 2.32% เป็น 2,570.28 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในช่วงปลายไตรมาส ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 5,003.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.81% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (+2.32%) และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (+9.41%) * **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 58.36 ล้านบาท หรือ 2.32% เป็น 2,570.28 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในช่วงปลายไตรมาส * **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** เพิ่มขึ้น 173.51 ล้านบาท หรือ 9.41% เป็น 2,017.41 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของอาคารและเครื่องจักรของบริษัทย่อย * **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 3,358.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.83% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุจากการสั่งซื้อจากต่างประเทศและใช้วงเงินเปิด LC และ T/R เพิ่มขึ้น * **เจ้าหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้น 31.75% เป็น 554.72 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 0.87% เป็น 1,645.46 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2564 จำนวน 90 ล้านบาท ## สรุปท้าย PERM เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดเหล็ก ทำให้รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ถาวร แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
694.77 ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33 ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38 %
กำไรสุทธิ
-41.91 ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03 %
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4% YoY
D/E Ratio
12.35

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
694.77
-17.99%
847.15
+7.87%
785.38
-34.52%
1,199.49
-30.08%
1,715.49
-25.81%
2,312.34
-22.40%
กำไรขั้นต้น —
44.33
+65.81%
26.74
+196.93%
-27.58
-205.54%
-9.03
-104.35%
207.31
+81.29%
114.35
+209.95%
ค่าใช้จ่ายรวม —
63.38
+14.59%
55.31
-20.40%
69.48
-14.07%
80.86
-26.55%
110.08
+68.99%
65.14
+29.77%
กำไรสุทธิ —
-41.91
+44.36%
-75.32
+39.65%
-124.81
-70.64%
-73.14
-153.22%
137.44
+219.76%
42.98
+120.99%
กำไรต่อหุ้น —
-0.06
+43.88%
-0.10
+39.88%
-0.16
-71.58%
-0.10
-153.07%
0.18
+219.64%
0.06
+120.97%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
6.38
+101.90%
3.16
+190.03%
-3.51
-368.00%
-0.75
-106.21%
12.08
+144.04%
4.95
+299.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.12
+39.66%
6.53
-26.21%
8.85
+31.31%
6.74
+4.98%
6.42
+127.66%
2.82
+67.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-6.03
+32.17%
-8.89
+44.05%
-15.89
-160.49%
-6.10
-176.15%
8.01
+330.65%
1.86
+127.07%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
7.80
+125.84%
-30.19
-140.23%
75.05
-60.36%
189.31
-38.04%
305.54
0.00
-100.00%
ROE(%) —
-38.32
+27.11%
-52.57
-31.72%
-39.91
-20.50%
-33.12
-185.43%
38.77
+1,391.15%
2.60
+104.97%
ROA(%) —
-0.19
+95.39%
-4.12
+27.85%
-5.71
+34.14%
-8.67
-153.26%
16.28
+304.98%
4.02
+175.56%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
12.35
+52.85%
8.08
+77.58%
4.55
+65.45%
2.75
+46.28%
1.88
+32.39%
1.42
-80.28%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
-2,949.00%
3.51
0.00
P/BV —
0.59
+9.26%
0.54
-33.33%
0.81
+10.96%
0.73
-31.78%
1.07
+10.31%
0.97
+94.00%
BV —
0.44
-33.33%
0.66
-41.59%
1.13
-27.10%
1.55
-22.11%
1.99
+44.20%
1.38
-7.38%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
10.46
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.26
-27.78%
0.36
-60.87%
0.92
-18.58%
1.13
-46.70%
2.12
+58.21%
1.34
+81.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,674.20
-1.33%
1,696.80
-6.53%
1,815.25
-9.94%
2,015.71
-28.62%
2,823.83
+98.81%
1,420.38
-40.47%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,241.84
-5.03%
2,360.46
-3.12%
2,436.57
+5.04%
2,319.57
+18.93%
1,950.33
+46.91%
1,327.55
-2.72%
รวมสินทรัพย์ —
3,916.04
-3.48%
4,057.26
-4.58%
4,251.82
-1.93%
4,335.28
-9.19%
4,774.16
+73.74%
2,747.92
-26.73%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,270.63
-1.82%
3,331.35
+11.61%
2,984.89
+6.53%
2,802.05
+3.39%
2,710.21
+81.37%
1,494.33
-39.90%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
352.17
+26.16%
279.15
-44.30%
501.17
+33.26%
376.08
-6.91%
404.01
+246.25%
116.68
-23.92%
รวมหนี้สิน —
3,622.80
+0.34%
3,610.50
+3.57%
3,486.06
+9.69%
3,178.13
+2.05%
3,114.22
+93.31%
1,611.01
-38.97%
รวมส่วนของเจ้าของ —
293.24
-34.36%
446.75
-41.66%
765.75
-33.82%
1,157.15
-30.29%
1,659.94
+46.00%
1,136.91
+2.36%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-38.32
-52.57
-39.91
-33.12
38.77
2.60
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-0.19
-4.12
-5.71
-8.67
16.28
4.02
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.51
0.51
0.61
0.72
1.04
0.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.03
0.06
0.04
0.18
0.08
0.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
13.52
12.37
0.00
0.00
10.95
18.99
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
173.74
159.64
0.00
0.00
122.12
142.49
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
27.41
27.40
0.00
0.00
26.00
24.97
วงจรเงินสด —
159.85
144.61
0.00
0.00
107.07
136.52
D/E —
12.35
8.08
4.55
2.75
1.88
1.42
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-986.99
+500.65%
-164.32
-116.92%
971.25
-194.44%
-1,028.42
-353.71%
405.36
-63.36%
1,106.37
+192.16%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3.65
-27.87%
5.06
-97.21%
181.36
-46.40%
338.33
-59.43%
833.96
-1,128.18%
-81.11
-46.17%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
984.49
-12,852.46%
-7.72
-98.93%
-723.25
-203.71%
697.40
-145.20%
-1,542.90
+25.61%
-1,228.31
+2,082.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1.13
-100.68%
-166.97
-138.89%
429.34
+5,765.30%
7.32
-102.41%
-303.58
+49.51%
-203.05
-218.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%
254.76
+206.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
17.46
-33.31%
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%