บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5536 out_tok=2660 at=2026-07-25T23:54:52 -->
# PERM พลิกขาดทุน Q2/65 รับผลกระทบเศรษฐกิจโลก-สงคราม ฉุดรายได้วูบ 28%
## รายได้รวมหดตัว 27.9% ขณะที่ต้นทุนขายลดลงน้อยกว่า ส่งผลขาดทุนสุทธิ 48 ล้านบาท
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 161.19 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รวมที่ลดลงถึง 27.90% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังซบเซาและผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ PERM ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 28.10%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันและส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 161.19 ล้านบาทในปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **สถานการณ์ตลาดเหล็กที่ราคาผันผวนและเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังซบเซา** หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและมูลค่าคำสั่งซื้อ โดยเฉพาะในงวด 3 เดือนของไตรมาส 2 ที่รายได้ลดลงมาก แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลงตามยอดขาย แต่ก็ลดลงในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ ทำให้ GPM ถูกบีบแคบลง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ยังเพิ่มขึ้น 74.36% ในงวด 3 เดือน เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง TR เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ว่าสำหรับงวด 6 เดือนแรก บริษัทจะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.10% แต่การหดตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของอุปสงค์ในตลาดเหล็กปัจจุบัน การที่บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและใช้เครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 161.19 ล้านบาทใน Q2/64 คิดเป็นการลดลง 129.78%
* **รายได้รวมลดลง 27.90%:** อยู่ที่ 1,042.26 ล้านบาท จาก 1,445.61 ล้านบาทใน Q2/64
* **ต้นทุนขายลดลงน้อยกว่ารายได้:** ต้นทุนขายและบริการลดลง 17.61% ในงวด 3 เดือน ขณะที่รายได้ลดลง 28.10%
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 74.36%:** ในงวด 3 เดือน เป็น 14.94 ล้านบาท จาก 8.57 ล้านบาทใน Q2/64
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 2.32%:** อยู่ที่ 2,570.28 ล้านบาท จาก 2,511.92 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 9.41%:** อยู่ที่ 2,017.41 ล้านบาท จาก 1,843.90 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 จำนวน 48.00 ล้านบาท ลดลง 209.19 ล้านบาท หรือ 129.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 161.19 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 26.69 ล้านบาท ลดลง 379.85 ล้านบาท หรือ 93.43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 406.54 ล้านบาท
รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 1,042.26 ล้านบาท ลดลง 27.90% จาก 1,445.61 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ตลาดเหล็กราคาผันผวนและเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา รวมถึงผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 6 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวม 3,173.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.10% จาก 3,139.41 ล้านบาทในปีก่อน
ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 953.19 ล้านบาท ลดลง 17.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25.93% ในงวด 3 เดือน เนื่องจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกคลี่คลายและอุปสงค์ในตลาดเหล็กกลับมาฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อปริมาณและราคาขายของบริษัท
* **การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** การเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในระยะยาวเมื่อตลาดกลับมาคึกคัก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ตลาดเหล็กมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัท
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซาและสงคราม:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอุปสงค์ในตลาดเหล็ก และอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การใช้เครื่องมือทางการเงินในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กและอุปสงค์ในตลาดโลก:** ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากสงครามที่จะส่งผลต่อความต้องการเหล็ก
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทและการใช้เครื่องมือทางการเงินต่อผลประกอบการ
* **ระดับสินค้าคงคลัง:** การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่ลดลง 28% และต้นทุนขายที่ลดลง 17.61% บ่งชี้ว่าปริมาณการผลิตและขายอาจลดลง หรือราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้ลดลงมากใน Q2/65 ชี้ว่าอาจมีคำสั่งซื้อที่ลดลง หรือการส่งมอบล่าช้าจากปัจจัยภายนอก
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารกล่าวถึง "ราคาผันผวน" แต่ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กเส้น หรือราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ชัดเจน
* **GPM:** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงน้อยกว่ารายได้ บ่งชี้ว่า GPM ถูกกดดัน
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และกล่าวถึงค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 2.32% เป็น 2,570.28 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในช่วงปลายไตรมาส
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 5,003.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.81% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (+2.32%) และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (+9.41%)
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 58.36 ล้านบาท หรือ 2.32% เป็น 2,570.28 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในช่วงปลายไตรมาส
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** เพิ่มขึ้น 173.51 ล้านบาท หรือ 9.41% เป็น 2,017.41 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของอาคารและเครื่องจักรของบริษัทย่อย
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 3,358.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.83% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุจากการสั่งซื้อจากต่างประเทศและใช้วงเงินเปิด LC และ T/R เพิ่มขึ้น
* **เจ้าหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้น 31.75% เป็น 554.72 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 0.87% เป็น 1,645.46 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2564 จำนวน 90 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PERM เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดเหล็ก ทำให้รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 48.00 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ถาวร แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|