บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4702 out_tok=2262 at=2026-08-12T00:01:55 -->
PERM พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2569 ลดลง 14% รับปริมาณขายหด แต่คุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น
ฝ่ายจัดการ PERM ชี้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 14.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะปรับตัวลดลง 2.71% จากปริมาณการขายที่ลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งและพลังงาน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ PERM ในไตรมาส 2/2569 คือการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลงก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ PERM ในไตรมาส 2/2569 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 6.75% ในปีก่อน เป็น 8.32% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 2.71% (24.06 ล้านบาท) จากปริมาณการขายที่ลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากปริมาณการขายที่ลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันผลประกอบการคือ **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 74.98% (8.81 ล้านบาท)** โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.57% (3.81 ล้านบาท) และดอกเบี้ยจ่ายลดลง 7.11% (2.41 ล้านบาท) จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและการใช้วงเงินกู้ยืมที่ลดลงตามลำดับ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** แม้ว่าการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตจะทำได้ดีขึ้น แต่การที่ปริมาณการขายลดลงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้หดตัว และค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา หากปัจจัยเหล่านี้ยังคงอยู่ หรือมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 2.71%** อยู่ที่ 863.28 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณการขายที่ปรับตัวลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 1.57%** มาอยู่ที่ 8.32% จากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายพุ่งสูงขึ้น 74.98%** เป็น 20.56 ล้านบาท จากต้นทุนค่าขนส่งและพลังงานที่เพิ่มขึ้น
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 14.00%** อยู่ที่ 15.30 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลงบางส่วน
* **สินค้าคงเหลือลดลง 151.45 ล้านบาท** ส่งผลให้สินทรัพย์รวมลดลง 3.03%
* **หนี้สินรวมลดลง 1.90%** จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 863.28 ล้านบาท ลดลง 2.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 8.32% เพิ่มขึ้น 1.57% จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 74.98% จากต้นทุนค่าขนส่งและพลังงานที่สูงขึ้น แต่ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 8.57% และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง 7.11% ทำให้บริษัทสามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้ 14.00% มาอยู่ที่ 15.30 ล้านบาท
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและการลดลงของภาระดอกเบี้ยจ่าย แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การที่รายได้จากการขายลดลงเนื่องจากปริมาณการขายที่ปรับตัวลดลง เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนค่าขนส่งและพลังงานที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยดังกล่าว อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคตหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **การลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 17.03% เป็นผลมาจากการขาดทุนสุทธิในงวด ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขาย:** จะสามารถฟื้นตัวหรือรักษาปริมาณการขายให้ทรงตัวได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งและพลังงาน:** บริษัทจะมีกลยุทธ์ในการรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างไร และจะสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้หรือไม่
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** จะสามารถรักษาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การลดลงของสินค้าคงเหลือ 151.45 ล้านบาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ดี หรือเป็นผลจากอุปสงค์ที่ลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ (เช่น เหล็ก) และต้นทุนการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) PERM แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้นในไตรมาสนี้ ทำให้ GPM เพิ่มขึ้น แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนค่าขนส่งและพลังงาน เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นต้นทุนที่ผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ได้โดยตรง หากไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกันได้ การลดลงของสินค้าคงคลังอาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่ดีขึ้น หรืออาจเป็นสัญญาณของอุปสงค์ที่ชะลอตัว ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่ไปกับแนวโน้มคำสั่งซื้อ (order book) ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,797.39 ล้านบาท ลดลง 3.03% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินค้าคงเหลือจำนวน 151.45 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,554.10 ล้านบาท ลดลง 1.90% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 17.03% มาอยู่ที่ 243.29 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดทุนสุทธิในงวด
## สรุปท้าย
PERM ในไตรมาส 2/2569 เผชิญกับความท้าทายจากปริมาณการขายที่ลดลงและต้นทุนค่าขนส่งและพลังงานที่สูงขึ้น แต่สามารถพลิกสถานการณ์ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น และลดการขาดทุนสุทธิลงได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรักษา GPM ในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุนที่ผันผวน และการปรับตัวต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การจับตาแนวโน้มปริมาณการขายและกลยุทธ์การรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|