บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5333 out_tok=1847 at=2026-07-26T00:02:07 -->
# PERM กำไร Q1/2566 พุ่ง 107% รับแรงหนุนยอดขาย LPG ในประเทศ-ราคาเฉลี่ยสูงขึ้น
## รายได้-กำไรโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ปัจจัยหลักจากปริมาณขายและราคา LPG ที่ปรับสูงขึ้น
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 38.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 107.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 4,499.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.06% ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในประเทศ ประกอบกับการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยตามประกาศของภาครัฐ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PERM ให้เติบโตถึง 107.37% ในไตรมาส 1 ปี 2566 มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและให้บริการ 35.48%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **ปริมาณการขาย LPG ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 5.3%** และ **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น** จากการประกาศขึ้นราคาของภาครัฐ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย LPG ในประเทศส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้า Commercial ที่เติบโต 23.08% สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และกลุ่มยานยนต์ที่เติบโต 12.75% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการใช้ LPG นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยตามประกาศของภาครัฐยังช่วยหนุนรายได้ให้สูงขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าปริมาณการขายในต่างประเทศจะลดลง 35.05% แต่การเติบโตของตลาดในประเทศและการปรับราคาขายเฉลี่ยได้เข้ามาทดแทนและส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้ LPG ในกลุ่มลูกค้า Commercial และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคา LPG ในตลาดโลกและนโยบายของภาครัฐอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 107.37%** แตะ 38.45 ล้านบาท จาก 18.54 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้รวมเติบโต 35.06%** แตะ 4,499.92 ล้านบาท จาก 3,331.89 ล้านบาท
* **ปริมาณขาย LPG ในประเทศเพิ่มขึ้น 5.3%** โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Commercial และยานยนต์
* **ราคาขายเฉลี่ย LPG ปรับสูงขึ้น** ตามประกาศของภาครัฐ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.40%** จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่รัดกุม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) ลดลง** อยู่ที่ 3.99 เท่า จาก 4.16 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 PERM มีกำไรสุทธิ 38.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 4,499.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.06% จาก 3,331.89 ล้านบาท ในขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 163.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.22% อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 0.56% เป็น 0.85%
## โอกาส
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยส่งผลดีต่อความต้องการใช้ LPG ในกลุ่มลูกค้า Commercial และภาคอุตสาหกรรม
* การเป็นผู้จัดจำหน่าย LPG อันดับ 2 ของประเทศ (Market Share 19%) สร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคา LPG ในตลาดโลกอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขาย
* นโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับการกำหนดราคา LPG อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* ปริมาณการขายในต่างประเทศที่ลดลงอาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขาย LPG ในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Commercial และยานยนต์
* การเปลี่ยนแปลงของราคา LPG ในตลาดโลกและผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ย
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย โดยเฉพาะค่าขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน
* ทิศทางนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม LPG
* การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย LPG ในประเทศบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคา LPG ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยหนุนรายได้ แต่ก็อาจส่งผลต่อต้นทุนหากไม่ได้ส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่าราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นตามภาครัฐ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 4.16% ลดลงจาก 4.91% ใน Q1/2565 ซึ่งอาจเกิดจากการปรับขึ้นของต้นทุน LPG ที่สูงกว่าราคาขายที่ปรับขึ้นเล็กน้อย
* **ส่งออก:** ปริมาณการขายต่างประเทศลดลง 35.05%
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,977.99 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.63% จากสิ้นปี 2565 หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,578.24 ล้านบาท ลดลง 1.46% ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 2.82% เป็น 1,399.75 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.99 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E ratio) อยู่ที่ 0.39 เท่า กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 847.06 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินงานและขยายธุรกิจในอนาคต
## สรุปท้าย
PERM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนหลักของยอดขาย LPG ในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยตามภาครัฐ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่รัดกุมขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคา LPG และนโยบายภาครัฐ รวมถึงการเติบโตของตลาดต่างประเทศเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|