PERM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PERM
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.28
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5796 out_tok=2561 at=2026-07-25T23:35:50 --> # PERM พลิกขาดทุน Q3/64 สู่กำไร 390 ล้านบาทใน 9 เดือน รับเศรษฐกิจฟื้น-อานิสงส์มาตรการเหล็ก ## รายได้รวมโต 61% ใน 9 เดือน หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 1,205% แม้ Q3 ขาดทุนจากค่าเงินผันผวน บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 20.71 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,205% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 35.30 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐต่ออุตสาหกรรมเหล็ก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PERM ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 61.29%** ซึ่งสามารถพลิกสถานการณ์จากการขาดทุนสุทธิในปีก่อน มาเป็นกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาทได้ แม้ว่าในไตรมาส 3 ปี 2564 จะมีผลขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การเติบโตของรายได้** เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด-19 ประกอบกับมาตรการควบคุมการระบาดที่ดีขึ้น ทำให้ธุรกิจต่างๆ กลับมามีคำสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการป้องกันอุตสาหกรรมเหล็กของภาครัฐยังส่งผลให้ราคาสินค้าเหล็กปรับตัวสูงขึ้น และกระตุ้นความต้องการของลูกค้าให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ในไตรมาส 3 ปี 2564 เกิดจากการที่บริษัทมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจำนวนมาก ประกอบกับค่าเงินบาทที่ผันผวนและอ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 144.30 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **การเติบโตของรายได้** มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้ หากภาวะเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว และมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กยังคงมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** เป็นปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และมีผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรในแต่ละไตรมาส ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 61.29%** แตะ 4,770.98 ล้านบาท จาก 2,957.96 ล้านบาทในปีก่อน * **พลิกมีกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2564** จากขาดทุน 35.30 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1,205.01% * **ไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 20.71 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 169.60%** เป็น 2,977.23 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศล่วงหน้า * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 138.75%** เป็น 3,846.26 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้าโดยใช้วงเงิน LC และวงเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 โดยมีรายได้รวม 4,770.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 35.30 ล้านบาทในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท ลดลง 179.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 20.71 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับมามีคำสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นจากภาคธุรกิจต่างๆ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย * **มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็ก:** นโยบายภาครัฐที่ช่วยพยุงราคาสินค้าเหล็กในประเทศ ทำให้มีความต้องการเพิ่มขึ้น * **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าโดยการเปิด LC และใช้ TR ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่ผันแปรตามยอดขาย อาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **การบริหารสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงหากความต้องการสินค้าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลกำไรในไตรมาสถัดไป * **ระดับราคาสินค้าเหล็ก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศ * **ปริมาณคำสั่งซื้อ:** การเติบโตของคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ประสิทธิภาพในการระบายสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนการนำเข้า:** ผลกระทบจากราคาค่าขนส่งและต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **รายได้จากการขายและบริการ:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 1,631.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในงวด 9 เดือน รายได้รวมอยู่ที่ 4,770.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.29% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการภาครัฐต่ออุตสาหกรรมเหล็ก **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้นตามยอดขาย โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 1,414.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.41% และในงวด 9 เดือน อยู่ที่ 3,900.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.32% **ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร:** มีการควบคุมที่ดี โดยลดลงทั้งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยลบสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีผลขาดทุน 144.30 ล้านบาท เนื่องจากการนำเข้าสินค้าจำนวนมากและค่าเงินบาทอ่อนค่า **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในงวด 9 เดือน ลดลง 35.08% เนื่องจากมีการใช้ TR และเปิด LC ลดลง **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 169.60% เป็น 2,977.23 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้มีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศไปล่วงหน้า **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** เพิ่มขึ้น 46.95% เป็น 1,757.42 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของอาคารและอุปกรณ์ของบริษัทย่อย **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 138.75% เป็น 3,846.26 ล้านบาท เนื่องจากการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศโดยใช้วงเงิน LC และวงเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 34.31% เป็น 1,527.00 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในปี 2564 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,373.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.54% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นมากถึง 169.60% และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 46.95% หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,846.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.75% โดยเงินกู้ยืมและสินเชื่อระยะสั้นเพิ่มขึ้นถึง 219.43% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 34.31% เป็น 1,527.00 ล้านบาท ส่งผลให้ D/E Ratio เพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PERM ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือการเติบโตของรายได้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งสามารถพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในไตรมาส 3 ปี 2564 การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการสั่งซื้อสินค้า เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
694.77 ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33 ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38 %
กำไรสุทธิ
-41.91 ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03 %
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4% YoY
D/E Ratio
12.35

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
694.77
-17.99%
847.15
+7.87%
785.38
-34.52%
1,199.49
-30.08%
1,715.49
-25.81%
2,312.34
-22.40%
กำไรขั้นต้น —
44.33
+65.81%
26.74
+196.93%
-27.58
-205.54%
-9.03
-104.35%
207.31
+81.29%
114.35
+209.95%
ค่าใช้จ่ายรวม —
63.38
+14.59%
55.31
-20.40%
69.48
-14.07%
80.86
-26.55%
110.08
+68.99%
65.14
+29.77%
กำไรสุทธิ —
-41.91
+44.36%
-75.32
+39.65%
-124.81
-70.64%
-73.14
-153.22%
137.44
+219.76%
42.98
+120.99%
กำไรต่อหุ้น —
-0.06
+43.88%
-0.10
+39.88%
-0.16
-71.58%
-0.10
-153.07%
0.18
+219.64%
0.06
+120.97%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
6.38
+101.90%
3.16
+190.03%
-3.51
-368.00%
-0.75
-106.21%
12.08
+144.04%
4.95
+299.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.12
+39.66%
6.53
-26.21%
8.85
+31.31%
6.74
+4.98%
6.42
+127.66%
2.82
+67.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-6.03
+32.17%
-8.89
+44.05%
-15.89
-160.49%
-6.10
-176.15%
8.01
+330.65%
1.86
+127.07%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
7.80
+125.84%
-30.19
-140.23%
75.05
-60.36%
189.31
-38.04%
305.54
0.00
-100.00%
ROE(%) —
-38.32
+27.11%
-52.57
-31.72%
-39.91
-20.50%
-33.12
-185.43%
38.77
+1,391.15%
2.60
+104.97%
ROA(%) —
-0.19
+95.39%
-4.12
+27.85%
-5.71
+34.14%
-8.67
-153.26%
16.28
+304.98%
4.02
+175.56%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
12.35
+52.85%
8.08
+77.58%
4.55
+65.45%
2.75
+46.28%
1.88
+32.39%
1.42
-80.28%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
-2,949.00%
3.51
0.00
P/BV —
0.59
+9.26%
0.54
-33.33%
0.81
+10.96%
0.73
-31.78%
1.07
+10.31%
0.97
+94.00%
BV —
0.44
-33.33%
0.66
-41.59%
1.13
-27.10%
1.55
-22.11%
1.99
+44.20%
1.38
-7.38%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
10.46
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.26
-27.78%
0.36
-60.87%
0.92
-18.58%
1.13
-46.70%
2.12
+58.21%
1.34
+81.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,674.20
-1.33%
1,696.80
-6.53%
1,815.25
-9.94%
2,015.71
-28.62%
2,823.83
+98.81%
1,420.38
-40.47%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,241.84
-5.03%
2,360.46
-3.12%
2,436.57
+5.04%
2,319.57
+18.93%
1,950.33
+46.91%
1,327.55
-2.72%
รวมสินทรัพย์ —
3,916.04
-3.48%
4,057.26
-4.58%
4,251.82
-1.93%
4,335.28
-9.19%
4,774.16
+73.74%
2,747.92
-26.73%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,270.63
-1.82%
3,331.35
+11.61%
2,984.89
+6.53%
2,802.05
+3.39%
2,710.21
+81.37%
1,494.33
-39.90%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
352.17
+26.16%
279.15
-44.30%
501.17
+33.26%
376.08
-6.91%
404.01
+246.25%
116.68
-23.92%
รวมหนี้สิน —
3,622.80
+0.34%
3,610.50
+3.57%
3,486.06
+9.69%
3,178.13
+2.05%
3,114.22
+93.31%
1,611.01
-38.97%
รวมส่วนของเจ้าของ —
293.24
-34.36%
446.75
-41.66%
765.75
-33.82%
1,157.15
-30.29%
1,659.94
+46.00%
1,136.91
+2.36%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-38.32
-52.57
-39.91
-33.12
38.77
2.60
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-0.19
-4.12
-5.71
-8.67
16.28
4.02
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.51
0.51
0.61
0.72
1.04
0.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.03
0.06
0.04
0.18
0.08
0.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
13.52
12.37
0.00
0.00
10.95
18.99
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
173.74
159.64
0.00
0.00
122.12
142.49
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
27.41
27.40
0.00
0.00
26.00
24.97
วงจรเงินสด —
159.85
144.61
0.00
0.00
107.07
136.52
D/E —
12.35
8.08
4.55
2.75
1.88
1.42
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-986.99
+500.65%
-164.32
-116.92%
971.25
-194.44%
-1,028.42
-353.71%
405.36
-63.36%
1,106.37
+192.16%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3.65
-27.87%
5.06
-97.21%
181.36
-46.40%
338.33
-59.43%
833.96
-1,128.18%
-81.11
-46.17%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
984.49
-12,852.46%
-7.72
-98.93%
-723.25
-203.71%
697.40
-145.20%
-1,542.90
+25.61%
-1,228.31
+2,082.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1.13
-100.68%
-166.97
-138.89%
429.34
+5,765.30%
7.32
-102.41%
-303.58
+49.51%
-203.05
-218.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%
254.76
+206.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
17.46
-33.31%
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%