PERM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PERM
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5796 out_tok=2561 at=2026-07-25T23:35:50 --> # PERM พลิกขาดทุน Q3/64 สู่กำไร 390 ล้านบาทใน 9 เดือน รับเศรษฐกิจฟื้น-อานิสงส์มาตรการเหล็ก ## รายได้รวมโต 61% ใน 9 เดือน หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 1,205% แม้ Q3 ขาดทุนจากค่าเงินผันผวน บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 20.71 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,205% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 35.30 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐต่ออุตสาหกรรมเหล็ก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PERM ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 61.29%** ซึ่งสามารถพลิกสถานการณ์จากการขาดทุนสุทธิในปีก่อน มาเป็นกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาทได้ แม้ว่าในไตรมาส 3 ปี 2564 จะมีผลขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การเติบโตของรายได้** เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด-19 ประกอบกับมาตรการควบคุมการระบาดที่ดีขึ้น ทำให้ธุรกิจต่างๆ กลับมามีคำสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการป้องกันอุตสาหกรรมเหล็กของภาครัฐยังส่งผลให้ราคาสินค้าเหล็กปรับตัวสูงขึ้น และกระตุ้นความต้องการของลูกค้าให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ในไตรมาส 3 ปี 2564 เกิดจากการที่บริษัทมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจำนวนมาก ประกอบกับค่าเงินบาทที่ผันผวนและอ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 144.30 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **การเติบโตของรายได้** มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้ หากภาวะเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว และมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กยังคงมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** เป็นปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และมีผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรในแต่ละไตรมาส ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 61.29%** แตะ 4,770.98 ล้านบาท จาก 2,957.96 ล้านบาทในปีก่อน * **พลิกมีกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2564** จากขาดทุน 35.30 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1,205.01% * **ไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 20.71 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 169.60%** เป็น 2,977.23 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศล่วงหน้า * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 138.75%** เป็น 3,846.26 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้าโดยใช้วงเงิน LC และวงเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 โดยมีรายได้รวม 4,770.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 390.07 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 35.30 ล้านบาทในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 16.48 ล้านบาท ลดลง 179.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 20.71 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับมามีคำสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นจากภาคธุรกิจต่างๆ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย * **มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็ก:** นโยบายภาครัฐที่ช่วยพยุงราคาสินค้าเหล็กในประเทศ ทำให้มีความต้องการเพิ่มขึ้น * **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าโดยการเปิด LC และใช้ TR ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่ผันแปรตามยอดขาย อาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **การบริหารสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงหากความต้องการสินค้าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลกำไรในไตรมาสถัดไป * **ระดับราคาสินค้าเหล็ก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศ * **ปริมาณคำสั่งซื้อ:** การเติบโตของคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ประสิทธิภาพในการระบายสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนการนำเข้า:** ผลกระทบจากราคาค่าขนส่งและต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **รายได้จากการขายและบริการ:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 1,631.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในงวด 9 เดือน รายได้รวมอยู่ที่ 4,770.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.29% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการภาครัฐต่ออุตสาหกรรมเหล็ก **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้นตามยอดขาย โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 1,414.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.41% และในงวด 9 เดือน อยู่ที่ 3,900.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.32% **ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร:** มีการควบคุมที่ดี โดยลดลงทั้งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยลบสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีผลขาดทุน 144.30 ล้านบาท เนื่องจากการนำเข้าสินค้าจำนวนมากและค่าเงินบาทอ่อนค่า **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในงวด 9 เดือน ลดลง 35.08% เนื่องจากมีการใช้ TR และเปิด LC ลดลง **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 169.60% เป็น 2,977.23 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้มีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศไปล่วงหน้า **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** เพิ่มขึ้น 46.95% เป็น 1,757.42 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของอาคารและอุปกรณ์ของบริษัทย่อย **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 138.75% เป็น 3,846.26 ล้านบาท เนื่องจากการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศโดยใช้วงเงิน LC และวงเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 34.31% เป็น 1,527.00 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในปี 2564 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,373.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.54% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นมากถึง 169.60% และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 46.95% หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,846.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.75% โดยเงินกู้ยืมและสินเชื่อระยะสั้นเพิ่มขึ้นถึง 219.43% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 34.31% เป็น 1,527.00 ล้านบาท ส่งผลให้ D/E Ratio เพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PERM ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือการเติบโตของรายได้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งสามารถพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในไตรมาส 3 ปี 2564 การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการสั่งซื้อสินค้า เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
694.77 ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33 ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38 %
กำไรสุทธิ
-41.91 ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03 %
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4% YoY
D/E Ratio
12.35

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
694.77
-17.99%
847.15
+7.87%
785.38
-34.52%
1,199.49
-30.08%
1,715.49
-25.81%
2,312.34
-22.40%
กำไรขั้นต้น
44.33
+65.81%
26.74
+196.93%
-27.58
-205.54%
-9.03
-104.35%
207.31
+81.29%
114.35
+209.95%
ค่าใช้จ่ายรวม
63.38
+14.59%
55.31
-20.40%
69.48
-14.07%
80.86
-26.55%
110.08
+68.99%
65.14
+29.77%
กำไรสุทธิ
-41.91
+44.36%
-75.32
+39.65%
-124.81
-70.64%
-73.14
-153.22%
137.44
+219.76%
42.98
+120.99%
กำไรต่อหุ้น
-0.06
+43.88%
-0.10
+39.88%
-0.16
-71.58%
-0.10
-153.07%
0.18
+219.64%
0.06
+120.97%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
6.38
+101.90%
3.16
+190.03%
-3.51
-368.00%
-0.75
-106.21%
12.08
+144.04%
4.95
+299.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
9.12
+39.66%
6.53
-26.21%
8.85
+31.31%
6.74
+4.98%
6.42
+127.66%
2.82
+67.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-6.03
+32.17%
-8.89
+44.05%
-15.89
-160.49%
-6.10
-176.15%
8.01
+330.65%
1.86
+127.07%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
7.80
+125.84%
-30.19
-140.23%
75.05
-60.36%
189.31
-38.04%
305.54
0.00
-100.00%
ROE(%)
-38.32
+27.11%
-52.57
-31.72%
-39.91
-20.50%
-33.12
-185.43%
38.77
+1,391.15%
2.60
+104.97%
ROA(%)
-0.19
+95.39%
-4.12
+27.85%
-5.71
+34.14%
-8.67
-153.26%
16.28
+304.98%
4.02
+175.56%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
12.35
+52.85%
8.08
+77.58%
4.55
+65.45%
2.75
+46.28%
1.88
+32.39%
1.42
-80.28%
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
-2,949.00%
3.51
0.00
P/BV
0.59
+9.26%
0.54
-33.33%
0.81
+10.96%
0.73
-31.78%
1.07
+10.31%
0.97
+94.00%
BV
0.44
-33.33%
0.66
-41.59%
1.13
-27.10%
1.55
-22.11%
1.99
+44.20%
1.38
-7.38%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
-100.00%
10.46
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.26
-27.78%
0.36
-60.87%
0.92
-18.58%
1.13
-46.70%
2.12
+58.21%
1.34
+81.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,674.20
-1.33%
1,696.80
-6.53%
1,815.25
-9.94%
2,015.71
-28.62%
2,823.83
+98.81%
1,420.38
-40.47%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
2,241.84
-5.03%
2,360.46
-3.12%
2,436.57
+5.04%
2,319.57
+18.93%
1,950.33
+46.91%
1,327.55
-2.72%
รวมสินทรัพย์
3,916.04
-3.48%
4,057.26
-4.58%
4,251.82
-1.93%
4,335.28
-9.19%
4,774.16
+73.74%
2,747.92
-26.73%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
3,270.63
-1.82%
3,331.35
+11.61%
2,984.89
+6.53%
2,802.05
+3.39%
2,710.21
+81.37%
1,494.33
-39.90%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
352.17
+26.16%
279.15
-44.30%
501.17
+33.26%
376.08
-6.91%
404.01
+246.25%
116.68
-23.92%
รวมหนี้สิน
3,622.80
+0.34%
3,610.50
+3.57%
3,486.06
+9.69%
3,178.13
+2.05%
3,114.22
+93.31%
1,611.01
-38.97%
รวมส่วนของเจ้าของ
293.24
-34.36%
446.75
-41.66%
765.75
-33.82%
1,157.15
-30.29%
1,659.94
+46.00%
1,136.91
+2.36%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-38.32
-52.57
-39.91
-33.12
38.77
2.60
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-0.19
-4.12
-5.71
-8.67
16.28
4.02
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.51
0.51
0.61
0.72
1.04
0.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.03
0.06
0.04
0.18
0.08
0.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
13.52
12.37
0.00
0.00
10.95
18.99
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
173.74
159.64
0.00
0.00
122.12
142.49
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
27.41
27.40
0.00
0.00
26.00
24.97
วงจรเงินสด
159.85
144.61
0.00
0.00
107.07
136.52
D/E
12.35
8.08
4.55
2.75
1.88
1.42
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-986.99
+500.65%
-164.32
-116.92%
971.25
-194.44%
-1,028.42
-353.71%
405.36
-63.36%
1,106.37
+192.16%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
3.65
-27.87%
5.06
-97.21%
181.36
-46.40%
338.33
-59.43%
833.96
-1,128.18%
-81.11
-46.17%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
984.49
-12,852.46%
-7.72
-98.93%
-723.25
-203.71%
697.40
-145.20%
-1,542.90
+25.61%
-1,228.31
+2,082.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
1.13
-100.68%
-166.97
-138.89%
429.34
+5,765.30%
7.32
-102.41%
-303.58
+49.51%
-203.05
-218.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%
254.76
+206.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
17.46
-33.31%
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%