บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4179 out_tok=2257 at=2026-07-25T22:56:47 -->
# JCK กำไรพลิกขาดทุนมหาศาล Q3/2566 รับอานิสงส์ขายที่ดินนิคมฯ พุ่ง
## รายได้จากการขายที่ดินในนิคมฯ โตแรง หนุนกำไร JCK พลิกฟื้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายและขาดทุนร่วมค้าเพิ่มขึ้น
บริษัท เจซีเคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JCK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 126.24 ล้านบาท ในปีก่อน มาเป็นกำไรสุทธิ 432.54 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงส่วนแบ่งขาดทุนในกิจการร่วมค้าได้ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ JCK ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 442.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 1,1649.01%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมและกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ เป็นผลมาจาก **รายได้จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและต้นทุนให้เช่าและบริการก็ปรับตัวสูงขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็เพิ่มขึ้น 189.20% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขายที่ดินและค่าที่ปรึกษาทางการเงินเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งขาดทุนในกิจการร่วมค้าก็เพิ่มขึ้น 127.06% จากเดิมที่เคยมีส่วนแบ่งกำไร โดยสาเหตุมาจากบริษัทร่วมค้ามีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรในไตรมาสนี้คือ "รายได้จากการขายที่ดินในนิคมฯ" ซึ่งเป็นรายการที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว (one-time transaction) หรือขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการตัดสินใจขายสินทรัพย์ของบริษัทฯ ในขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการในอนาคตได้ จึงจำเป็นต้องติดตามแนวโน้มการขายที่ดินในนิคมฯ และผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้าอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่ง:** JCK มีกำไรสุทธิ 432.54 ล้านบาทใน Q3/2566 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 126.24 ล้านบาทใน Q3/2565 คิดเป็นการเติบโต 442.63%
* **รายได้รวมพุ่งสูง:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,457.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,1649.01% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการขายที่ดินในนิคมฯ
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตาม:** ต้นทุนขายและต้นทุนให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 817.40% และค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 189.20% ตามยอดขายและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
* **ส่วนแบ่งขาดทุนกิจการร่วมค้าเพิ่ม:** ขาดทุนจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 127.06% YoY เนื่องจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดลดลง
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินสูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.20% YoY จากการกู้ยืมเงิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,457.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 1,340.94 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายและต้นทุนให้เช่าและบริการอยู่ที่ 691.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 163.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการขายที่ดินและค่าที่ปรึกษาทางการเงิน ส่วนแบ่งกำไรในกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 2.86 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 10.57 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.20% จากการกู้ยืมเงิน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 432.54 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 126.24 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,732.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 373.81% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการขายที่ดินในนิคมฯ ต้นทุนขายและต้นทุนให้เช่าและบริการอยู่ที่ 1,325.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333.14% YoY ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 366.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.36% YoY ส่วนแบ่งขาดทุนในกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 23.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีส่วนแบ่งกำไร 61.51 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 9 เดือนอยู่ที่ 626.43 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 158.30 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขายสินทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรม:** หากบริษัทฯ สามารถดำเนินการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทฯ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** หากตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมฟื้นตัว อาจส่งผลดีต่อรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของบริษัทร่วมค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการขายสินทรัพย์:** รายได้จากการขายที่ดินในนิคมฯ เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่สม่ำเสมอและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้า:** ส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากกิจการร่วมค้า อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวมของบริษัทฯ
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การพึ่งพิงการกู้ยืม:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการกู้ยืมเงิน อาจส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม:** ความสามารถในการสร้างรายได้จากการขายที่ดินในไตรมาสถัดไป
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วมค้า:** ทิศทางรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด และความสามารถในการพลิกกลับมามีกำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ระดับหนี้สินและภาระดอกเบี้ยของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม แม้ว่าเอกสาร MD&A นี้จะเน้นไปที่การขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก ซึ่งอาจไม่ใช่ธุรกิจหลักในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมโดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุถึง "ต้นทุนขายและต้นทุนให้เช่าและบริการ" ที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับ **Utilization Rate** หรือ **Order Book** ของธุรกิจหลักในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมโดยตรง ทำให้ยากต่อการประเมินศักยภาพการเติบโตจากปัจจัยเหล่านี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
JCK ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่พลิกฟื้นอย่างโดดเด่นจากขาดทุนเป็นกำไรจำนวนมาก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนของรายได้จากการขายสินทรัพย์ดังกล่าว รวมถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และผลประกอบการที่อ่อนแอลงของบริษัทร่วมค้า นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการขายสินทรัพย์ในอนาคต และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|