บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.24
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) (PERM) ไตรมาส 2 ปี 2567
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) (PERM) มีผลประกอบการโดยรวมในไตรมาส 2 ปี 2567 งวด 3 เดือน ลดลง โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 81.30 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้วมีผลขาดทุนสุทธิ 96.36 ล้านบาท ลดลง 15.06 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.63. ส่วนในงวด 6 เดือน บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 161.32 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันปีที่แล้วที่ขาดทุน 172.00 ล้านบาท คิดเป็น 10.68 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.21. ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการดังกล่าว ได้แก่:
**รายได้และกำไร:**
* บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2567 งวด 3 เดือน เท่ากับ 1,089.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีที่แล้ว 865.73 ล้านบาท คิดเป็น 25.83%. โดยเฉพาะรายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้นจาก 863.72 ล้านบาท เป็น 1,087.65 ล้านบาท หรือร้อยละ 25.93.
* สำหรับงวด 6 เดือน บริษัทมีรายได้รวม 2,173.38 ล้านบาท สูงกว่ายอดขายในงวดเดียวกันของปีที่แล้ว 1,890.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282.55 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.94. ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ราคาเหล็กที่สูงขึ้นและความต้องการของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว.
* ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2567 งวด 3 เดือน เท่ากับ 1,062.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 239.24 ล้านบาท คิดเป็น 29.05% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้ว. ในงวด 6 เดือน ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 2,098.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 297.38 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.51 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าตามยอดขายที่สูงขึ้นทั้งปริมาณและราคา.
* ค่าใช้จ่ายขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2567 งวด 3 เดือน อยู่ที่ 67.59 ล้านบาท ลดลง 36.84 ล้านบาท หรือร้อยละ 35.28 เนื่องจากมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง. สำหรับงวด 6 เดือน ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร อยู่ที่ 157.82 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีที่แล้ว 31.99 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.85.
* ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ในงวด 3 เดือน ของไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 39.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.10 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11.53 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีที่แล้ว. สำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 77.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.11 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.30 เนื่องจากบริษัทมีการซื้อสินค้าจากต่างประเทศและใช้วงเงินเปิดแอลซี (LC) จึงส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น.
**ฐานะการเงิน:**
* ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,950.59 ล้านบาท ลดลง 301.23 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2566. การลดลงของสินทรัพย์รวมส่วนใหญ่มีผลมาจากสินค้าคงเหลือ, ลูกหนี้การค้า และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์.
* สินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 อยู่ที่ 1,309.88 ล้านบาท ลดลง 365.35 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 21.81 เมื่อเทียบกับปี 2566 เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศลดลง.
* ลูกหนี้การค้า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 อยู่ที่ 67.04 ล้านบาท ลดลง 21.63 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.39 เมื่อเทียบกับปี 2566 เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการลูกหนี้การค้าอย่างมีประสิทธิภาพ.
* ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ รวมอยู่ที่ 2,175.37 ล้านบาท ลดลง 42.71 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.93 โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าเสื่อมราคา.
* บริษัทมีหนี้สินรวม 3,346.16 ล้านบาท ลดลง 139.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.01. สาเหตุหลักมาจากการสั่งซื้อจากต่างประเทศและใช้วงเงินเปิดแอลซี (LC) ลดลง.
* เจ้าหนี้การค้า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 อยู่ที่ 315.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.61 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.48 เนื่องจากการสั่งซื้อสินค้าภายในประเทศมากขึ้น.
* ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 อยู่ที่ 604.43 ล้านบาท ลดลง 161.32 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 21.07 เมื่อเทียบกับปี 2566 เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในช่วงเวลาที่ผ่านมา.
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาส:**
* ปัจจัยความเสี่ยงหลักของบริษัท ได้แก่ ความผันผวนของราคาเหล็ก, ความไม่แน่นอนของตลาด, และการแข่งขันในอุตสาหกรรม.
* โอกาสสำคัญของบริษัท ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, การขยายตลาด, และการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม.
**แนวโน้มอนาคต:**
* บริษัทมีแผนที่จะขยายการผลิตและตลาดเพื่อเพิ่มรายได้และกำไร.
* บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย.
* บริษัทมีการวางแผนการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการแข่งขัน.
**สรุป:**
ผลประกอบการของ PERM ในไตรมาส 2 ปี 2567 แสดงให้เห็นว่าบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ราคาเหล็กที่ผันผวนและการแข่งขันในอุตสาหกรรม. แม้ว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรยังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น. อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะปรับปรุงการดำเนินงานและการจัดการต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรในอนาคต.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 2/2567
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|