บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6047 out_tok=2022 at=2026-07-27T11:25:32 -->
# PERM พลิกขาดทุนหนัก Q2/64 รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าเวียดนาม-ไทย โต 124%
## รายได้รวมพุ่ง 510% สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการเดินหน้าเพิ่มทุน-ซื้อกิจการ
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4.10 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 17.07 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 124.02% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 510.23% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PERM ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไร มาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนโครงการที่ดำเนินการผลิตไฟฟ้า
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้ามาจาก 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศสหกรณ์โคนมศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ขนาด 5 MW และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม B Solar (Song Luy) ขนาด 46.78 MW ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ได้เริ่มรวมงบการเงินเข้ามาในไตรมาสนี้ ส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 78.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 510.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 65.31 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนการขายจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ แต่กำไรขั้นต้นก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 626.22% มาอยู่ที่ 50.40 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 64.52%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้มีปัจจัยหลักมาจากการรวมงบการเงินของโครงการใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากโครงการเหล่านี้ยังคงดำเนินการผลิตและขายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น 77% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรวมงบการเงินของ B Solar (Song Luy) และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทเอง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาวอย่างไร
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** PERM มีกำไรสุทธิ 4.10 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกจากขาดทุน 17.07 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเติบโต 124.02%
* **รายได้รวมพุ่ง 510%:** รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 78.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 510.23% จาก 65.31 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นโตแกร่ง:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 626.22% มาอยู่ที่ 50.40 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 64.52%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 77% เป็น 31.91 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากการรวมงบการเงินของโครงการใหม่
* **แผนเพิ่มทุนและซื้อกิจการ:** ที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนและเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลเด้น ไทรแองเกิ้ลกรุ๊ป จำกัด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 PERM มีรายได้รวม 78.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 510.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการขายไฟฟ้าจากโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการ B Solar (Song Luy) ในเวียดนาม และโครงการในสหกรณ์โคนมศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 626.22% เป็น 50.40 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 77% เป็น 31.91 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 4.10 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 17.07 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจไฟฟ้า:** การขยายตัวของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การเข้าซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลเด้น ไทรแองเกิ้ลกรุ๊ป จำกัด อาจเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต
* **การเพิ่มทุน:** การเพิ่มทุนจดทะเบียนอาจช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินและรองรับการลงทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ หากไม่สามารถควบคุมได้
* **ความไม่แน่นอนของโครงการ:** เงินมัดจำเพื่อการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ยังไม่แน่นอนว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ อาจส่งผลต่อการใช้เงินทุนของบริษัท
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของการเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลเด้น ไทรแองเกิ้ลกรุ๊ป จำกัด และการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
* ผลการดำเนินงานของโครงการ B Solar (Song Luy) ในเวียดนาม และโครงการอื่นๆ ที่เริ่มดำเนินการ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อควบคุมผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* ความคืบหน้าของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการน้ำประปาและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และโครงการกังหันลมเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย
* การใช้เงินทุนจากการเพิ่มทุน และผลตอบแทนจากการลงทุนใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้และต้นทุนจากการขายอาคารชุดของบริษัทย่อย (บริษัท โดมแลนด์ เอสเตท จำกัด) จากโครงการเดอะ พีโน่ เขาใหญ่ ในไตรมาส 2 ปี 2564 ว่ามีรายได้หรือต้นทุนเท่าใด โดยระบุเพียงว่า "ยังไม่มีรายได้ และต้นทุนจากการขายอาคารชุด" เช่นเดียวกับปีก่อนในไตรมาสเดียวกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มีการเคลื่อนไหวในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงเงินมัดจำเพื่อการลงทุนที่คงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 จำนวน 267.39 ล้านบาท สำหรับโครงการใน สปป.ลาว และ 12.92 ล้านบาท สำหรับโครงการใน สปป.ลาว อีกโครงการหนึ่ง รวมถึงเงินมัดจำ 20 ล้านบาทสำหรับโครงการกังหันลมในประเทศไทย
## สรุปท้าย
PERM พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2564 จากการเติบโตของธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมและกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่บริษัทฯ มีแผนการเพิ่มทุนและเข้าซื้อกิจการเพื่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าและการอนุมัติต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|