บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.26
+0.01 (+4.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4976 out_tok=2395 at=2026-07-25T23:25:48 -->
PERM กำไร Q1/65 ดิ่ง 70% สวนทางรายได้โต เหตุต้นทุนเหล็กพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม
PERM (บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 74.69 ล้านบาท ลดลง 69.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 26.29% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PERM ในไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลงอย่างมากถึง 69.56% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 26.29% มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
ประการแรก ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 1,976.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 48.75% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ สาเหตุหลักมาจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
ประการที่สอง ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) เพิ่มขึ้นถึง 82.01% จาก 8.75 ล้านบาท เป็น 15.94 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น และมีการใช้วงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินมากขึ้น เพื่อรองรับการดำเนินงานที่ขยายตัว
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ จากเอกสารระบุว่าราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นได้รับผลกระทบจากความยืดเยื้อของสงครามยูเครน-รัสเซีย และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนการใช้วงเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นนั้น สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 90.82% ซึ่งบ่งชี้ว่าการดำเนินงานยังคงต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่สูงขึ้น ดังนั้น ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนทางการเงินจึงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และมีโอกาสส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 69.56%:** PERM มีกำไรสุทธิ 74.69 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2565 เทียบกับ 245.35 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564
* **รายได้รวมเติบโต 26.29%:** รายได้รวมอยู่ที่ 2,139.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,693.80 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 48.75%:** ต้นทุนอยู่ที่ 1,976.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,329.09 ล้านบาทในปีก่อน เป็นผลจากราคาเหล็กที่สูงขึ้น
* **ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 82.01%:** ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 15.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.75 ล้านบาทในปีก่อน จากการใช้วงเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
* **สินค้าคงเหลือลดลง 40.45%:** มูลค่าสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 1,495.88 ล้านบาท ลดลงจาก 2,511.92 ล้านบาท เนื่องจากชะลอการนำเข้าเหล็กจากราคาที่สูงและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) (PERM) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 74.69 ล้านบาท ลดลง 170.65 ล้านบาท หรือ 69.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 245.35 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้รวมในไตรมาสนี้เติบโตขึ้น 26.29% มาอยู่ที่ 2,139.16 ล้านบาท จาก 1,693.80 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กหลังการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ดีขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็ก:** สภาวะอุตสาหกรรมเหล็กเริ่มฟื้นตัวจากการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดีขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า:** การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า 90.82% สะท้อนถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจและการขาย
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสงครามยูเครน-รัสเซีย และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** การใช้วงเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือลดลง:** การชะลอการนำเข้าเหล็กเนื่องจากราคาที่สูงอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมของสินค้าในอนาคตหากความต้องการยังคงสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
* สถานการณ์การขนส่งทางทะเล และค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน
* อัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order book) และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) ในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization Rate และ Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) หรือปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 25.81% บ่งชี้ว่ามีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ Utilization Rate ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
**ราคาวัตถุดิบ (ราคาเหล็ก):** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อต้นทุนขายและบริการ ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเกินกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้ GPM ถูกกดดัน
**GPM (Gross Profit Margin):** แม้จะไม่มีการระบุตัวเลข GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (48.75% เทียบกับ 25.81%) บ่งชี้ว่า GPM มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้จากการส่งออก หรือการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากตลาดต่างประเทศ
**ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
**สินค้าคงคลัง:** มูลค่าสินค้าคงเหลือลดลง 40.45% จาก 2,511.92 ล้านบาท เหลือ 1,495.88 ล้านบาท ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการชะลอการนำเข้าเหล็กเนื่องจากราคาที่สูงขึ้นและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 4,149.55 ล้านบาท ลดลง 13.08% จาก 4,774.16 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 การลดลงส่วนใหญ่มาจากสินค้าคงเหลือที่ลดลง 40.45% ขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 90.82% และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 6.30%
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลง 22.76% มาอยู่ที่ 2,405.31 ล้านบาท จาก 3,114.23 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น 41.25% และเงินกู้ระยะยาว 1.36% เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 35.12%
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,744.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.08% จาก 1,659.94 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในงวด
**กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่เปลี่ยนแปลงไป
## สรุปท้าย
PERM เผชิญแรงกดดันด้านกำไรในไตรมาส 1 ปี 2565 แม้รายได้จะเติบโต จากต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการใช้วงเงินสินเชื่อที่มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 69.56% แม้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมจะเป็นสัญญาณบวก แต่ความผันผวนของราคาเหล็กและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
694.77
ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33
ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-41.91
ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03
%
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4%
YoY
D/E Ratio
12.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.99
+500.65%
|
-164.32
-116.92%
|
971.25
-194.44%
|
-1,028.42
-353.71%
|
405.36
-63.36%
|
1,106.37
+192.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.65
-27.87%
|
5.06
-97.21%
|
181.36
-46.40%
|
338.33
-59.43%
|
833.96
-1,128.18%
|
-81.11
-46.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
984.49
-12,852.46%
|
-7.72
-98.93%
|
-723.25
-203.71%
|
697.40
-145.20%
|
-1,542.90
+25.61%
|
-1,228.31
+2,082.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.13
-100.68%
|
-166.97
-138.89%
|
429.34
+5,765.30%
|
7.32
-102.41%
|
-303.58
+49.51%
|
-203.05
-218.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|
254.76
+206.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
17.46
-33.31%
|
26.18
+5.31%
|
24.86
-92.93%
|
351.78
+441.70%
|
64.94
+25.58%
|
51.71
-79.70%
|