PERM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PERM
บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.28
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7486 out_tok=2728 at=2026-07-25T09:22:04 --> # PERM พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 สวนทางรายได้วูบ เหตุต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายบาน ## รายได้หด 17% กดดันผลงาน Q2/66 พลิกขาดทุน 96 ลบ. จับตาต้นทุน-ดอกเบี้ยจ่ายพุ่งต่อเนื่อง บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PERM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 96.36 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 48.00 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 16.94% ขณะที่ต้นทุนขายและบริการ รวมถึงต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทขาดทุนสุทธิ 171.99 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PERM ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนหนักขึ้น มาจาก **รายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **รายได้รวมที่ลดลง 16.94%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 176.53 ล้านบาท และ **ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ที่เพิ่มขึ้นถึง 138.04%** หรือ 20.62 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้ลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่ลดลงเป็นผลมาจากสถานการณ์เหล็กราคาผันผวน เศรษฐกิจโลกตกต่ำ และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและไม่มีโครงการขนาดใหญ่ ส่งผลให้ยอดขายลดลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเกิดจากการที่บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง TR (Trust Receipt) ซึ่งส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่เกิดจากการสั่งซื้อสินค้าและการใช้ TR นั้น อาจมีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อและนโยบายทางการเงินของบริษัทในแต่ละช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม การที่สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นถึง 42.59% อาจบ่งชี้ถึงการสั่งซื้อที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งต้องจับตาดูว่าการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการใช้เครื่องมือทางการเงินจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไปอย่างไร ## Highlight สำคัญ * **ผลขาดทุนสุทธิ Q2/66 พุ่ง 100.75%** เป็น 96.36 ล้านบาท จากขาดทุน 48.00 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q2/66 ลดลง 16.94%** เหลือ 865.73 ล้านบาท จาก 1,042.26 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 66 ลดลง 40.43%** เหลือ 1,890.83 ล้านบาท จาก 3,173.92 ล้านบาทในปีก่อน * **ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) Q2/66 เพิ่มขึ้น 138.04%** เป็น 35.56 ล้านบาท * **สินค้าคงเหลือ ณ สิ้น Q2/66 เพิ่มขึ้น 42.59%** เป็น 2,125.81 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 จำนวน 96.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 48.00 ล้านบาท คิดเป็นการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น 48.36 ล้านบาท หรือ 100.75% สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทขาดทุนสุทธิ 171.99 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.69 ล้านบาท ลดลงถึง 198.69 ล้านบาท หรือ 744.35% รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 865.73 ล้านบาท ลดลง 16.94% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 863.72 ล้านบาท ลดลง 16.72% สำหรับงวด 6 เดือนแรก รายได้รวมอยู่ที่ 1,890.83 ล้านบาท ลดลงถึง 40.43% ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 823.56 ล้านบาท ลดลง 13.60% สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง สำหรับงวด 6 เดือน ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 1,801.59 ล้านบาท ลดลง 38.52% ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 104.43 ล้านบาท ลดลง 10.12% เนื่องจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง แต่สำหรับงวด 6 เดือน ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.55% เป็น 189.81 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 138.04% เป็น 35.56 ล้านบาท จาก 14.94 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือน ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 101.40% เป็น 62.18 ล้านบาท จาก 30.87 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** มีการลงทุนเพิ่มในอาคารและเครื่องจักรของบริษัทย่อย ซึ่งอาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการขยายกำลังการผลิตหรือปรับปรุงประสิทธิภาพในอนาคต * **การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ:** แม้จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในปัจจุบัน แต่การสั่งซื้อสินค้าอาจสะท้อนถึงความคาดหวังต่อคำสั่งซื้อในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเหล็กและเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและความเชื่อมั่นของนักลงทุน * **ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ:** สร้างความกังวลและลดความเชื่อมั่นในการลงทุน * **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ:** สินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 42.59% อาจมีความเสี่ยงหากไม่สามารถระบายออกได้ทันเวลา อาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดเก็บและมูลค่าของสินค้า * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การพึ่งพาการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและการใช้ TR เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ซึ่งกดดันผลกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้:** การฟื้นตัวของยอดขายในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางปัจจัยเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการเมือง * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** ความสามารถในการระบายสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบต่อต้นทุน * **ต้นทุนทางการเงิน:** ทิศทางของดอกเบี้ยจ่าย และผลกระทบจากการใช้เครื่องมือทางการเงินในการสั่งซื้อสินค้า * **การลงทุนในอาคารและเครื่องจักร:** ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของบริษัทย่อย * **การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก):** ผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การลดลงของยอดขายและการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง * **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าของคำสั่งซื้อในมือ (Order Book) * **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการกล่าวถึง "สถานการณ์เหล็กราคาผันผวน" ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อรายได้ * **GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้มีการระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ (ต้นทุนขายลด 13.60% เทียบกับรายได้ลด 16.94% ใน Q2) บ่งชี้ว่า GPM อาจถูกกดดัน * **การส่งออก:** รายได้ลดลงจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ * **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง" ในค่าใช้จ่ายการขายและบริหารสำหรับ Q2/66 แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 42.59% ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,844.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.74% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักคือ สินค้าคงเหลือ (เพิ่มขึ้น 42.59%) และ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (เพิ่มขึ้น 3.90%) หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,858.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.42% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินระยะสั้น (เงินกู้ยืมและสินเชื่อระยะสั้น) เพิ่มขึ้น 31.22% เป็น 2,855.19 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและการใช้วงเงิน LC และ T/R ที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 14.86% เป็น 985.16 ล้านบาท จาก 1,157.15 ล้านบาทในสิ้นปี 2565 เนื่องมาจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 171.99 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ประมาณ 3.92 เท่า (3,858.96 / 985.16) ซึ่งสูงกว่าสิ้นปี 2565 ที่ประมาณ 3.75 เท่า (3,187.64 / 1,157.15) กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: ไม่ได้ระบุในเอกสาร ## สรุปท้าย PERM เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยภายนอก และต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นจากการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศ แม้จะมีการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ถาวร แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ทิศทางของผลประกอบการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการพลิกฟื้นยอดขาย การบริหารจัดการต้นทุน และการควบคุมภาระทางการเงินท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PERM ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
694.77 ล้านบาท
↓ 18% YoY
กำไรขั้นต้น
44.33 ล้านบาท
↑ 65.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38 %
กำไรสุทธิ
-41.91 ล้านบาท
↓ 44.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.03 %
D/E Ratio
12.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
695
↓ -18% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 65.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-42
↓ -44.4% YoY
D/E Ratio
12.35

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
694.77
-17.99%
847.15
+7.87%
785.38
-34.52%
1,199.49
-30.08%
1,715.49
-25.81%
2,312.34
-22.40%
กำไรขั้นต้น —
44.33
+65.81%
26.74
+196.93%
-27.58
-205.54%
-9.03
-104.35%
207.31
+81.29%
114.35
+209.95%
ค่าใช้จ่ายรวม —
63.38
+14.59%
55.31
-20.40%
69.48
-14.07%
80.86
-26.55%
110.08
+68.99%
65.14
+29.77%
กำไรสุทธิ —
-41.91
+44.36%
-75.32
+39.65%
-124.81
-70.64%
-73.14
-153.22%
137.44
+219.76%
42.98
+120.99%
กำไรต่อหุ้น —
-0.06
+43.88%
-0.10
+39.88%
-0.16
-71.58%
-0.10
-153.07%
0.18
+219.64%
0.06
+120.97%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
6.38
+101.90%
3.16
+190.03%
-3.51
-368.00%
-0.75
-106.21%
12.08
+144.04%
4.95
+299.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.12
+39.66%
6.53
-26.21%
8.85
+31.31%
6.74
+4.98%
6.42
+127.66%
2.82
+67.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-6.03
+32.17%
-8.89
+44.05%
-15.89
-160.49%
-6.10
-176.15%
8.01
+330.65%
1.86
+127.07%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
7.80
+125.84%
-30.19
-140.23%
75.05
-60.36%
189.31
-38.04%
305.54
0.00
-100.00%
ROE(%) —
-38.32
+27.11%
-52.57
-31.72%
-39.91
-20.50%
-33.12
-185.43%
38.77
+1,391.15%
2.60
+104.97%
ROA(%) —
-0.19
+95.39%
-4.12
+27.85%
-5.71
+34.14%
-8.67
-153.26%
16.28
+304.98%
4.02
+175.56%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
12.35
+52.85%
8.08
+77.58%
4.55
+65.45%
2.75
+46.28%
1.88
+32.39%
1.42
-80.28%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
-2,949.00%
3.51
0.00
P/BV —
0.59
+9.26%
0.54
-33.33%
0.81
+10.96%
0.73
-31.78%
1.07
+10.31%
0.97
+94.00%
BV —
0.44
-33.33%
0.66
-41.59%
1.13
-27.10%
1.55
-22.11%
1.99
+44.20%
1.38
-7.38%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
10.46
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.26
-27.78%
0.36
-60.87%
0.92
-18.58%
1.13
-46.70%
2.12
+58.21%
1.34
+81.08%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
12.35
ROE (%)
-38.32
ROA (%)
-0.19
Book Value/หุ้น
0.31

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,674.20
-1.33%
1,696.80
-6.53%
1,815.25
-9.94%
2,015.71
-28.62%
2,823.83
+98.81%
1,420.38
-40.47%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,241.84
-5.03%
2,360.46
-3.12%
2,436.57
+5.04%
2,319.57
+18.93%
1,950.33
+46.91%
1,327.55
-2.72%
รวมสินทรัพย์ —
3,916.04
-3.48%
4,057.26
-4.58%
4,251.82
-1.93%
4,335.28
-9.19%
4,774.16
+73.74%
2,747.92
-26.73%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,270.63
-1.82%
3,331.35
+11.61%
2,984.89
+6.53%
2,802.05
+3.39%
2,710.21
+81.37%
1,494.33
-39.90%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
352.17
+26.16%
279.15
-44.30%
501.17
+33.26%
376.08
-6.91%
404.01
+246.25%
116.68
-23.92%
รวมหนี้สิน —
3,622.80
+0.34%
3,610.50
+3.57%
3,486.06
+9.69%
3,178.13
+2.05%
3,114.22
+93.31%
1,611.01
-38.97%
รวมส่วนของเจ้าของ —
293.24
-34.36%
446.75
-41.66%
765.75
-33.82%
1,157.15
-30.29%
1,659.94
+46.00%
1,136.91
+2.36%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-38.32
-52.57
-39.91
-33.12
38.77
2.60
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-0.19
-4.12
-5.71
-8.67
16.28
4.02
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.51
0.51
0.61
0.72
1.04
0.95
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.03
0.06
0.04
0.18
0.08
0.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
13.52
12.37
0.00
0.00
10.95
18.99
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
173.74
159.64
0.00
0.00
122.12
142.49
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
27.41
27.40
0.00
0.00
26.00
24.97
วงจรเงินสด —
159.85
144.61
0.00
0.00
107.07
136.52
D/E —
12.35
8.08
4.55
2.75
1.88
1.42
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PERM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-986.99
+500.65%
-164.32
-116.92%
971.25
-194.44%
-1,028.42
-353.71%
405.36
-63.36%
1,106.37
+192.16%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3.65
-27.87%
5.06
-97.21%
181.36
-46.40%
338.33
-59.43%
833.96
-1,128.18%
-81.11
-46.17%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
984.49
-12,852.46%
-7.72
-98.93%
-723.25
-203.71%
697.40
-145.20%
-1,542.90
+25.61%
-1,228.31
+2,082.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1.13
-100.68%
-166.97
-138.89%
429.34
+5,765.30%
7.32
-102.41%
-303.58
+49.51%
-203.05
-218.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%
254.76
+206.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
17.46
-33.31%
26.18
+5.31%
24.86
-92.93%
351.78
+441.70%
64.94
+25.58%
51.71
-79.70%