บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
16.00
+0.20 (+1.27%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (OSP) ประจำปี 2566
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (OSP) ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ประสบความสำเร็จในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2566 โดยมีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.2% เพิ่มขึ้น 2.1% YoY
ปี 2566 เป็นปีที่โอสถสภาได้เร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ ผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจหลัก (Core Business) และการพิจารณาการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-Core Business) รวมถึงเงินลงทุนที่โอสถสภามีสัดส่วนการถือหุ้นส่วนน้อยหรือไม่มีอำนาจควบคุม
การเติบโตของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของปริมาณขาย และการขยายตัวของอัตรากำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตอย่างโดดเด่นเป็นตัวเลขสองหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในต่างประเทศ ซึ่งช่วยชดเชยการหดตัวของรายได้จากการให้บริการผลิตสินค้า (OEM)
ในปี 2566 รายได้รวมจากการขายของโอสถสภาอยู่ที่ 26,062 ล้านบาท ลดลง 4.4% YoY แต่หากไม่รวมผลกระทบของเครื่องดื่มซี-วิท ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับฐานของตลาดเครื่องดื่มวิตามินซีหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย รายได้จากการขายจะเติบโต 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้นของโอสถสภาขยายตัวต่อเนื่องในทุกไตรมาส โดยอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2566 เพิ่มขึ้น 3.9% YoY อยู่ที่ 34.5% และแตะระดับสูงสุดที่ 35.5% ในไตรมาส 4/66 จากการดำเนินกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของโรงงานผลิตขวดแก้ว
ฐานะการเงินของโอสถสภายังคงแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในระดับตํ่าที่ 0.08 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในการเปิดรับโอกาสการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ
**สถานะกระแสเงินสด**
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 1,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252 ล้านบาท จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิไหลมาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,942 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 2,711 ล้านบาท จากการจำหน่ายเงินลงทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด ส่วนกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 4,401 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท หักกับเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น
**อัตราส่วนทางการเงิน**
- **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องของบริษัทอยู่ที่ 1.4 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทั้งในด้านสภาพคล่องและสถานะทางการเงินที่มั่นคง
- **อัตราส่วนหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.16 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.08 เท่า แสดงให้เห็นถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งพร้อมเปิดรับโอกาสการลงทุน
**เงินปันผล**
บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัท หลังหักทุนสำรองตามกฎหมาย ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 เมษายน 2567 เพื่อขออนุมัติจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิประจำปี 2566 และกำไรสะสม จำนวน 1.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 4,956 ล้านบาท และเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 206% ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน
**การดำเนินงานด้าน ESG**
โอสถสภาในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยได้ประกาศภารกิจในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยบริษัทได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อโลกในวงกว้างหลากหลายมิติ โอสถสภาได้เดินหน้าวางกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่กับแผนงานทางธุรกิจ ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือสิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social), และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG โดยมีพนักงานเป็นพลังในการขับเคลื่อนอย่างเต็มที่
ในปี 2566 โอสถสภาได้ดำเนินการในหลายๆ ด้านเพื่อขับเคลื่อนภารกิจเพื่อความยั่งยืนเพื่อไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนในปี 2568 เช่น การลดปริมาณพลังงานที่ใช้ในโรงงาน การลดปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิต การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้จัดหาวัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่น
**แนวโน้มอนาคต**
สำหรับปี 2567 โอสถสภาคาดการณ์ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจยังคงไม่ต่างจากปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกที่ขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการใช้นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคชั่วคราว แต่ยังคงมีความท้าทายอื่นๆ เช่น ด้านความยั่งยืน ภาวะภัยแล้ง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานในการผลิตทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม โอสถสภามีเป้าหมายในการเติบโตด้านรายได้ในอัตราเลขตัวเดียวระดับกลาง (mid-single digit) ในปี 2567 โดยมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เร่งคิดค้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ผลักดันแบรนด์ที่มีศักยภาพและอัตราการเติบโตสูง พร้อมใช้แผนการขายและกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ โอสถสภายังมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีโครงสร้างและกระบวนการจัดการที่ดีขึ้น สร้างรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตด้วยการปรับใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี
โดยรวมแล้ว โอสถสภาสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2566 แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ การดำเนินกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ การปรับโครงสร้างธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโอสถสภา ส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|