บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6677 out_tok=2572 at=2026-07-25T23:52:32 -->
## TEAM กำไร Q2/65 ดิ่ง 70% รับพิษงานรัฐล่าช้า-ต้นทุนพุ่ง
### รายได้-กำไรทรุดตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากโครงการภาครัฐล่าช้าและต้นทุนบริการสูงขึ้น
บริษัท ทีมคอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 349.36 ล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และกำไรสุทธิลดลงถึง 69.6% มาอยู่ที่ 5.65 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากความล่าช้าของโครงการภาครัฐขนาดใหญ่และการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนขายและให้บริการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TEAM ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของรายได้จากการให้บริการงานโครงการภาครัฐ** ประกอบกับ **ต้นทุนขายและให้บริการที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้งานภาครัฐล่าช้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากงานโครงการภาครัฐลดลง 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากความล่าช้าของโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่บริษัทรับดำเนินงานอยู่ ทำให้การรับรู้รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนขายและให้บริการสูงขึ้น:** แม้ต้นทุนขายและให้บริการจะลดลงตามรายได้ แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้กลับสูงขึ้นจาก 74.2% ในปีก่อน เป็น 75.3% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทชะลอการรับรู้รายได้โครงการภาครัฐที่ล่าช้า แต่ยังคงรับรู้ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงเต็มจำนวน นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ล่าช้าจากการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ทำให้ต้องมีการเจรจาเงินส่วนเพิ่มจากการขยายระยะเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมที่ลดลงจาก 24.7% ในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์โครงการงานภาครัฐที่มีความล่าช้าอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้จากโครงการลงทุนอีก 2 โครงการในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าของโครงการภาครัฐยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 อยู่ที่ 349.36 ล้านบาท ลดลง 8.9% YoY** และลดลง 16.2% QoQ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 อยู่ที่ 5.65 ล้านบาท ลดลง 69.6% YoY** และลดลง 69.2% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 24.7% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนขายและบริการสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น** เป็น 23.7% ของรายได้รวม จาก 20.9% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากรายได้ที่ลดลง
* **รายได้งานโครงการภาครัฐลดลง 16% YoY** เนื่องจากความล่าช้าของโครงการขนาดใหญ่
* **รายได้งานโครงการต่างประเทศเพิ่มขึ้น 19% YoY** จากงานศึกษาและออกแบบในประเทศลาว
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 28.8%** จาก 331.26 ล้านบาท เหลือ 235.83 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** เป็น 1.30 เท่า จาก 1.14 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมของ TEAM ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 349.36 ล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/64) ที่มีรายได้ 383.36 ล้านบาท และลดลง 16.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/65) ที่มีรายได้ 417.02 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 346.38 ล้านบาท
ต้นทุนขายและให้บริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 260.98 ล้านบาท แม้จะลดลงตามรายได้ แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้กลับสูงขึ้นเป็น 75.3% จาก 74.2% ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 24.7%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 82.85 ล้านบาท หรือ 23.7% ของรายได้รวม จาก 79.98 ล้านบาท (20.9% ของรายได้รวม) ในปีก่อนหน้า เนื่องจากรายได้ที่ลดลง
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ 5.65 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 69.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 18.58 ล้านบาท และลดลง 69.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไร 18.34 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 1.6%
## โอกาส
* **งานโครงการต่างประเทศเติบโต:** รายได้จากงานโครงการต่างประเทศเพิ่มขึ้น 19% YoY ในไตรมาส 2/65 จากการรับงานศึกษาและออกแบบขนาดใหญ่ในประเทศลาว
* **การรับรู้รายได้โครงการลงทุน:** ฝ่ายจัดการคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้จากโครงการลงทุนอีก 2 โครงการในไตรมาสถัดไป ซึ่งอาจช่วยหนุนรายได้ในอนาคต
* **งานโครงการภาคเอกชนทรงตัว:** รายได้งานโครงการภาคเอกชนยังคงใกล้เคียงเดิมและรับรู้ได้ตามแผนงานที่กำหนด
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของโครงการภาครัฐ:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้และอัตรากำไรของบริษัท ซึ่งยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** การที่ต้นทุนขายและให้บริการปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การที่รายได้ลดลงแต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงมีสัดส่วนสูง ทำให้กำไรสุทธิถูกกดดัน
* **สภาพคล่องลดลง:** อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็วลดลงมาอยู่ที่ 0.67 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.30 เท่า สะท้อนถึงความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียนที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการภาครัฐที่ล่าช้า:** การแก้ไขปัญหาและแนวทางการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การรับรู้รายได้จากโครงการลงทุนใหม่:** การเริ่มรับรู้รายได้จาก 2 โครงการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มต้นทุนขายและให้บริการ:** การบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การใช้เงินทุนหมุนเวียนและการบริหารหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของรายได้จากงานต่างประเทศ:** ศักยภาพในการขยายตลาดและรับงานใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและบริหารจัดการโครงการ TEAM ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยมหภาคที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐและภาคเอกชน
* **รายได้จากการให้บริการงานโครงการภาครัฐ:** เป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท แต่กลับได้รับผลกระทบจากความล่าช้าของโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อการเบิกจ่ายงบประมาณและการอนุมัติโครงการของภาครัฐ
* **รายได้จากการให้บริการงานโครงการเอกชน:** ยังคงทรงตัว แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของธุรกิจในภาคเอกชน แต่ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากภาครัฐได้ทั้งหมด
* **รายได้จากงานธุรกิจเกี่ยวเนื่อง:** มีความผันผวนสูง โดยในไตรมาสนี้ลดลงอย่างมากเนื่องจากยังไม่มีการรับรู้รายได้จากการขายโครงการลงทุน ซึ่งเป็นส่วนที่ฝ่ายจัดการคาดหวังว่าจะกลับมาสร้างรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **ต้นทุนขายและให้บริการ:** การที่ต้นทุนปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ เป็นสัญญาณที่น่ากังวล สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ที่อาจเพิ่มขึ้น หรือการบริหารจัดการต้นทุนที่ยังไม่สามารถควบคุมได้เต็มที่เมื่อรายได้ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัท TEAM มีสินทรัพย์รวม 2,158.58 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 28.8% มาอยู่ที่ 235.83 ล้านบาท ขณะที่ "รายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ" (Unbilled Revenue) เพิ่มขึ้น 11.5% เป็น 960.00 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับความล่าช้าในการตรวจรับงานของโครงการภาครัฐ
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 5.2% เป็น 1,220.37 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเงินระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับสูงขึ้นเป็น 1.30 เท่า
สภาพคล่องโดยรวมลดลง โดยอัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 1.83 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็วอยู่ที่ 0.67 เท่า ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ของ TEAM ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการชะลอตัวของรายได้งานโครงการภาครัฐ ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีโอกาสจากการเติบโตของงานต่างประเทศและการรับรู้รายได้โครงการลงทุนใหม่ แต่ความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการภาครัฐและแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|