OSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
OSP
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10193 out_tok=3139 at=2026-07-25T23:05:36 --> # OSP กำไร Q1/66 ฟื้นตัวแรง QoQ รับต้นทุนผลิตลด-ต่างประเทศหนุน ## รายได้รวมหด YoY แต่ฟื้น QoQ ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ลด-ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 131.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.9% ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาดต่างประเทศ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ OSP ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ในต่างประเทศ** ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการคือ **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้น 3.5% QoQ มาอยู่ที่ 33.4%** ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 131.1% QoQ นอกจากนี้ **รายได้จากการขายในต่างประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้ในประเทศที่ยังคงเผชิญความท้าทาย ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของ GPM มาจากหลายปัจจัย ได้แก่: * **ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น:** โรงงานผลิตขวดแก้วและโรงงานผลิตและบรรจุเครื่องดื่มมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง โดยเฉพาะเมื่อปริมาณการขายและการผลิตฟื้นตัว * **ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง:** การปรับตัวลดลงของต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทและก๊าซธรรมชาติ ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ยังคงสูงอยู่ * **การบริหารต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้มุ่งเน้นการลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและเพิ่มอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายลดผลกระทบต้นทุนรวม 5,000 ล้านบาทใน 5-7 ปี * **การปิดเตาหลอมตามแผน:** การปรับปรุงประสิทธิภาพของสายการผลิตที่เหลือและการใช้พลังงานที่น้อยลงหลังจากการปิดเตาหลอมตามแผน ส่งผลดีต่อ GPM YoY * **การเติบโตของรายได้ในต่างประเทศ:** รายได้จากกลุ่มประเทศ CLMV เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 15.1% YoY และ 25.9% QoQ (ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) ซึ่งช่วยหนุนรายได้รวมให้ฟื้นตัว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงโครงการ Fast Forward 10X ที่มีเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปรับกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคาในประเทศ และการขยายตลาดในต่างประเทศ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% YoY และ 131.1% QoQ** * **อัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 11.9%** (จาก 10.0% YoY และ 5.2% QoQ) * **รายได้จากการขาย 6,545 ล้านบาท ลดลง 12.4% YoY แต่ฟื้นตัว 1.8% QoQ** * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 33.4% เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 3.5% QoQ** * **รายได้จากกลุ่มประเทศ CLMV เติบโตโดดเด่น 15.1% YoY และ 25.9% QoQ** (ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) * **ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังอยู่ที่ 46.6%** (ลดลงเล็กน้อย YoY แต่ฟื้นตัวในเดือนมีนาคม) * **ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่ม Functional Drinks อยู่ที่ 40.4% เพิ่มขึ้น 1.7% QoQ** * **โครงการ Fast Forward 10X ตั้งเป้าลดผลกระทบต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร 5,000 ล้านบาทใน 5-7 ปี** ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2566 OSP มีรายได้รวม 6,893 ล้านบาท ลดลง 8.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6.5% QoQ โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 6,545 ล้านบาท ลดลง 12.4% YoY ซึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน แต่มีการฟื้นตัว 1.8% QoQ จากปริมาณการขายที่ดีขึ้นในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศและการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มในต่างประเทศ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ 33.4% เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 3.5% QoQ การฟื้นตัว QoQ มาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง และการบริหารต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X ส่วนการเพิ่มขึ้น YoY มาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตหลังปิดเตาหลอม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 26.0% เพิ่มขึ้นจาก 21.1% ใน Q1/65 และ 25.5% ใน Q4/65 โดยมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% YoY และ 131.1% QoQ โดยหากไม่รวมเงินปันผลรับ 300 ล้านบาท กำไรสุทธิฟื้นตัว 41.8% QoQ ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ที่ทำสถิติรายได้สูงสุดในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาด * **กลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์และการแบ่งราคา:** การปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคาในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขาย * **การเติบโตของเครื่องดื่ม Functional Drinks:** ผลิตภัณฑ์อย่างซี-วิท, คาลพิส และเปปทีน ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการร่วมมือกับพันธมิตร เช่น Café Amazon และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Shark Ume Soda * **การปรับผลิตภัณฑ์สู่ทางเลือกสุขภาพ:** การปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศทั้งหมดให้มีน้ำตาลน้อยลงหรือปราศจากน้ำตาล สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพของผู้บริโภค * **การบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** โครงการ Fast Forward 10X มีเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลดีต่อ GPM ในอนาคต * **การให้บริการผลิตสินค้า (OEM):** รายได้จากกลุ่มอื่นๆ ที่เติบโตจากการให้บริการ OEM ขวดแก้ว ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วย ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังลดลงเล็กน้อย YoY และมีการแข่งขันสูง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร * **สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในต่างประเทศ:** ความไม่แน่นอนในภูมิภาค CLMV อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน * **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ตลาดวิตามินซีมีการปรับตัวลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้ม GPM ในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดกลับมาได้มากน้อยเพียงใด * **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่ * **ผลกระทบจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและพลังงานในอนาคต * **ความคืบหน้าของโครงการ Fast Forward 10X:** การบรรลุเป้าหมายในการลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การตอบรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมา ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** มีการกล่าวถึงต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM ในขณะที่การปรับกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคาในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง แสดงถึงการบริหารจัดการราคาขายสินค้าเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและยอดขาย **Volume:** ปริมาณการขายในประเทศสำหรับเครื่องดื่มบำรุงกำลังฟื้นตัวขึ้น QoQ ส่วนในต่างประเทศเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก การฟื้นตัวของปริมาณการขายและการผลิตส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตต่อหน่วย **GPM:** มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้ง YoY และ QoQ จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และการบริหารต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X **ช่องทางขาย:** มีการกล่าวถึงการขยายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอ็ม-150 ไปยังช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ และการเติบโตของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ในกลุ่ม Functional Drinks **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับหน้าร้อนและแนวโน้มการขายที่ดีขึ้น **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากต่างประเทศเติบโตแข็งแกร่ง แต่ก็มีความเสี่ยงจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน **ฤดูกาลผลิต:** การเตรียมสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับหน้าร้อนแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการตามฤดูกาล ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 OSP มีสินทรัพย์รวม 26,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,403 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 19,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2565 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 150 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 10 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.1 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมรับโอกาสการลงทุน ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ OSP แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของตลาดต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การฟื้นตัว QoQ และการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงการ Fast Forward 10X ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตและรักษาอัตรากำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันในตลาดเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24 ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95 %
กำไรสุทธิ
691.83 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,381.24
-1.19%
6,458.41
-1.99%
6,589.77
+1.84%
6,470.52
-7.70%
7,010.54
+8.98%
6,432.89
-4.68%
กำไรขั้นต้น —
2,549.10
+2.78%
2,480.04
+6.63%
2,325.83
+20.59%
1,928.64
-20.04%
2,411.91
+3.09%
2,339.70
-0.55%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,732.20
-4.72%
1,817.93
+2.03%
1,781.74
+8.76%
1,638.24
+8.57%
1,508.94
+7.78%
1,400.00
-3.24%
กำไรสุทธิ —
691.83
+22.06%
566.78
+30.99%
432.69
+28.56%
336.56
-60.45%
850.89
+0.01%
850.79
+3.41%
กำไรต่อหุ้น —
0.23
+21.69%
0.19
+31.25%
0.14
+28.57%
0.11
-60.42%
0.28
0.28
+3.28%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
39.95
+4.04%
38.40
+8.81%
35.29
+18.38%
29.81
-13.34%
34.40
-5.42%
36.37
+4.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
27.15
-3.55%
28.15
+4.11%
27.04
+6.79%
25.32
+17.66%
21.52
-1.10%
21.76
+1.49%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.84
+23.46%
8.78
+33.64%
6.57
+26.35%
5.20
-57.17%
12.14
-8.24%
13.23
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-226.01
-129.20%
774.00
+1,074.57%
-79.42
-145.97%
172.77
-20.67%
217.78
+37.47%
158.42
+1,346.76%
ROE(%) —
22.66
+120.00%
10.30
-25.42%
13.81
+36.87%
10.09
-39.40%
16.65
-11.86%
18.89
+92.56%
ROA(%) —
18.08
+96.95%
9.18
-21.67%
11.72
+31.10%
8.94
-39.92%
14.88
-8.71%
16.30
+83.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
-28.81%
0.59
+22.92%
0.48
+14.29%
0.42
+16.67%
0.36
+5.88%
0.34
-43.33%
P/E —
13.66
-67.12%
41.54
+44.94%
28.66
-17.31%
34.66
+9.65%
31.61
+3.06%
30.67
-18.69%
P/BV —
2.98
-29.88%
4.25
+2.66%
4.14
-12.10%
4.71
-12.62%
5.39
-6.42%
5.76
-17.83%
BV —
5.39
+10.22%
4.89
-8.08%
5.32
-11.19%
5.99
-5.67%
6.35
+3.08%
6.16
+6.57%
YIELD(%) —
3.73
-52.96%
7.93
+93.89%
4.09
+5.14%
3.89
+21.18%
3.21
+13.83%
2.82
+65.88%
ราคาหุ้น —
16.10
-22.60%
20.80
-5.45%
22.00
-22.12%
28.25
-17.52%
34.25
-3.52%
35.50
-12.35%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
11,739.55
+4.89%
11,192.03
+19.36%
9,376.47
+12.96%
8,300.87
-5.96%
8,827.13
-3.84%
9,179.29
-1.70%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
12,844.76
-7.88%
13,942.83
-7.21%
15,025.51
-15.84%
17,852.92
-2.52%
18,314.47
+9.82%
16,676.20
+11.28%
รวมสินทรัพย์ —
24,584.30
-2.19%
25,134.86
+3.00%
24,401.98
-6.70%
26,153.78
-3.64%
27,141.61
+4.97%
25,855.48
+6.30%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
6,369.59
-22.26%
8,193.28
+19.58%
6,851.69
+12.98%
6,064.30
+9.67%
5,529.57
+21.33%
4,557.30
-13.29%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
884.18
-23.09%
1,149.60
+10.50%
1,040.40
-36.35%
1,634.51
-4.32%
1,708.24
-13.25%
1,969.10
+88.45%
รวมหนี้สิน —
7,253.77
-22.36%
9,342.87
+18.38%
7,892.09
+2.51%
7,698.81
+6.37%
7,237.81
+10.90%
6,526.41
+3.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
17,330.54
+9.74%
15,791.98
-4.35%
16,509.89
-10.54%
18,454.98
-7.28%
19,903.80
+2.97%
19,329.08
+7.25%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
22.66
10.30
13.81
10.09
16.65
18.89
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
18.08
9.18
11.72
8.94
14.88
16.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.84
1.37
1.37
1.37
1.60
2.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.14
0.78
0.73
0.74
0.98
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
58.11
53.32
0.00
0.00
43.77
50.88
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
75.20
78.77
0.00
0.00
49.30
39.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
72.65
55.77
0.00
0.00
66.67
98.38
วงจรเงินสด —
60.66
76.32
0.00
0.00
26.40
-7.81
D/E —
0.42
0.59
0.48
0.42
0.36
0.34
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-2,097.95
+6.65%
-1,967.07
+125.21%
-873.42
-72.09%
-3,129.04
+3.92%
-3,011.13
-198.25%
3,064.67
+332.05%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-1,549.66
-379.69%
554.07
-116.77%
-3,304.00
-497.67%
830.83
-224.28%
-668.49
+202.76%
-220.80
-89.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
3,240.42
+70.13%
1,904.71
+12.15%
1,698.40
+2.27%
1,660.78
-1.61%
1,687.88
-153.88%
-3,132.76
-4.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-162.60
+197.97%
-54.57
-97.80%
-2,479.03
+288.90%
-637.44
-68.00%
-1,991.75
+589.43%
-288.90
-60.95%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%
2,819.46
-37.16%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
3,320.90
+51.65%
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%