บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10193 out_tok=3139 at=2026-07-25T23:05:36 -->
# OSP กำไร Q1/66 ฟื้นตัวแรง QoQ รับต้นทุนผลิตลด-ต่างประเทศหนุน
## รายได้รวมหด YoY แต่ฟื้น QoQ ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ลด-ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 131.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.9% ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาดต่างประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ OSP ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ในต่างประเทศ**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการคือ **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้น 3.5% QoQ มาอยู่ที่ 33.4%** ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 131.1% QoQ นอกจากนี้ **รายได้จากการขายในต่างประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้ในประเทศที่ยังคงเผชิญความท้าทาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของ GPM มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น:** โรงงานผลิตขวดแก้วและโรงงานผลิตและบรรจุเครื่องดื่มมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง โดยเฉพาะเมื่อปริมาณการขายและการผลิตฟื้นตัว
* **ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง:** การปรับตัวลดลงของต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทและก๊าซธรรมชาติ ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ยังคงสูงอยู่
* **การบริหารต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้มุ่งเน้นการลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและเพิ่มอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายลดผลกระทบต้นทุนรวม 5,000 ล้านบาทใน 5-7 ปี
* **การปิดเตาหลอมตามแผน:** การปรับปรุงประสิทธิภาพของสายการผลิตที่เหลือและการใช้พลังงานที่น้อยลงหลังจากการปิดเตาหลอมตามแผน ส่งผลดีต่อ GPM YoY
* **การเติบโตของรายได้ในต่างประเทศ:** รายได้จากกลุ่มประเทศ CLMV เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 15.1% YoY และ 25.9% QoQ (ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) ซึ่งช่วยหนุนรายได้รวมให้ฟื้นตัว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงโครงการ Fast Forward 10X ที่มีเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปรับกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคาในประเทศ และการขยายตลาดในต่างประเทศ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% YoY และ 131.1% QoQ**
* **อัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 11.9%** (จาก 10.0% YoY และ 5.2% QoQ)
* **รายได้จากการขาย 6,545 ล้านบาท ลดลง 12.4% YoY แต่ฟื้นตัว 1.8% QoQ**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 33.4% เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 3.5% QoQ**
* **รายได้จากกลุ่มประเทศ CLMV เติบโตโดดเด่น 15.1% YoY และ 25.9% QoQ** (ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่)
* **ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังอยู่ที่ 46.6%** (ลดลงเล็กน้อย YoY แต่ฟื้นตัวในเดือนมีนาคม)
* **ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่ม Functional Drinks อยู่ที่ 40.4% เพิ่มขึ้น 1.7% QoQ**
* **โครงการ Fast Forward 10X ตั้งเป้าลดผลกระทบต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร 5,000 ล้านบาทใน 5-7 ปี**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 OSP มีรายได้รวม 6,893 ล้านบาท ลดลง 8.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6.5% QoQ โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 6,545 ล้านบาท ลดลง 12.4% YoY ซึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน แต่มีการฟื้นตัว 1.8% QoQ จากปริมาณการขายที่ดีขึ้นในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศและการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มในต่างประเทศ
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ 33.4% เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 3.5% QoQ การฟื้นตัว QoQ มาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง และการบริหารต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X ส่วนการเพิ่มขึ้น YoY มาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตหลังปิดเตาหลอม
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 26.0% เพิ่มขึ้นจาก 21.1% ใน Q1/65 และ 25.5% ใน Q4/65 โดยมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% YoY และ 131.1% QoQ โดยหากไม่รวมเงินปันผลรับ 300 ล้านบาท กำไรสุทธิฟื้นตัว 41.8% QoQ
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ที่ทำสถิติรายได้สูงสุดในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาด
* **กลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์และการแบ่งราคา:** การปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคาในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขาย
* **การเติบโตของเครื่องดื่ม Functional Drinks:** ผลิตภัณฑ์อย่างซี-วิท, คาลพิส และเปปทีน ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการร่วมมือกับพันธมิตร เช่น Café Amazon และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Shark Ume Soda
* **การปรับผลิตภัณฑ์สู่ทางเลือกสุขภาพ:** การปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศทั้งหมดให้มีน้ำตาลน้อยลงหรือปราศจากน้ำตาล สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพของผู้บริโภค
* **การบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** โครงการ Fast Forward 10X มีเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลดีต่อ GPM ในอนาคต
* **การให้บริการผลิตสินค้า (OEM):** รายได้จากกลุ่มอื่นๆ ที่เติบโตจากการให้บริการ OEM ขวดแก้ว ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังลดลงเล็กน้อย YoY และมีการแข่งขันสูง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในต่างประเทศ:** ความไม่แน่นอนในภูมิภาค CLMV อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ตลาดวิตามินซีมีการปรับตัวลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม GPM ในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดกลับมาได้มากน้อยเพียงใด
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและพลังงานในอนาคต
* **ความคืบหน้าของโครงการ Fast Forward 10X:** การบรรลุเป้าหมายในการลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การตอบรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** มีการกล่าวถึงต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM ในขณะที่การปรับกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคาในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง แสดงถึงการบริหารจัดการราคาขายสินค้าเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและยอดขาย
**Volume:** ปริมาณการขายในประเทศสำหรับเครื่องดื่มบำรุงกำลังฟื้นตัวขึ้น QoQ ส่วนในต่างประเทศเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก การฟื้นตัวของปริมาณการขายและการผลิตส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตต่อหน่วย
**GPM:** มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้ง YoY และ QoQ จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และการบริหารต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X
**ช่องทางขาย:** มีการกล่าวถึงการขยายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอ็ม-150 ไปยังช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ และการเติบโตของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ในกลุ่ม Functional Drinks
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับหน้าร้อนและแนวโน้มการขายที่ดีขึ้น
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากต่างประเทศเติบโตแข็งแกร่ง แต่ก็มีความเสี่ยงจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
**ฤดูกาลผลิต:** การเตรียมสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับหน้าร้อนแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการตามฤดูกาล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 OSP มีสินทรัพย์รวม 26,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,403 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 19,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2565 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 150 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 10 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.1 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมรับโอกาสการลงทุน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ OSP แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของตลาดต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การฟื้นตัว QoQ และการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงการ Fast Forward 10X ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตและรักษาอัตรากำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันในตลาดเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|