บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10589 out_tok=3305 at=2026-07-27T11:23:41 -->
OSP กำไรสุทธิ Q2/64 โต 1.9% YoY รับแรงหนุนรายได้ต่างประเทศพุ่ง 75.7%
รายได้รวมและรายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง แม้เผชิญโควิดระลอกใหม่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวดีขึ้นจากการกลับมาผลิตของเตาขวดแก้วและการดำเนินงานในเมียนมาร์
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 (Q2/64) มีรายได้จากการขาย 6,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 11.9% ลดลง 1.7% YoY อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมเงินปันผลรับจากเงินลงทุนในบริษัทอื่นจำนวน 135 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรสุทธิยังคงเติบโต สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ OSP ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 75.7% YoY** ควบคู่ไปกับการ **ฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว 2.7% YoY มาอยู่ที่ 36.3%** ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของตลาดในประเทศบางส่วน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้ต่างประเทศเติบโตโดดเด่น:** การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้มาจากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศที่เป็นตลาดสำคัญ ซึ่งทุกตลาดเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก YoY โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่เติบโต 76.4% YoY ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ กลยุทธ์การขายและกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงศักยภาพของทีมงานที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การเริ่มดำเนินการผลิตในโรงงานแห่งใหม่ในเมียนมาร์และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการขายในตลาดนี้ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโต
2. **อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัว:** การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากหลายปัจจัยประการแรก การกลับมาดำเนินการผลิตของเตาหลอมขวดแก้วหลังจากซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วย ประการที่สอง การขยายตัวของกำไรขั้นต้นในเมียนมาร์จากการเริ่มดำเนินการผลิตในโรงงานแห่งใหม่และการเพิ่มสัดส่วนรายได้ ประการสุดท้าย การประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ต่างประเทศ เนื่องจากเอกสารระบุถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ กลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ และศักยภาพของทีมงาน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สามารถส่งเสริมการเติบโตได้ในระยะยาว สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น การกลับมาดำเนินการผลิตของเตาหลอมขวดแก้วและการดำเนินงานในเมียนมาร์เป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm จะต้องติดตามประสิทธิผลอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินการลดผลกระทบจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาจผันผวน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/64 เติบโต 17.0% YoY:** อยู่ที่ 6,913 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งในประเทศ (+9.3% YoY) และต่างประเทศ (+75.7% YoY)
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท Q2/64 เพิ่มขึ้น 1.9% YoY:** อยู่ที่ 820 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะลดลง 1.7% YoY เป็น 11.9% เนื่องจากผลกระทบจากรายการปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/64 ขยายตัว 2.7% YoY:** อยู่ที่ 36.3% ปัจจัยหลักมาจากการกลับมาผลิตของเตาหลอมขวดแก้ว การเติบโตในเมียนมาร์ และโครงการ Fit Fast Firm
* **ส่วนแบ่งการตลาดแข็งแกร่ง:** รักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง (54.8%) และ Functional Drinks (37.0%) โดยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง M-150 และ C-Vitt ยังคงเติบโตได้ดี
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.06 เท่า พร้อมรองรับโอกาสการลงทุนเพื่อการเติบโต
* **จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.45 บาท/หุ้น:** คิดเป็น 74% ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
โอสถสภา (OSP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ที่ยังคงเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยรายได้รวมอยู่ที่ 6,964 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% YoY และรายได้จากการขายอยู่ที่ 6,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% YoY การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลมียอดขายลดลง 10.6% YoY เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือย
สำหรับครึ่งปีแรก 2564 (1H/64) รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 13,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนคล้ายคลึงกับไตรมาส 2 แต่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดในประเทศในช่วงต้นปีมากกว่า
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทสำหรับ Q2/64 อยู่ที่ 820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% YoY และสำหรับ 1H/64 อยู่ที่ 1,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% YoY อัตรากำไรขั้นต้นใน Q2/64 ขยายตัวได้ดีถึง 36.3% (+2.7% YoY) แต่ภาพรวมอัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทสำหรับ Q2/64 อยู่ที่ 11.9% ลดลง 1.7% YoY และสำหรับ 1H/64 อยู่ที่ 13.3% ลดลง 0.4% YoY ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงของปีก่อนที่มีเงินปันผลรับจำนวนมาก
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** ศักยภาพในการขยายตลาดในต่างประเทศยังคงสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ซึ่งมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ
* **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ:** เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เช่น เครื่องดื่มวิตามินซี
* **การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ลิโพ-ไฟน์, เครื่องดื่มซีวิทพลัสสูตรใหม่, C-Vitt Big Pack และ คาลพิส แลคโตะ โซดา กลิ่นส้มยูสุ ช่วยขยายฐานลูกค้าและตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุน:** โครงการ Fit Fast Firm และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานต่างๆ รวมถึงการกลับมาดำเนินการของเตาหลอมขวดแก้ว ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร
* **การให้บริการผลิตสินค้า (OEM):** การเติบโตของรายได้จากการให้บริการผลิตสินค้า OEM ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานขวดแก้วและส่งผลดีต่อต้นทุนต่อหน่วย
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาในประเทศและสถานการณ์ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ การบริโภค และการดำเนินธุรกิจ
* **การชะลอตัวของตลาด:** ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ในประเทศเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่
* **ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์:** การปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล อาจกดดันราคาและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ:** ติดตามการเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม
* **ผลกระทบจากโควิด-19 ต่อตลาดในประเทศ:** ประเมินทิศทางและผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ต่อกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศ
* **ประสิทธิภาพของโครงการ Fit Fast Firm:** ติดตามผลลัพธ์ของการประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่คาดหวังจากโครงการนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** จับตาแนวโน้มราคาต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และกลยุทธ์การบริหารจัดการของบริษัท
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** ประเมินการตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** อัตรากำไรขั้นต้น Q2/64 ขยายตัว 2.7% YoY เป็น 36.3% ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยปี 2563 โดยได้รับผลดีจากการกลับมาผลิตของเตาหลอมขวดแก้ว และการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
* **Volume:** รายได้จากการขาย Q2/64 เติบโต 17.0% YoY โดยกลุ่มเครื่องดื่มเติบโต 18.6% YoY (ในประเทศ +9.3%, ต่างประเทศ +76.4%) ขณะที่กลุ่มของใช้ส่วนบุคคลลดลง 10.6% YoY
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น Q2/64 อยู่ที่ 36.3% เพิ่มขึ้น 2.7% YoY และ 2.8% QoQ ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2563
* **ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในช่องทางร้านค้าแบบดั้งเดิมผ่านเครือข่ายที่กว้างขวาง
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับสต็อกสินค้าในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศเติบโต 75.7% YoY เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
* **ฤดูกาลผลิต:** การกลับมาดำเนินการผลิตของเตาหลอมขวดแก้วหลังซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผนส่งผลดีต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 27,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียน และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 19,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีผลจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน แต่ลดลงจากการจ่ายเงินปันผล
บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,599 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 133 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,039 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.4 เท่า ซึ่งสะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.6 เท่า แสดงถึงความมั่นคงด้านสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
OSP ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายได้ถึง 17.0% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้ในต่างประเทศถึง 75.7% YoY ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่ 36.3% ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาผลิตของเตาหลอมขวดแก้ว การดำเนินงานในเมียนมาร์ และโครงการประหยัดต้นทุน แม้ว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเพียง 1.9% YoY แต่การบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในประเทศเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความผันผวนของต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|