OSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
OSP
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13318 out_tok=2294 at=2026-07-25T22:54:19 --> # OSP กำไร Q3 พุ่ง 163% รับแรงหนุน GPM ขยายตัว-ต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง ## รายได้รวมโต 2.6% YoY แม้ขายต่างประเทศแผ่ว ฝ่ายบริหารเน้นคุมต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 642 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่น 163.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเติบโตของธุรกิจในประเทศทั้งกลุ่มเครื่องดื่มและของใช้ส่วนบุคคล รวมถึงการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ OSP ในไตรมาส 3 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 163.3% YoY มาจาก **การขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 6.1% YoY มาอยู่ที่ 35.4% ปัจจัยนี้สามารถชดเชยยอดขายที่เติบโตเพียง 1.6% YoY และช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้ก้าวกระโดด แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะลดลงก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การขยายตัวของ GPM เกิดจาก **การปรับตัวลดลงของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า ประกอบกับการ **เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตของโรงงานผลิตขวดแก้ว** อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังได้เน้นย้ำถึงการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนโดยรวมผ่านโครงการ Fast Forward 10X ที่ตั้งเป้าลดต้นทุน 5,000 ล้านบาทในระยะยาว ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรในภาพรวม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ทำได้ดี อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงของราคาวัตถุดิบและพลังงานอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 163.3% YoY แตะ 642 ล้านบาท** จากการเติบโตของธุรกิจในประเทศและการบริหารต้นทุนที่ดี * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว 6.1% YoY สู่ระดับ 35.4%** จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลง * **รายได้จากการขายเติบโต 1.6% YoY สู่ระดับ 6,277 ล้านบาท** โดยกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศและของใช้ส่วนบุคคลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก * **ธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศเติบโต 5.1% YoY** จากกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย * **ธุรกิจของใช้ส่วนบุคคลเติบโต 7.0% YoY** โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เด็กภายใต้แบรนด์เบบี้มายด์ * **มีรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ** เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจหลัก (Core Businesses) ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 OSP มีรายได้จากการขายรวม 6,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY แต่ลดลง 6.4% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 5.1% YoY และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น 7.0% YoY ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในต่างประเทศอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลในเมียนมาร์ แต่ยังเติบโต 1.4% YoY กำไรขั้นต้นเติบโต 22.6% YoY มาอยู่ที่ 2,220 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ทรงตัวเล็กน้อย ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทเติบโต 163.3% YoY มาอยู่ที่ 642 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 19,532 ล้านบาท ลดลง 6.2% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทเพิ่มขึ้น 23.3% YoY มาอยู่ที่ 1,969 ล้านบาท โดยได้รับผลดีจากการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการบริหารต้นทุน ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม Functional Drinks** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ซี-วิท และเปปทีน ที่มีนวัตกรรมและตอบโจทย์สุขภาพ * **การฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง** จากกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่รองรับตลาดสองราคาและการตลาดที่เข้าถึงทุกกลุ่ม * **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล** โดยเฉพาะแบรนด์เบบี้มายด์ ที่ปรับกลยุทธ์การตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก * **โครงการ Fast Forward 10X** ที่มุ่งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว * **การขยายธุรกิจหลัก (Core Businesses)** หลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในเมียนมาร์** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในต่างประเทศ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน** แม้ปัจจุบันจะลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเครื่องดื่ม** ทั้งกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค** ที่อาจส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ * **ผลกระทบจากมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อเมียนมาร์** จากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มยอดขายในตลาดเมียนมาร์และผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานในไตรมาสถัดไป * ความคืบหน้าของโครงการ Fast Forward 10X และผลต่ออัตรากำไร * การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการตอบรับของตลาด * การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายเพื่อรองรับการบริโภคที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่ม GPM * **Volume:** ยอดขายโดยรวมเติบโตเล็กน้อย YoY โดยกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศและของใช้ส่วนบุคคลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ต่างประเทศอ่อนตัว QoQ แต่เติบโต YoY * **GPM:** ขยายตัวโดดเด่นถึง 6.1% YoY สู่ระดับ 35.4% จากต้นทุนที่ลดลงและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต * **ช่องทางขาย:** การเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศและของใช้ส่วนบุคคลสะท้อนความแข็งแกร่งของช่องทางขาย * **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 3,147 ล้านบาท เป็น 3,622 ล้านบาท อาจสะท้อนการเตรียมการผลิตหรือการสต็อกวัตถุดิบ * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากต่างประเทศเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลในเมียนมาร์ และมีความเสี่ยงจากมาตรการลงโทษ * **ฤดูกาลผลิต:** ไตรมาส 3 เป็นช่วงอ่อนตัวตามฤดูกาลของธุรกิจในต่างประเทศ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 OSP มีสินทรัพย์รวม 24,917 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 16,150 ล้านบาท ลดลง 12.5% จากสิ้นปี 2565 จากการจ่ายเงินปันผลพิเศษ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.21 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 1,587 ล้านบาท และมีเงินสดคงเหลือ 1,956 ล้านบาท ## สรุปท้าย OSP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่ก้าวกระโดด 163.3% YoY โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลง ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะเติบโตเพียงเล็กน้อยก็ตาม การเติบโตของธุรกิจในประเทศทั้งกลุ่มเครื่องดื่มและของใช้ส่วนบุคคลยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ความเสี่ยงจากสถานการณ์ในเมียนมาร์ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ด้วยการเดินหน้าโครงการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง OSP ยังคงมีโอกาสในการรักษาอัตรากำไรที่ดีในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24 ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95 %
กำไรสุทธิ
691.83 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,381.24
-1.19%
6,458.41
-1.99%
6,589.77
+1.84%
6,470.52
-7.70%
7,010.54
+8.98%
6,432.89
-4.68%
กำไรขั้นต้น —
2,549.10
+2.78%
2,480.04
+6.63%
2,325.83
+20.59%
1,928.64
-20.04%
2,411.91
+3.09%
2,339.70
-0.55%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,732.20
-4.72%
1,817.93
+2.03%
1,781.74
+8.76%
1,638.24
+8.57%
1,508.94
+7.78%
1,400.00
-3.24%
กำไรสุทธิ —
691.83
+22.06%
566.78
+30.99%
432.69
+28.56%
336.56
-60.45%
850.89
+0.01%
850.79
+3.41%
กำไรต่อหุ้น —
0.23
+21.69%
0.19
+31.25%
0.14
+28.57%
0.11
-60.42%
0.28
0.28
+3.28%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
39.95
+4.04%
38.40
+8.81%
35.29
+18.38%
29.81
-13.34%
34.40
-5.42%
36.37
+4.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
27.15
-3.55%
28.15
+4.11%
27.04
+6.79%
25.32
+17.66%
21.52
-1.10%
21.76
+1.49%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.84
+23.46%
8.78
+33.64%
6.57
+26.35%
5.20
-57.17%
12.14
-8.24%
13.23
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-226.01
-129.20%
774.00
+1,074.57%
-79.42
-145.97%
172.77
-20.67%
217.78
+37.47%
158.42
+1,346.76%
ROE(%) —
22.66
+120.00%
10.30
-25.42%
13.81
+36.87%
10.09
-39.40%
16.65
-11.86%
18.89
+92.56%
ROA(%) —
18.08
+96.95%
9.18
-21.67%
11.72
+31.10%
8.94
-39.92%
14.88
-8.71%
16.30
+83.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
-28.81%
0.59
+22.92%
0.48
+14.29%
0.42
+16.67%
0.36
+5.88%
0.34
-43.33%
P/E —
13.66
-67.12%
41.54
+44.94%
28.66
-17.31%
34.66
+9.65%
31.61
+3.06%
30.67
-18.69%
P/BV —
2.98
-29.88%
4.25
+2.66%
4.14
-12.10%
4.71
-12.62%
5.39
-6.42%
5.76
-17.83%
BV —
5.39
+10.22%
4.89
-8.08%
5.32
-11.19%
5.99
-5.67%
6.35
+3.08%
6.16
+6.57%
YIELD(%) —
3.73
-52.96%
7.93
+93.89%
4.09
+5.14%
3.89
+21.18%
3.21
+13.83%
2.82
+65.88%
ราคาหุ้น —
16.10
-22.60%
20.80
-5.45%
22.00
-22.12%
28.25
-17.52%
34.25
-3.52%
35.50
-12.35%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
11,739.55
+4.89%
11,192.03
+19.36%
9,376.47
+12.96%
8,300.87
-5.96%
8,827.13
-3.84%
9,179.29
-1.70%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
12,844.76
-7.88%
13,942.83
-7.21%
15,025.51
-15.84%
17,852.92
-2.52%
18,314.47
+9.82%
16,676.20
+11.28%
รวมสินทรัพย์ —
24,584.30
-2.19%
25,134.86
+3.00%
24,401.98
-6.70%
26,153.78
-3.64%
27,141.61
+4.97%
25,855.48
+6.30%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
6,369.59
-22.26%
8,193.28
+19.58%
6,851.69
+12.98%
6,064.30
+9.67%
5,529.57
+21.33%
4,557.30
-13.29%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
884.18
-23.09%
1,149.60
+10.50%
1,040.40
-36.35%
1,634.51
-4.32%
1,708.24
-13.25%
1,969.10
+88.45%
รวมหนี้สิน —
7,253.77
-22.36%
9,342.87
+18.38%
7,892.09
+2.51%
7,698.81
+6.37%
7,237.81
+10.90%
6,526.41
+3.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
17,330.54
+9.74%
15,791.98
-4.35%
16,509.89
-10.54%
18,454.98
-7.28%
19,903.80
+2.97%
19,329.08
+7.25%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
22.66
10.30
13.81
10.09
16.65
18.89
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
18.08
9.18
11.72
8.94
14.88
16.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.84
1.37
1.37
1.37
1.60
2.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.14
0.78
0.73
0.74
0.98
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
58.11
53.32
0.00
0.00
43.77
50.88
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
75.20
78.77
0.00
0.00
49.30
39.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
72.65
55.77
0.00
0.00
66.67
98.38
วงจรเงินสด —
60.66
76.32
0.00
0.00
26.40
-7.81
D/E —
0.42
0.59
0.48
0.42
0.36
0.34
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-2,097.95
+6.65%
-1,967.07
+125.21%
-873.42
-72.09%
-3,129.04
+3.92%
-3,011.13
-198.25%
3,064.67
+332.05%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-1,549.66
-379.69%
554.07
-116.77%
-3,304.00
-497.67%
830.83
-224.28%
-668.49
+202.76%
-220.80
-89.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
3,240.42
+70.13%
1,904.71
+12.15%
1,698.40
+2.27%
1,660.78
-1.61%
1,687.88
-153.88%
-3,132.76
-4.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-162.60
+197.97%
-54.57
-97.80%
-2,479.03
+288.90%
-637.44
-68.00%
-1,991.75
+589.43%
-288.90
-60.95%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%
2,819.46
-37.16%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
3,320.90
+51.65%
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%