บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10497 out_tok=2637 at=2026-07-25T23:23:47 -->
# OSP Q1/2565 รายได้ทะลุเป้า 7.5 พันล้านบาท กำไรสุทธิหลังปรับ FX โต 8.1% ท่ามกลางต้นทุนพุ่ง
## ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่งพุ่งกดดัน GPM แต่ฝ่ายจัดการเดินหน้าปรับกลยุทธ์รับมือ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ดันยอดขาย
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้รวม 7,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% YoY และรายได้จากการขาย 7,472 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% YoY โดยมีกำไรสุทธิ 750 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงานหลังปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน พบว่าเติบโต 8.1% YoY สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการท่ามกลางความท้าทายจากเงินเฟ้อและต้นทุนที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ OSP ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ** ซึ่งสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลง 1.5% YoY อยู่ที่ 31.7% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลังปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเติบโตได้ 8.1% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม:** เติบโต 9.6% YoY โดยเฉพาะในประเทศที่เครื่องดื่มบำรุงกำลังกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ M-150 และ Lipovitan-D รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ M-150 สูตรเพิ่มวิตามินบี 12 และน้ำตาลน้อย ส่วนเครื่องดื่ม Functional Drinks โดยเฉพาะ C-vitt ก็เติบโตโดดเด่นถึง 19.5% YoY ทำสถิติส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 38.0%
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล:** เติบโต 10.9% YoY จากการฟื้นตัวของตลาดและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **กลุ่มอื่นๆ:** เติบโต 18.6% YoY จากการให้บริการผลิตสินค้า (OEM) ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ขวดแก้ว
* **ต่างประเทศ:** รายได้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในต่างประเทศเติบโตโดดเด่น 19.0% YoY สะท้อนการฟื้นตัวในกลุ่มประเทศอาเซียน
ส่วนแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นมาจาก **ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก รวมถึง **อัตราค่าระวางขนส่งและกระจายสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น** นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อรองรับเทคโนโลยีการผลิตขวดแก้วน้ำหนักเบาสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดว่าในไตรมาส 2 ปี 2565 จะเริ่มเห็นปัจจัยบวกเพิ่มขึ้นจาก:
* **ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น:** จากการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตขวดแก้วน้ำหนักเบา
* **สัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะ M-150 สูตรใหม่
* **การบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย:** ผ่านโครงการ Fast Forward 10X ที่ตั้งเป้าลดต้นทุน 5,000 ล้านบาทใน 5-7 ปี
* **การประกันราคาซื้อขายวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์หลักส่วนใหญ่จนถึง Q3’65** จะช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่ผันผวน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายสูงสุดใหม่:** 7,472 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% YoY และ 7.5% QoQ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลังปรับ FX โต 8.1% YoY:** อยู่ที่ 794 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.6%
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 31.7% YoY ลดลง 1.5% จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ส่วนแบ่งการตลาดแข็งแกร่ง:** เครื่องดื่มบำรุงกำลัง 54.0%, Functional Drinks (C-vitt) 42.6% (สูงสุดใหม่)
* **เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** M-150 สูตรเพิ่มวิตามินบี 12 และน้ำตาลน้อย ราคา 12 บาท
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น 0.05 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 OSP ทำรายได้รวม 7,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% YoY และ 7.2% QoQ โดยมีรายได้จากการขาย 7,472 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% YoY และ 7.5% QoQ กำไรสุทธิอยู่ที่ 750 ล้านบาท ลดลง 25.3% YoY และ 11.9% QoQ ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.7% ลดลง 1.5% YoY ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.0% ลดลง 4.8% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม:** การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัว M-150 สูตรใหม่ และ C-vitt ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด จะช่วยผลักดันยอดขายและสร้างการเติบโต
* **การขยายช่องทางจัดจำหน่าย:** การรับรู้รายได้จากการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยันฮีวิตามินบีวอเตอร์ และขนมโคอิเคยะ
* **โครงการ Fast Forward 10X:** มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย และเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **การลงทุนในธุรกิจกัญชา/กัญชง:** ผ่านบริษัท โอสถสภา ยันฮี เบฟเวอเรจ จำกัด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** จากสถานการณ์เงินเฟ้อและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่สำคัญ
* **สถานการณ์ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ:** เช่น การปิดด่านชายแดน หรือสถานการณ์ทางการเมือง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** จากภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อ
* **การแข่งขันในตลาด:** โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่ จากการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
* **ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** M-150 สูตรใหม่ และ C-vitt จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ความคืบหน้าของโครงการ Fast Forward 10X:** ว่าจะสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **สถานการณ์ในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การประกันราคาซื้อขายจะช่วยลดผลกระทบได้มากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **Volume:** ยอดขายโดยรวมเติบโตได้ดีในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ที่เติบโตดีกว่าตลาด
* **GPM:** ลดลง 1.5% YoY อยู่ที่ 31.7% จากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่คาดว่าจะดีขึ้นใน Q2/65 จากประสิทธิภาพการผลิตและผลิตภัณฑ์ใหม่
* **ช่องทางขาย:** การกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่
* **สต็อก:** ระดับสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนจากการฟื้นตัวของยอดขาย
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้ส่งออกเติบโตโดดเด่น แต่กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย
* **ฤดูกาลผลิต:** การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อรองรับขวดแก้วน้ำหนักเบาอาจมีผลต่อต้นทุนในระยะสั้น แต่คาดว่าจะสร้างประสิทธิภาพในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 OSP มีสินทรัพย์รวม 29,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 1,333 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 487 ล้านบาท จากการเติบโตของยอดขาย หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% จากสิ้นปี 2564 จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการจัดซื้อวัตถุดิบและแผนการตลาด ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 20,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของยอดขายและระยะเวลาเก็บหนี้ที่ลดลง
## สรุปท้าย
OSP สามารถสร้างสถิติรายได้สูงสุดใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2565 จากการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานหลังปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเติบโตได้ 8.1% YoY ฝ่ายจัดการมีแผนรับมือความท้าทายด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และโครงการบริหารต้นทุน Fast Forward 10X ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป โดยบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมรับโอกาสการลงทุนในอนาคต แม้ความเสี่ยงด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|