OSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
OSP
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12935 out_tok=3254 at=2026-07-25T23:36:52 --> # OSP กำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง 58% รับต้นทุนพุ่ง-ปรับพอร์ตเครื่องดื่ม ## รายได้ทรงตัวแต่ GPM หดหนัก ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 244 ล้านบาท ลดลง 58.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตเล็กน้อย 0.9% เป็น 6,178 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟูอัตรากำไรและส่วนแบ่งการตลาดในระยะต่อไป ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ OSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ประกอบกับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 3.6% YoY เหลือ 29.3% และเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 58.0% YoY เหลือ 244 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเมียนมา และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชะลอการผลิตขวดแก้ว ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง ทำให้ GPM ลดลง ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการผลิตที่ลดลงของโรงงานผลิตขวดแก้วและโรงงานผลิตและบรรจุเครื่องดื่ม เป็นสาเหตุหลักของการหดตัวของ GPM **การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ:** บริษัทได้มีการออกผลิตภัณฑ์เอ็ม-150 ใหม่ราคา 12 บาท เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์และตอบโจทย์ต้นทุนที่สูงขึ้น แต่กลยุทธ์นี้ส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อปริมาณการขายและรายได้ของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เนื่องจากผู้เล่นรายอื่นไม่ได้ปรับกลยุทธ์ในลักษณะเดียวกัน ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดได้รับผลกระทบชั่วคราว นอกจากนี้ ช่องทางร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมชะลอตัวจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศลดลง 8.3% YoY **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของสกุลเงินจัตของเมียนมา (MMK) ส่งผลให้เกิดผลขาดทุน 63 ล้านบาท ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชะลอการผลิตขวดแก้ว:** มีค่าใช้จ่ายจำนวน 52 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไรในไตรมาสนี้ **ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการผลักดันการเติบโตในระยะยาว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะฟื้นตัว:** * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้ฝ่ายจัดการจะพยายามบริหารจัดการผ่านโครงการ Fast Forward 10X เพื่อลดผลกระทบและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่แนวโน้มต้นทุนที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด * **กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ากลยุทธ์การใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยผลักดันการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดและรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2565 และคาดว่าผลกำไรจะแข็งแกร่งขึ้นในปี 2566 ผ่านการจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์แบบองค์รวมและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต * **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคต * **ค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ค่าใช้จ่ายจากการชะลอการผลิตขวดแก้วเป็นรายการครั้งคราว โดยรวมแล้ว ปัจจัยด้านต้นทุนที่สูงมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ฝ่ายจัดการมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการฟื้นฟูรายได้และส่วนแบ่งการตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่ม ซึ่งคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นในช่วงปลายปี 2565 และต่อเนื่องในปี 2566 ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 58.0% YoY:** อยู่ที่ 244 ล้านบาท จากผลกระทบต้นทุนสูงและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม * **รายได้จากการขายเติบโต 0.9% YoY:** อยู่ที่ 6,178 ล้านบาท โดยกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลและธุรกิจต่างประเทศเติบโตดี * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว 3.6% YoY:** อยู่ที่ 29.3% จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น * **กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศหดตัว 8.3% YoY:** จากการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและการแข่งขันด้านราคา * **กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโตโดดเด่น 35.4% YoY:** จากการฟื้นตัวของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม * **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** บริษัทตั้งทีมเพื่อขับเคลื่อนการลงทุน คาดประกาศ 1-2 โครงการในปี 2566 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 OSP มีรายได้รวม 6,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% YoY และรายได้จากการขาย 6,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% YoY โดยการเติบโตหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (เพิ่มขึ้น 35.4% YoY) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (เติบโต 3.4% YoY ในกลุ่มเครื่องดื่ม) และกลุ่มอื่นๆ (เพิ่มขึ้น 58.1% YoY จาก OEM ขวดแก้ว) อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศหดตัว 8.3% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและการแข่งขันด้านราคาจากคู่แข่ง อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 29.3% ลดลง 3.6% YoY และ 1.9% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตที่ลดลงในบางโรงงาน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 244 ล้านบาท ลดลง 58.0% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิ 3.9% ลดลง 5.6% YoY การหดตัวนี้เกิดจาก GPM ที่ลดลง, ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเมียนมา 63 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชะลอการผลิตขวดแก้ว 52 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 20,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% YoY โดยทุกกลุ่มธุรกิจมีการเติบโต ยกเว้นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่ลดลงเล็กน้อย 1.3% YoY แต่กลุ่มเครื่องดื่ม Functional Drinks เติบโตโดดเด่น 60.1% YoY กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 1,597 ล้านบาท ลดลง 33.6% YoY ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์การฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดและรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2565 จากกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและกิจกรรมทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ * **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล:** ได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ * **การขยายตัวของธุรกิจ OEM ขวดแก้ว:** ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและปรับปรุงต้นทุนต่อหน่วย * **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** การจัดตั้งทีมเพื่อขับเคลื่อนการลงทุน คาดว่าจะมีการประกาศโครงการใหม่ๆ ในปี 2566 ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตแบบก้าวกระโดด * **โครงการ Fast Forward 10X:** มุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง * **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม:** โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ยังมีการแข่งขันด้านราคา * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะสกุลเงินเมียนมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร * **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **ความล่าช้าในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** หากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการปรับสายการผลิตไม่เป็นไปตามแผน อาจส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** การฟื้นตัวจะเป็นไปตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์หรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ประสิทธิภาพของโครงการ Fast Forward 10X ในการลดผลกระทบ * **ความคืบหน้าของการลงทุนเชิงกลยุทธ์:** การประกาศและผลลัพธ์ของโครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 * **ผลประกอบการของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่ง * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของสกุลเงินเมียนมา ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM อย่างมีนัยสำคัญ * **Volume:** ปริมาณการผลิตและขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังลดลงในช่วงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่สูงขึ้น * **GPM:** ลดลง 3.6% YoY เป็น 29.3% จากต้นทุนที่สูงขึ้นและการผลิตที่ลดลง * **ช่องทางขาย:** ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ฟื้นตัวดี หนุนกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล แต่ช่องทางดั้งเดิมชะลอตัวจากเงินเฟ้อ * **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเมียนมา 63 ล้านบาท การส่งออกในกลุ่มเครื่องดื่ม CLMV เติบโต 3.4% YoY * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** 25,717 ล้านบาท ลดลง 5.2% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่จากการจ่ายเงินปันผล * **หนี้สินรวม:** 7,720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากสิ้นปี 2564 หลักๆ จากเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 17,997 ล้านบาท ลดลง 9.6% จากสิ้นปี 2564 จากการจ่ายเงินปันผล * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อยู่ที่ 0.4 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง * **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** 1,177 ล้านบาท ลดลง 1,316 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 * **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 1,845 ล้านบาท * **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน:** 552 ล้านบาท (ลงทุนคลังสินค้าใหม่, ปรับปรุงโรงงาน, ลงทุนใน OSP Yanhee Beverage) * **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** 2,609 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จ่ายเงินปันผล) * **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** 1.3 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับดี ## สรุปท้าย หัวใจหลักของผลประกอบการ OSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะยังทรงตัวได้จากกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลและธุรกิจต่างประเทศที่เติบโตดี อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการต้นทุนและฟื้นฟูส่วนแบ่งการตลาด โดยเฉพาะโครงการ Fast Forward 10X และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่จะทยอยประกาศในปี 2566 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24 ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95 %
กำไรสุทธิ
691.83 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,381.24
-1.19%
6,458.41
-1.99%
6,589.77
+1.84%
6,470.52
-7.70%
7,010.54
+8.98%
6,432.89
-4.68%
กำไรขั้นต้น —
2,549.10
+2.78%
2,480.04
+6.63%
2,325.83
+20.59%
1,928.64
-20.04%
2,411.91
+3.09%
2,339.70
-0.55%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,732.20
-4.72%
1,817.93
+2.03%
1,781.74
+8.76%
1,638.24
+8.57%
1,508.94
+7.78%
1,400.00
-3.24%
กำไรสุทธิ —
691.83
+22.06%
566.78
+30.99%
432.69
+28.56%
336.56
-60.45%
850.89
+0.01%
850.79
+3.41%
กำไรต่อหุ้น —
0.23
+21.69%
0.19
+31.25%
0.14
+28.57%
0.11
-60.42%
0.28
0.28
+3.28%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
39.95
+4.04%
38.40
+8.81%
35.29
+18.38%
29.81
-13.34%
34.40
-5.42%
36.37
+4.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
27.15
-3.55%
28.15
+4.11%
27.04
+6.79%
25.32
+17.66%
21.52
-1.10%
21.76
+1.49%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.84
+23.46%
8.78
+33.64%
6.57
+26.35%
5.20
-57.17%
12.14
-8.24%
13.23
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-226.01
-129.20%
774.00
+1,074.57%
-79.42
-145.97%
172.77
-20.67%
217.78
+37.47%
158.42
+1,346.76%
ROE(%) —
22.66
+120.00%
10.30
-25.42%
13.81
+36.87%
10.09
-39.40%
16.65
-11.86%
18.89
+92.56%
ROA(%) —
18.08
+96.95%
9.18
-21.67%
11.72
+31.10%
8.94
-39.92%
14.88
-8.71%
16.30
+83.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
-28.81%
0.59
+22.92%
0.48
+14.29%
0.42
+16.67%
0.36
+5.88%
0.34
-43.33%
P/E —
13.66
-67.12%
41.54
+44.94%
28.66
-17.31%
34.66
+9.65%
31.61
+3.06%
30.67
-18.69%
P/BV —
2.98
-29.88%
4.25
+2.66%
4.14
-12.10%
4.71
-12.62%
5.39
-6.42%
5.76
-17.83%
BV —
5.39
+10.22%
4.89
-8.08%
5.32
-11.19%
5.99
-5.67%
6.35
+3.08%
6.16
+6.57%
YIELD(%) —
3.73
-52.96%
7.93
+93.89%
4.09
+5.14%
3.89
+21.18%
3.21
+13.83%
2.82
+65.88%
ราคาหุ้น —
16.10
-22.60%
20.80
-5.45%
22.00
-22.12%
28.25
-17.52%
34.25
-3.52%
35.50
-12.35%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
11,739.55
+4.89%
11,192.03
+19.36%
9,376.47
+12.96%
8,300.87
-5.96%
8,827.13
-3.84%
9,179.29
-1.70%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
12,844.76
-7.88%
13,942.83
-7.21%
15,025.51
-15.84%
17,852.92
-2.52%
18,314.47
+9.82%
16,676.20
+11.28%
รวมสินทรัพย์ —
24,584.30
-2.19%
25,134.86
+3.00%
24,401.98
-6.70%
26,153.78
-3.64%
27,141.61
+4.97%
25,855.48
+6.30%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
6,369.59
-22.26%
8,193.28
+19.58%
6,851.69
+12.98%
6,064.30
+9.67%
5,529.57
+21.33%
4,557.30
-13.29%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
884.18
-23.09%
1,149.60
+10.50%
1,040.40
-36.35%
1,634.51
-4.32%
1,708.24
-13.25%
1,969.10
+88.45%
รวมหนี้สิน —
7,253.77
-22.36%
9,342.87
+18.38%
7,892.09
+2.51%
7,698.81
+6.37%
7,237.81
+10.90%
6,526.41
+3.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
17,330.54
+9.74%
15,791.98
-4.35%
16,509.89
-10.54%
18,454.98
-7.28%
19,903.80
+2.97%
19,329.08
+7.25%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
22.66
10.30
13.81
10.09
16.65
18.89
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
18.08
9.18
11.72
8.94
14.88
16.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.84
1.37
1.37
1.37
1.60
2.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.14
0.78
0.73
0.74
0.98
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
58.11
53.32
0.00
0.00
43.77
50.88
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
75.20
78.77
0.00
0.00
49.30
39.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
72.65
55.77
0.00
0.00
66.67
98.38
วงจรเงินสด —
60.66
76.32
0.00
0.00
26.40
-7.81
D/E —
0.42
0.59
0.48
0.42
0.36
0.34
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-2,097.95
+6.65%
-1,967.07
+125.21%
-873.42
-72.09%
-3,129.04
+3.92%
-3,011.13
-198.25%
3,064.67
+332.05%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-1,549.66
-379.69%
554.07
-116.77%
-3,304.00
-497.67%
830.83
-224.28%
-668.49
+202.76%
-220.80
-89.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
3,240.42
+70.13%
1,904.71
+12.15%
1,698.40
+2.27%
1,660.78
-1.61%
1,687.88
-153.88%
-3,132.76
-4.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-162.60
+197.97%
-54.57
-97.80%
-2,479.03
+288.90%
-637.44
-68.00%
-1,991.75
+589.43%
-288.90
-60.95%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%
2,819.46
-37.16%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
3,320.90
+51.65%
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%