บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12692 out_tok=2774 at=2026-07-25T22:12:12 -->
# OSP กำไร Q4 ฟื้นตัว 38% รับอานิสงส์ต้นทุนผลิตดีขึ้น-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้รวมหด 7.7% YoY แต่ Q4 ฟื้นตัว QoQ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากกลยุทธ์ราคาเครื่องดื่มบำรุงกำลัง-ต้นทุนวัตถุดิบ
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้รายได้รวมจะลดลง 7.7% YoY เนื่องจากผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ OSP ในไตรมาส 4 ปี 2565 ฟื้นตัว 38.0% QoQ มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A)** แม้ว่ารายได้จากการขายโดยรวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น:** เอกสารระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน Q4’65 ปรับตัวดีขึ้น 0.6% QoQ จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสนี้
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทสามารถควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดได้ดีขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 25.5% ใน Q4’65 เทียบกับ 21.5% ใน Q4’64 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิ
* **การปรับกลยุทธ์ราคา:** แม้ว่าการปรับกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เอ็ม-150 ใหม่ที่ราคา 12 บาท จะส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและรายได้ในระยะสั้น แต่ฝ่ายจัดการคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของมูลค่าตลาดและกำไรในระยะยาว และเริ่มเห็นสัญญาณทรงตัวของส่วนแบ่งการตลาดในเดือนธันวาคม 2565
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **ประสิทธิภาพการผลิต:** บริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และอัตราการทำกำไรผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของยอดขาย:** กลยุทธ์การใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์โดยรวมที่รองรับผู้บริโภคทั้งสองระดับราคา และการฟื้นตัวของยอดขายในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2565 บ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2566
* **โครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้จะช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4’65 ฟื้นตัว 38.0% QoQ** อยู่ที่ 337 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและควบคุมค่าใช้จ่าย
* **รายได้จากการขาย Q4’65 เติบโต 4.1% QoQ** แต่ลดลง 7.5% YoY โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลและกลุ่มอื่นๆ เติบโตดี ชดเชยรายได้เครื่องดื่มในประเทศที่หดตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q4’65 อยู่ที่ 29.9%** ดีขึ้น 0.6% QoQ จากประสิทธิภาพการผลิต แต่ลดลง 4.6% YoY จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูง
* **ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเริ่มทรงตัว** และคาดฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566 หลังปรับกลยุทธ์ราคา M-150
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง** โดยเฉพาะแบรนด์เบบี้มายด์และทเวลฟ์พลัส
* **ปี 2566 ตั้งเป้าเติบโตรายได้และกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก** จากการฟื้นตัวของยอดขาย ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 OSP มีรายได้จากการขายรวม 27,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% YoY โดยการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ และกลุ่มอื่นๆ ช่วยชดเชยรายได้ที่หดตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 1,934 ล้านบาท ลดลง 40.6% YoY และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.1% ลดลง 5.1% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ปริมาณการขายและการผลิตที่ลดลงในช่วงปรับแผน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ในไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้จากการขายอยู่ที่ 6,432 ล้านบาท ลดลง 7.5% YoY แต่เติบโต 4.1% QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** การปรับกลยุทธ์ราคา M-150 และการเริ่มเห็นสัญญาณทรงตัวของส่วนแบ่งการตลาด บ่งชี้ถึงโอกาสในการฟื้นตัวของรายได้และส่วนแบ่งการตลาดในปี 2566
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล:** แบรนด์เบบี้มายด์และทเวลฟ์พลัสยังคงเติบโตได้ดีจากการออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและการฟื้นตัวของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะ CLMV มีการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโต
* **โครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรผ่านการบริหารต้นทุนและการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** บริษัทมีทีมงานที่พร้อมขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันด้านราคาในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** ผู้เล่นรายอื่นยังคงมีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านราคาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดและกำไร
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและค่าเงินที่อ่อนค่าอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในสกุลเงินจัต
* **หนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** การปรับกลยุทธ์ราคา M-150 จะสามารถผลักดันส่วนแบ่งการตลาดให้กลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **ผลกระทบของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** บริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างไร
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลและธุรกิจต่างประเทศ:** จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ความคืบหน้าของโครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้จะสามารถสร้างการประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่:** ผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถตอบรับความต้องการของผู้บริโภคและสร้างการเติบโตได้มากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ราคาผลิตภัณฑ์ M-150 เพื่อชดเชย
* **Volume:** ปริมาณการขายกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศได้รับผลกระทบจากการปรับกลยุทธ์ราคาและกิจกรรมส่งเสริมการขายของคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณการฟื้นตัวในเดือนท้ายปี
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่มีการปรับตัวดีขึ้น QoQ จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
* **ช่องทางขาย:** การฟื้นตัวของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ส่งผลดีต่อกลุ่ม Functional Drinks และกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับระดับสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** กลุ่มธุรกิจต่างประเทศเติบโตดี โดยเฉพาะ CLMV แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในสกุลเงินจัต
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 3.6% YoY เป็น 26,154 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 6.4% YoY เป็น 7,699 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 7.3% YoY เป็น 18,455 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.4 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและแข็งแกร่ง
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,142 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไป 824 ล้านบาท จากการลงทุนในคลังสินค้าใหม่ การปรับปรุงโรงงาน และการลงทุนในบริษัทร่วม
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ใช้ไป 2,724 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ OSP มีกำไรสุทธิฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปี 2565 มาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่าย แม้รายได้รวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลและธุรกิจต่างประเทศ โดยในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากการฟื้นตัวของยอดขาย ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งต้องจับตาดูความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|