OSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
OSP
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12692 out_tok=2774 at=2026-07-25T22:12:12 --> # OSP กำไร Q4 ฟื้นตัว 38% รับอานิสงส์ต้นทุนผลิตดีขึ้น-คุมค่าใช้จ่าย ## รายได้รวมหด 7.7% YoY แต่ Q4 ฟื้นตัว QoQ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากกลยุทธ์ราคาเครื่องดื่มบำรุงกำลัง-ต้นทุนวัตถุดิบ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้รายได้รวมจะลดลง 7.7% YoY เนื่องจากผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ OSP ในไตรมาส 4 ปี 2565 ฟื้นตัว 38.0% QoQ มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A)** แม้ว่ารายได้จากการขายโดยรวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น:** เอกสารระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน Q4’65 ปรับตัวดีขึ้น 0.6% QoQ จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสนี้ * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทสามารถควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดได้ดีขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 25.5% ใน Q4’65 เทียบกับ 21.5% ใน Q4’64 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิ * **การปรับกลยุทธ์ราคา:** แม้ว่าการปรับกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เอ็ม-150 ใหม่ที่ราคา 12 บาท จะส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและรายได้ในระยะสั้น แต่ฝ่ายจัดการคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของมูลค่าตลาดและกำไรในระยะยาว และเริ่มเห็นสัญญาณทรงตัวของส่วนแบ่งการตลาดในเดือนธันวาคม 2565 **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **ประสิทธิภาพการผลิต:** บริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และอัตราการทำกำไรผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง * **การฟื้นตัวของยอดขาย:** กลยุทธ์การใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์โดยรวมที่รองรับผู้บริโภคทั้งสองระดับราคา และการฟื้นตัวของยอดขายในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2565 บ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2566 * **โครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้จะช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q4’65 ฟื้นตัว 38.0% QoQ** อยู่ที่ 337 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและควบคุมค่าใช้จ่าย * **รายได้จากการขาย Q4’65 เติบโต 4.1% QoQ** แต่ลดลง 7.5% YoY โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลและกลุ่มอื่นๆ เติบโตดี ชดเชยรายได้เครื่องดื่มในประเทศที่หดตัว * **อัตรากำไรขั้นต้น Q4’65 อยู่ที่ 29.9%** ดีขึ้น 0.6% QoQ จากประสิทธิภาพการผลิต แต่ลดลง 4.6% YoY จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูง * **ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเริ่มทรงตัว** และคาดฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566 หลังปรับกลยุทธ์ราคา M-150 * **กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง** โดยเฉพาะแบรนด์เบบี้มายด์และทเวลฟ์พลัส * **ปี 2566 ตั้งเป้าเติบโตรายได้และกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก** จากการฟื้นตัวของยอดขาย ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 OSP มีรายได้จากการขายรวม 27,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% YoY โดยการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ และกลุ่มอื่นๆ ช่วยชดเชยรายได้ที่หดตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 1,934 ล้านบาท ลดลง 40.6% YoY และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.1% ลดลง 5.1% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ปริมาณการขายและการผลิตที่ลดลงในช่วงปรับแผน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้จากการขายอยู่ที่ 6,432 ล้านบาท ลดลง 7.5% YoY แต่เติบโต 4.1% QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** การปรับกลยุทธ์ราคา M-150 และการเริ่มเห็นสัญญาณทรงตัวของส่วนแบ่งการตลาด บ่งชี้ถึงโอกาสในการฟื้นตัวของรายได้และส่วนแบ่งการตลาดในปี 2566 * **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล:** แบรนด์เบบี้มายด์และทเวลฟ์พลัสยังคงเติบโตได้ดีจากการออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและการฟื้นตัวของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ * **การเติบโตในต่างประเทศ:** กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะ CLMV มีการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ * **ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโต * **โครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรผ่านการบริหารต้นทุนและการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง * **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** บริษัทมีทีมงานที่พร้อมขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **การแข่งขันด้านราคาในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** ผู้เล่นรายอื่นยังคงมีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านราคาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดและกำไร * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและค่าเงินที่อ่อนค่าอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในสกุลเงินจัต * **หนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง:** การปรับกลยุทธ์ราคา M-150 จะสามารถผลักดันส่วนแบ่งการตลาดให้กลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **ผลกระทบของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** บริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างไร * **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลและธุรกิจต่างประเทศ:** จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ความคืบหน้าของโครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้จะสามารถสร้างการประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่:** ผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถตอบรับความต้องการของผู้บริโภคและสร้างการเติบโตได้มากน้อยเพียงใด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ราคาผลิตภัณฑ์ M-150 เพื่อชดเชย * **Volume:** ปริมาณการขายกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศได้รับผลกระทบจากการปรับกลยุทธ์ราคาและกิจกรรมส่งเสริมการขายของคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณการฟื้นตัวในเดือนท้ายปี * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่มีการปรับตัวดีขึ้น QoQ จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น * **ช่องทางขาย:** การฟื้นตัวของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ส่งผลดีต่อกลุ่ม Functional Drinks และกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล * **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับระดับสต็อกในเอกสาร * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** กลุ่มธุรกิจต่างประเทศเติบโตดี โดยเฉพาะ CLMV แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในสกุลเงินจัต * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 3.6% YoY เป็น 26,154 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 6.4% YoY เป็น 7,699 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 7.3% YoY เป็น 18,455 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.4 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและแข็งแกร่ง * **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,142 ล้านบาท * **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไป 824 ล้านบาท จากการลงทุนในคลังสินค้าใหม่ การปรับปรุงโรงงาน และการลงทุนในบริษัทร่วม * **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ใช้ไป 2,724 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ทำให้ OSP มีกำไรสุทธิฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปี 2565 มาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่าย แม้รายได้รวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลและธุรกิจต่างประเทศ โดยในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากการฟื้นตัวของยอดขาย ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งต้องจับตาดูความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24 ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95 %
กำไรสุทธิ
691.83 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,381.24
-1.19%
6,458.41
-1.99%
6,589.77
+1.84%
6,470.52
-7.70%
7,010.54
+8.98%
6,432.89
-4.68%
กำไรขั้นต้น —
2,549.10
+2.78%
2,480.04
+6.63%
2,325.83
+20.59%
1,928.64
-20.04%
2,411.91
+3.09%
2,339.70
-0.55%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,732.20
-4.72%
1,817.93
+2.03%
1,781.74
+8.76%
1,638.24
+8.57%
1,508.94
+7.78%
1,400.00
-3.24%
กำไรสุทธิ —
691.83
+22.06%
566.78
+30.99%
432.69
+28.56%
336.56
-60.45%
850.89
+0.01%
850.79
+3.41%
กำไรต่อหุ้น —
0.23
+21.69%
0.19
+31.25%
0.14
+28.57%
0.11
-60.42%
0.28
0.28
+3.28%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
39.95
+4.04%
38.40
+8.81%
35.29
+18.38%
29.81
-13.34%
34.40
-5.42%
36.37
+4.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
27.15
-3.55%
28.15
+4.11%
27.04
+6.79%
25.32
+17.66%
21.52
-1.10%
21.76
+1.49%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.84
+23.46%
8.78
+33.64%
6.57
+26.35%
5.20
-57.17%
12.14
-8.24%
13.23
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-226.01
-129.20%
774.00
+1,074.57%
-79.42
-145.97%
172.77
-20.67%
217.78
+37.47%
158.42
+1,346.76%
ROE(%) —
22.66
+120.00%
10.30
-25.42%
13.81
+36.87%
10.09
-39.40%
16.65
-11.86%
18.89
+92.56%
ROA(%) —
18.08
+96.95%
9.18
-21.67%
11.72
+31.10%
8.94
-39.92%
14.88
-8.71%
16.30
+83.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
-28.81%
0.59
+22.92%
0.48
+14.29%
0.42
+16.67%
0.36
+5.88%
0.34
-43.33%
P/E —
13.66
-67.12%
41.54
+44.94%
28.66
-17.31%
34.66
+9.65%
31.61
+3.06%
30.67
-18.69%
P/BV —
2.98
-29.88%
4.25
+2.66%
4.14
-12.10%
4.71
-12.62%
5.39
-6.42%
5.76
-17.83%
BV —
5.39
+10.22%
4.89
-8.08%
5.32
-11.19%
5.99
-5.67%
6.35
+3.08%
6.16
+6.57%
YIELD(%) —
3.73
-52.96%
7.93
+93.89%
4.09
+5.14%
3.89
+21.18%
3.21
+13.83%
2.82
+65.88%
ราคาหุ้น —
16.10
-22.60%
20.80
-5.45%
22.00
-22.12%
28.25
-17.52%
34.25
-3.52%
35.50
-12.35%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
11,739.55
+4.89%
11,192.03
+19.36%
9,376.47
+12.96%
8,300.87
-5.96%
8,827.13
-3.84%
9,179.29
-1.70%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
12,844.76
-7.88%
13,942.83
-7.21%
15,025.51
-15.84%
17,852.92
-2.52%
18,314.47
+9.82%
16,676.20
+11.28%
รวมสินทรัพย์ —
24,584.30
-2.19%
25,134.86
+3.00%
24,401.98
-6.70%
26,153.78
-3.64%
27,141.61
+4.97%
25,855.48
+6.30%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
6,369.59
-22.26%
8,193.28
+19.58%
6,851.69
+12.98%
6,064.30
+9.67%
5,529.57
+21.33%
4,557.30
-13.29%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
884.18
-23.09%
1,149.60
+10.50%
1,040.40
-36.35%
1,634.51
-4.32%
1,708.24
-13.25%
1,969.10
+88.45%
รวมหนี้สิน —
7,253.77
-22.36%
9,342.87
+18.38%
7,892.09
+2.51%
7,698.81
+6.37%
7,237.81
+10.90%
6,526.41
+3.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
17,330.54
+9.74%
15,791.98
-4.35%
16,509.89
-10.54%
18,454.98
-7.28%
19,903.80
+2.97%
19,329.08
+7.25%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
22.66
10.30
13.81
10.09
16.65
18.89
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
18.08
9.18
11.72
8.94
14.88
16.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.84
1.37
1.37
1.37
1.60
2.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.14
0.78
0.73
0.74
0.98
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
58.11
53.32
0.00
0.00
43.77
50.88
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
75.20
78.77
0.00
0.00
49.30
39.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
72.65
55.77
0.00
0.00
66.67
98.38
วงจรเงินสด —
60.66
76.32
0.00
0.00
26.40
-7.81
D/E —
0.42
0.59
0.48
0.42
0.36
0.34
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-2,097.95
+6.65%
-1,967.07
+125.21%
-873.42
-72.09%
-3,129.04
+3.92%
-3,011.13
-198.25%
3,064.67
+332.05%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-1,549.66
-379.69%
554.07
-116.77%
-3,304.00
-497.67%
830.83
-224.28%
-668.49
+202.76%
-220.80
-89.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
3,240.42
+70.13%
1,904.71
+12.15%
1,698.40
+2.27%
1,660.78
-1.61%
1,687.88
-153.88%
-3,132.76
-4.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-162.60
+197.97%
-54.57
-97.80%
-2,479.03
+288.90%
-637.44
-68.00%
-1,991.75
+589.43%
-288.90
-60.95%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%
2,819.46
-37.16%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
3,320.90
+51.65%
2,189.79
+63.51%
1,339.24
+23.25%
1,086.59
-56.42%
2,493.14
-1.48%
2,530.56
-10.25%