บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=28644 out_tok=2625 at=2026-07-25T08:56:54 -->
OSP กำไรสุทธิ Q2/66 ฟื้นตัว QoQ รับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานลด
OSP Q2/66: รายได้-กำไรฟื้นตัว QoQ จากปริมาณขายเครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ GPM ขยายตัวต่อเนื่อง
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีรายได้จากการขาย 6,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% QoQ ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ โดยเฉพาะเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 34.0% จากการลดลงของราคาต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ประกอบกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ OSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของปริมาณการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ** โดยเฉพาะเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโต 2.5% QoQ ประกอบกับ **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างต่อเนื่อง** มาอยู่ที่ 34.0% เพิ่มขึ้น 0.6% QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตถึง 14.9% QoQ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของปริมาณการขายในประเทศเกิดจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัท ทั้งการปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคา การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการทำกิจกรรมทางการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น โครงการ M-150 Superstar และการร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Café Amazon และ Yanhee สำหรับกลุ่ม Functional Drinks ที่มีการเติบโตโดดเด่นจากผลิตภัณฑ์ C-Vitt, Calpis และเปปทีน
ส่วนการขยายตัวของ GPM มาจาก **การปรับตัวลดลงของราคาต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่เอื้อประโยชน์ ประกอบกับ **ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น** โดยเฉพาะโรงงานผลิตขวดแก้วที่ช่วยรักษาระดับกำลังการผลิตได้ แม้จะมีการปิดเตาหลอมตามแผน นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าโครงการ Fast Forward 10X เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการตลาดเพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคา ซึ่งจะช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มที่ยังคงรุนแรง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 14.9% QoQ** อยู่ที่ 549 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของรายได้และ GPM ที่ดีขึ้น
* **รายได้จากการขาย Q2/66 เพิ่มขึ้น 2.5% QoQ** แตะ 6,709 ล้านบาท จากปริมาณขายเครื่องดื่มในประเทศที่เติบโต
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวต่อเนื่อง** อยู่ที่ 34.0% เพิ่มขึ้น 0.6% QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลง และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
* **ส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังอยู่ที่ 47.5%** เพิ่มขึ้น 0.9% QoQ และกลุ่ม Functional Drinks อยู่ที่ 42.1% เพิ่มขึ้น 1.7% QoQ
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** ด้วย D/E ratio เพียง 0.06 เท่า พร้อมรองรับโอกาสการลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 OSP มีรายได้รวม 6,768 ล้านบาท ลดลง 6.8% YoY แต่เติบโต 1.8% QoQ โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 6,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% QoQ จากการฟื้นตัวของปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ ทั้งเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ส่วนผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลมีรายได้ 566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% QoQ ขณะที่กลุ่มอื่นๆ มีรายได้ลดลง 7.7% QoQ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,281 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY และ 4.3% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 34.0% เพิ่มขึ้น 2.8% YoY และ 0.6% QoQ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 549 ล้านบาท ลดลง 9.1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 14.9% QoQ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 (1H’66) บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 13,255 ล้านบาท ลดลง 9.6% YoY โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 1,327 ล้านบาท ลดลง 2.0% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มในประเทศ:** การคลายความกังวลเรื่องโควิด-19 และการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ส่งผลให้ปริมาณการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ฟื้นตัว
* **กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย:** การปรับกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดที่แบ่งเป็นสองราคา และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น เครื่องดื่ม "น้ำยันฮีแคลเซียม" จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** แม้จะมีความท้าทาย แต่การเติบโตของรายได้ในเมียนมาร์และลาวเป็นตัวเลขสองหลัก แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการบริหารจัดการในตลาดต่างประเทศ
* **โครงการ Fast Forward 10X:** โครงการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** บริษัทพร้อมเปิดรับโอกาสการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้ปัจจุบันต้นทุนจะลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในอนาคต ซึ่งอาจกระทบต่อ GPM
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในต่างประเทศ:** สถานการณ์ความท้าทายในเมียนมาร์และลาว อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในภูมิภาคดังกล่าว
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** เทรนด์สุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บางประเภท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขายเครื่องดื่มในประเทศ:** การเติบโตต่อเนื่องของเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพของโครงการ Fast Forward 10X และผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** ความสามารถในการรับมือกับความท้าทายและรักษาการเติบโตในเมียนมาร์และลาว
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** ผลตอบรับและการสร้างส่วนแบ่งการตลาดของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
* **การใช้จ่ายเพื่อการตลาด:** ผลลัพธ์ของแคมเปญการตลาด เช่น M-150 Superstar ต่อการรับรู้แบรนด์และยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม:** รายได้จากการขายเติบโต 4.0% QoQ แต่ลดลง 6.3% YoY โดยเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศฟื้นตัวจากกลยุทธ์ราคา 12 บาท และการขยายช่องทาง M-150 สูตรหอมน้ำผึ้ง 10 บาท Functional Drinks เติบโต 13.3% QoQ จาก C-Vitt, Calpis และเปปทีนที่ทำได้ดี โดยเฉพาะ Calpis ที่มีการตลาดต่อเนื่องและร่วมมือกับพันธมิตร เครื่องดื่มในต่างประเทศเติบโต 6.9% YoY จากเมียนมาร์และลาว
* **ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล:** รายได้ 566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% QoQ แต่ลดลง 3.6% YoY กลุ่มความงาม Twelve Plus เติบโตดีจากผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนตลาดต่างประเทศชะลอตัว
* **กลุ่มอื่นๆ:** รายได้ 656 ล้านบาท ลดลง 11.3% YoY และ 7.7% QoQ จากการลดลงของ OEM ขวดแก้ว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อยู่ที่ 34.0% เพิ่มขึ้น 2.8% YoY และ 0.6% QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลง และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 25,837 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากสิ้นปี 2565 หลักๆ จากการขายเงินลงทุนในบริษัท ยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย)
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 9,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลค้างจ่าย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 16,722 ล้านบาท ลดลง 9.4% จากสิ้นปี 2565 จากการจ่ายเงินปันผลพิเศษ
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,079 ล้านบาท และกิจกรรมลงทุน 3,060 ล้านบาท (จากการขายเงินลงทุน) ส่วนกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 2,413 ล้านบาท (จ่ายปันผล)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ในระดับต่ำที่ 0.06 เท่า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ OSP ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากปริมาณการขายเครื่องดื่มในประเทศที่เติบโต และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวต่อเนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอน บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ที่พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งต้องติดตามการดำเนินงานตามแผน Fast Forward 10X และการขยายตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|