บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
18.00
+0.50 (+2.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก รายได้ เติบโต 17.0%YoY และ เติบโต 2.0%QoQ จาก กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ รายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 75.7% YoY
ปัจจัยหลักเกิดจากเตาหลอมขวดแก้วกลับมาดําเนินการผลิตหลังจากซ่อมบํารุงครั้งใหญ่ตามแผน การขยายตัวของกําไรขั้นต้นจากการขายสินค้า ในเมียนมาร์ที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และสัดส่วนช่องทางการขายที่ดีขึ้น รวมถึงการประหยัดต้นทุนผ่านโครงการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11683 out_tok=3331 at=2026-07-25T23:15:39 -->
# OSP ทำสถิติรายได้สูงสุดปี 64 แม้เผชิญโควิด-19-ต้นทุนพุ่ง แต่ Q4 กำไรฟื้นตัวแรง
## รายได้รวมปี 2564 แตะ 2.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 4.6% YoY รับแรงหนุนเครื่องดื่มในประเทศฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 7.1% YoY จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าระวางที่สูงขึ้น แต่ Q4 ฟื้นตัวโดดเด่น
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ประกาศผลประกอบการปี 2564 ทำสถิติรายได้จากการขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 26,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 3,255 ล้านบาท ลดลง 7.1% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2564 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 851 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 46.7% QoQ จากทุกกลุ่มธุรกิจที่เติบโตได้ดีหลังการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ OSP ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้ที่ทำสถิติสูงสุด** โดยเฉพาะจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่ฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 4/2564 อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของปี 2564 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ด้านรายได้:** การเติบโตของรายได้มาจากความสามารถในการปรับตัวของบริษัทภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย โดยเฉพาะการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในช่วงปลายปี ส่งผลให้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในไตรมาส 4/2564 จากการเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์หลัก การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้ในต่างประเทศยังคงแข็งแกร่งที่ 18.4% YoY แม้จะเผชิญปัจจัยภายนอกที่ผันผวน
**ด้านกำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2564 ลดลง 0.8% YoY อยู่ที่ 34.5% เนื่องจากต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้นจากการปิดเตาหลอมขวดแก้วเพื่อซ่อมบำรุงตามแผน และปริมาณการผลิตที่ลดลงในช่วงที่มีผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิจำนวน 157 ล้านบาท ยังส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของปี 2564 ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2564 อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น 1.1% QoQ จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวของยอดขาย และการควบคุมค่าใช้จ่ายผ่านโครงการ Fit Fast Firm ประกอบกับการฟื้นตัวของอุปสงค์และกำลังซื้อในประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในด้านรายได้:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศ ประกอบกับแผนธุรกิจปี 2565 ที่มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก การผลักดันสินค้านวัตกรรม และการขยายตลาดใหม่ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา รวมถึงการเร่งสร้างการเติบโตในต่างประเทศ คาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่อง
**ความต่อเนื่องของแรงกดดันด้านต้นทุนยังต้องติดตาม:** แม้ว่าบริษัทจะมีโครงการ Fast Forward 10X เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน แต่ปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต จะเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรเทาผลกระทบดังกล่าว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 26,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YoY** โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 3,255 ล้านบาท ลดลง 7.1% YoY** จากผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยน
* **ไตรมาส 4/2564 กำไรสุทธิฟื้นตัวโดดเด่น 851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.7% QoQ** จากทุกกลุ่มธุรกิจที่เติบโตหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้นปี 2564 อยู่ที่ 34.5% ลดลง 0.8% YoY** จากต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้นและราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น แต่ Q4/2564 ปรับดีขึ้น 1.1% QoQ
* **ส่วนแบ่งการตลาดแข็งแกร่ง:** ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มขึ้น 0.1% YoY เป็น 54.6% และ Functional Drinks เพิ่มขึ้น 1.0% YoY เป็น 37.3%
* **แผนธุรกิจปี 2565 มุ่งเป้าเติบโตสองหลัก** พร้อมโครงการ Fast Forward 10X เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 27,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% YoY และรายได้จากการขาย 26,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศที่กลับมาเติบโต 2.9% YoY และการเติบโตของรายได้ในต่างประเทศ 18.4% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 3,255 ล้านบาท ลดลง 7.1% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิ 12.2% ลดลง 1.5% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของยอดขายและการกระจายสินค้าในช่วงล็อกดาวน์ในไตรมาส 3/2564 การปรับตัวขึ้นของต้นทุนการผลิตและอัตราค่าระวางขนส่งสินค้า รวมถึงผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ในส่วนของไตรมาส 4/2564 บริษัทมีรายได้จากการขาย 6,952 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% YoY และ 13.6% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.7% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565
* **การเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม:** ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drinks ยังมีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภค
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** กลยุทธ์การขายและกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศ รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในท้องถิ่น จะช่วยผลักดันการเติบโต
* **นวัตกรรมผลิตภัณฑ์:** การนำเสนอสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา
* **โครงการ Fast Forward 10X:** โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาวัตถุดิบ เช่น น้ำตาล ก๊าซธรรมชาติ และค่าระวางขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** การระบาดระลอกใหม่อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภค
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของสกุลเงินในตลาดต่างประเทศ เช่น สกุลเงินจัตในเมียนมาร์ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเมื่อแปลงเป็นเงินบาท
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง การรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดต้องอาศัยการลงทุนด้านการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
* **สถานการณ์ในเมียนมาร์:** ความไม่แน่นอนทางการเมืองและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเมียนมาร์ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในตลาดดังกล่าว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าระวางขนส่ง:** ติดตามทิศทางราคา commodity และค่าขนส่งทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X:** ประสิทธิภาพและความคืบหน้าของโครงการนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุน
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม Functional Drinks และผลิตภัณฑ์ใหม่:** จับตาการตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา
* **ผลประกอบการในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะการบริหารจัดการความเสี่ยงในเมียนมาร์ และการเติบโตในตลาดอื่นๆ
* **การปรับตัวต่อภาวะเงินเฟ้อ:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามลดต้นทุนผ่านการบริหารจัดการวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต
**Volume:** รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักใน Q4/2564 สะท้อนการฟื้นตัวของปริมาณการขาย ขณะที่ปริมาณการผลิตลดลงในช่วงที่มีผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลต่อต้นทุนคงที่ต่อหน่วย
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 0.8% YoY ในปี 2564 แต่ปรับตัวดีขึ้น 1.1% QoQ ใน Q4/2564 จากการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่าย
**ช่องทางขาย:** บริษัทเน้นการขยายการจัดจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุม และยอดขายผ่านช่องทาง E-commerce เติบโตมากกว่า 80% ในปี 2564
**สต็อก:** ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในปี 2564 เพื่อสำรองสินค้าเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นตัวของตลาดและลดผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินจัตในเมียนมาร์ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ขณะที่รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในต่างประเทศเติบโต 18.4% YoY
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 27,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการปรับปรุงและขยายโรงงานผลิตขวดแก้วและโรงงานผลิตเครื่องดื่ม หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 19,094 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากปีก่อน
บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 4,521 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,058 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 3,501 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.4 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
OSP สามารถสร้างสถิติรายได้สูงสุดใหม่ในปี 2564 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดเครื่องดื่มในประเทศในไตรมาส 4 ที่ส่งผลให้กำไรฟื้นตัวอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด แผนธุรกิจปี 2565 ที่มุ่งเน้นการเติบโตสองหลักและการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านโครงการ Fast Forward 10X จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OSP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
6,381.24
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
2,549.10
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.95
%
กำไรสุทธิ
691.83
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.84
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,381
↓ -1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,549
↑ + 2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
692
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
22.66
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
5.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,098
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,550
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,097.95
+6.65%
|
-1,967.07
+125.21%
|
-873.42
-72.09%
|
-3,129.04
+3.92%
|
-3,011.13
-198.25%
|
3,064.67
+332.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,549.66
-379.69%
|
554.07
-116.77%
|
-3,304.00
-497.67%
|
830.83
-224.28%
|
-668.49
+202.76%
|
-220.80
-89.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3,240.42
+70.13%
|
1,904.71
+12.15%
|
1,698.40
+2.27%
|
1,660.78
-1.61%
|
1,687.88
-153.88%
|
-3,132.76
-4.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-162.60
+197.97%
|
-54.57
-97.80%
|
-2,479.03
+288.90%
|
-637.44
-68.00%
|
-1,991.75
+589.43%
|
-288.90
-60.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|
2,819.46
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,320.90
+51.65%
|
2,189.79
+63.51%
|
1,339.24
+23.25%
|
1,086.59
-56.42%
|
2,493.14
-1.48%
|
2,530.56
-10.25%
|