บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
22.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25469 out_tok=2668 at=2026-07-25T21:16:28 -->
# MINT พลิกขาดทุนสุทธิ Q4/64 เป็นกำไร รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว
## รายได้-กำไรกลับมาเป็นบวกหลังโควิดระบาดหนัก ชี้การท่องเที่ยวฟื้นตัว-บริหารต้นทุนคุมได้
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,657 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 4,270 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมในทุกภูมิภาคตามการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาคึกคัก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโตถึง 89%
## Hero: หัวใจกำไร — การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการบริหารต้นทุน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MINT ในไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ** ซึ่งส่งผลให้ EBITDA จากการดำเนินงานพลิกจากติดลบ 51 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นบวก 8,670 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของกิจกรรมการท่องเที่ยวในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในยุโรป ไทย และมัลดีฟส์ ซึ่งเห็นได้จากรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและธุรกิจไลฟ์สไตล์ก็มีส่วนช่วยหนุน EBITDA ให้เติบโตแข็งแกร่งเช่นกัน ขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่อาจสูงขึ้น และทำให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปี 2565 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจ โดยได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลก การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม และการกลับมาเปิดประเทศของหลายๆ แห่ง รวมถึงการเปิดตัวโปรแกรม Discovery Loyalty Program ใหม่ของ Minor Hotels ที่จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้า นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การปรับราคาของ Minor Food ก็จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่ดีได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน:** MINT รายงานกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2564 ที่ 1,657 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 4,270 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมจากการดำเนินงานพุ่ง 89%:** รับอานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้นตัวในทุกภูมิภาค และการเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร
* **EBITDA จากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวก:** อยู่ที่ 8,670 ล้านบาท จากติดลบ 51 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวเด่น:** รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า โดยเฉพาะในยุโรป ไทย และมัลดีฟส์
* **Minor Food ยังคงกำไรต่อเนื่อง:** เป็นไตรมาสที่ 6 ที่ธุรกิจร้านอาหารสร้างผลกำไรได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2564 MINT มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 26,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมในทุกภูมิภาคจากการท่องเที่ยวที่สูงขึ้น และการดำเนินงานที่เติบโตของไมเนอร์ฟู้ด EBITDA จากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 8,670 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 51 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นกำไร 1,657 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 4,270 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 74,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของไมเนอร์ โฮเทลส์ และไมเนอร์ ฟู้ด EBITDA จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานลดลงมาอยู่ที่ 9,314 ล้านบาท จาก 19,389 ล้านบาทในปี 2563
หากพิจารณาตามงบการเงินรวม (รวมรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว) ไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 26,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% และพลิกกลับมามี EBITDA รวมเป็นบวก 3,345 ล้านบาท จากที่ติดลบ 1,413 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิรวม 1,557 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลขาดทุน 5,591 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของ MINT
* **การเติบโตของโปรแกรม Loyalty Program:** การเปิดตัว GHA Discovery 2.0 และการเข้าร่วมของ NH Hotel Group จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและส่งเสริมการจองตรง
* **การปรับปรุงช่องทางการขายของ Minor Food:** การพัฒนาแพลตฟอร์ม 1112Delivery และการเปิดตัวร้านอาหารรูปแบบใหม่ จะช่วยเพิ่มยอดขายและประสบการณ์ลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** มาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** โครงการ Anantara Ubud ในอินโดนีเซียที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2565 จะช่วยเสริมรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่:** แม้จะมีการรับมือที่ดีขึ้น แต่การระบาดอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **ข้อจำกัดในการเดินทางในบางประเทศ:** แม้จะผ่อนคลายลง แต่บางประเทศอาจยังคงมีข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการ:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโรงแรม:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและอัตราการเข้าพักในแต่ละภูมิภาค
* **ผลประกอบการของ Minor Food:** การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และการตอบรับของแบรนด์ใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่อง:** การลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และการรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน
* **การปรับตัวต่อสถานการณ์ COVID-19:** การรับมือกับการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของแต่ละประเทศ
* **การดำเนินงานของธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิต:** การฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มแฟชั่นและเครื่องใช้ในบ้าน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจร้านอาหาร:** ยอดขายโดยรวมทุกสาขา (Total-System-Sales) เติบโต 6.0% ในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยได้แรงหนุนจากจีนและไทย แม้ว่ายอดขายต่อร้านเดิมจะลดลงเล็กน้อย 1.7% จากสภาพแวดล้อมที่ท้าทายในจีนและออสเตรเลีย รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 3% แต่ EBITDA ลดลง 7% เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นในจีนและผลขาดทุนจาก BreadTalk ในไทย อย่างไรก็ตาม EBITDA Margin ยังคงสูงที่ 23.3%
**ธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ:** รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 172% ในไตรมาส 4 ปี 2564 จากการฟื้นตัวของการดำเนินงานในทุกหน่วยธุรกิจ โดยเฉพาะโรงแรมที่ลงทุนเองและเช่าบริหาร (RevPar เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า) และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ EBITDA จากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 7,154 ล้านบาท จากติดลบ 1,467 ล้านบาทในปีก่อน EBITDA Margin พุ่งสูงถึง 36.3%
**ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิต:** รายได้ลดลง 10% ในไตรมาส 4 ปี 2564 แต่ EBITDA กลับมาเป็นบวกที่ 120 ล้านบาท จากที่ติดลบ 89 ล้านบาทในปีก่อน เป็นผลจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 369,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,306 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 290,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,138 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3,169 ล้านบาท เป็น 79,492 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 13,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมการลงทุนอยู่ที่ 9,210 ล้านบาท ส่วนกระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 23,711 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิลดลง 1,475 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.79 เท่า เป็น 1.68 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยปรับตัวดีขึ้นจาก 0.3 เท่า เป็น 2.0 เท่า
## สรุปท้าย
MINT แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4 ปี 2564 ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงาน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรมและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินรวมจากการรับรู้รายการพิเศษ แต่แนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก ประกอบกับกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัท ทำให้ MINT มีโอกาสที่จะเติบโตต่อเนื่องในปี 2565 โดยต้องจับตาการบริหารจัดการหนี้สินและผลกระทบจากต้นทุนที่อาจสูงขึ้นต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MINT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
43,865.75
ล้านบาท
↑ 5.4% YoY
กำไรขั้นต้น
20,450.75
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
46.62
%
กำไรสุทธิ
2,953.49
ล้านบาท
↓ 18.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.73
%
D/E Ratio
2.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,866
↑ + 5.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,451
↑ + 1.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,953
↓ -18.7%
YoY
D/E Ratio
2.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MINT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.68
ROE (%)
10.17
ROA (%)
6.50
Book Value/หุ้น
16.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MINT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-10,993
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,562
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MINT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-10,992.60
+89.20%
|
-5,809.97
-55.79%
|
-13,142.08
-183.45%
|
15,748.19
+267.11%
|
4,289.73
-271.61%
|
-2,499.68
-157.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,562.01
-191.66%
|
2,795.17
-18.59%
|
3,433.27
-25.41%
|
4,603.01
-1,575.32%
|
-312.00
-97.04%
|
-10,531.24
+201.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,772.84
+23.59%
|
7,098.14
+8.70%
|
6,529.90
-139.61%
|
-16,484.73
-14,087.89%
|
117.85
-99.53%
|
24,949.29
-3,889.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4,781.78
-217.11%
|
4,083.31
-228.45%
|
-3,178.90
-182.22%
|
3,866.46
-5.59%
|
4,095.57
-65.64%
|
11,918.37
+6,342.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
13,212.07
-7.35%
|
14,259.80
-37.91%
|
22,966.14
-8.49%
|
25,096.34
-4.09%
|
26,166.15
+96.28%
|
13,330.82
+4.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,578.41
-27.50%
|
13,212.07
-7.35%
|
14,259.80
-37.91%
|
22,966.14
-8.49%
|
25,096.34
-4.09%
|
26,166.15
+96.28%
|