MINT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MINT
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
22.30
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20623 out_tok=3434 at=2026-07-25T21:27:04 --> MINT Q1/2565: รายได้-กำไรฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์เปิดเมือง-ท่องเที่ยวคึกคัก ธุรกิจบริการฟื้นตัวชัดเจน หนุนรายได้-กำไร MINT พลิกขาดทุนน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ MINT (บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกฟื้นอย่างโดดเด่น โดยรายได้จากการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้น 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 20,701 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตกว่า 5 เท่าตัว มาอยู่ที่ 2,737 ล้านบาท แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานที่ 3,582 ล้านบาท แต่ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 31% จากปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MINT ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร** ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก ส่งผลให้กิจกรรมการเดินทางและการบริโภคกลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้ว่าภาพรวมบริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ EBITDA จากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นบวกและเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการดำเนินงานที่กลับมาสร้างกระแสเงินสดได้ดีขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจโรงแรม (Minor Hotels):** การผ่อนคลายข้อจำกัดในการเดินทางทั่วโลกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ของกลุ่มโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและเช่าบริหารเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในยุโรปและลาตินอเมริกาที่ RevPar เติบโตเกือบ 4 เท่า ขณะที่มัลดีฟส์ยังคงผลประกอบการแข็งแกร่งต่อเนื่อง และประเทศไทยฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาห้องพักเฉลี่ยและการกลับมาเปิดให้บริการโรงแรมที่เคยปิดไปก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้ * **ธุรกิจร้านอาหาร (Minor Food):** ยอดขายโดยรวมทุกสาขา (Total-System-Sales) เติบโตร้อยละ 11.5 โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เติบโตถึงร้อยละ 19.8 จากการฟื้นตัวของจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหลังยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ รวมถึงการขยายสาขาและการกลับมาเปิดให้บริการร้านที่เคยปิดไป แบรนด์ต่างๆ เช่น เบอร์เกอร์คิง, ซิซซ์เล่อร์, และสเวนเซ่นส์ แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี แม้ว่าธุรกิจในจีนและออสเตรเลียจะยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคและสถานการณ์เฉพาะถิ่น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เหลือของปี 2565 จากมาตรการเข้าประเทศที่เสถียรขึ้น และการกลับมาของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ รวมถึงนักเดินทางเพื่อธุรกิจ นอกจากนี้ การผ่อนคลายข้อจำกัดในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ไทย และยุโรป จะเป็นแรงหนุนสำคัญ ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร บริษัทมุ่งเน้นการขับเคลื่อนรายได้ผ่านทุกช่องทางและการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร รวมถึงการฟื้นฟูภาพลักษณ์แบรนด์หลักต่างๆ และการขยายสาขาในรูปแบบที่เหมาะสมกับตลาด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมจากการดำเนินงาน** เติบโต 66% YoY เป็น 20,701 ล้านบาท * **EBITDA จากการดำเนินงาน** พลิกเป็นบวกที่ 2,737 ล้านบาท จาก 521 ล้านบาทในปีก่อน * **ผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงาน** ลดลง 31% YoY เป็น 3,582 ล้านบาท * **ธุรกิจโรงแรม** ฟื้นตัวโดดเด่น รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ของกลุ่มโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและเช่าบริหารเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า YoY * **ธุรกิจร้านอาหาร** ยอดขายโดยรวมทุกสาขา (TSS) เติบโต 11.5% YoY โดยเฉพาะในไทยที่เติบโต 19.8% YoY ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่แสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 20,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายภูมิภาคหลัก ส่งผลให้กิจกรรมการเดินทางและจำนวนลูกค้าในร้านอาหารเพิ่มสูงขึ้น EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตกว่า 5 เท่าตัว มาอยู่ที่ 2,737 ล้านบาท จาก 521 ล้านบาทในปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่สูงขึ้นและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น แม้ว่าบริษัทจะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,582 ล้านบาท แต่ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและผลกำไรที่พลิกกลับมาเป็นบวกของธุรกิจไลฟ์สไตล์ หากพิจารณาตามงบการเงินรวม โดยรวมรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว บริษัทมีรายได้รวม 20,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% และ EBITDA พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 2,605 ล้านบาท จากที่ติดลบ 1,515 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิรวมอยู่ที่ 3,794 ล้านบาท ลดลง 48% จาก 7,250 ล้านบาทในปีก่อน สัดส่วนรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจากธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ 66%, ธุรกิจร้านอาหาร 31%, และธุรกิจจัดจำหน่าย 3% โดยสัดส่วน EBITDA จากการดำเนินงานมาจากธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ 53%, ธุรกิจร้านอาหาร 43%, และธุรกิจจัดจำหน่าย 4% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก:** การผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางและการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้อง * **การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารในไทย:** การยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ หนุนการบริโภคภายในประเทศ และการปรับกลยุทธ์ของแบรนด์ต่างๆ เช่น สเวนเซ่นส์ และการขยายสาขาในรูปแบบที่เหมาะสม * **การกลับมาของนักเดินทางเพื่อธุรกิจ:** สัญญาณเชิงบวกของการฟื้นตัวของนักเดินทางเพื่อธุรกิจจะช่วยหนุนการเข้าพักโรงแรม * **การขยายแบรนด์และสาขา:** การปรับปรุงภาพลักษณ์แบรนด์และการขยายสาขาในรูปแบบใหม่ๆ ของธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและโครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา * **การยกระดับดิจิทัล:** การลงทุนในเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่แน่นอน:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ หรือการกลับมาใช้มาตรการเข้มงวดในบางพื้นที่ยังคงเป็นความเสี่ยง * **ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก:** ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การปรับมูลค่าเงินกู้ของโรงแรมในศรีลังกาท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน * **การแข่งขันในธุรกิจบริการ:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหาร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะในตลาดหลัก เช่น ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย * **ผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศจีน:** การผ่อนคลายมาตรการและแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในจีน * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในธุรกิจร้านอาหาร * **ความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่ประกาศและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง * **การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่อง:** การติดตามการรีไฟแนนซ์และการเสริมสร้างฐานะทางการเงิน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) * **ธุรกิจร้านอาหาร:** ยอดขายต่อร้านเดิม (Same-Store-Sales Growth) เติบโต 4.2% โดยได้รับแรงหนุนจากประเทศไทยที่เติบโต 12.4% จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นและการกลับมานั่งรับประทานในร้านได้ตามปกติ แบรนด์ต่างๆ เช่น เบอร์เกอร์คิง, ซิซซ์เล่อร์, และสเวนเซ่นส์ แสดงผลการดำเนินงานที่ดี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในจีนและออสเตรเลียยังคงเผชิญความท้าทายจากมาตรการควบคุมโควิด-19 และสถานการณ์เฉพาะถิ่น รายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารเติบโต 25% YoY โดยหากไม่รวมผลกระทบจากการปรับโครงสร้างธุรกิจจะเติบโต 19% EBITDA Margin อยู่ที่ 18.2% ลดลงจาก 21.1% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและส่วนลดที่ให้กับลูกค้า * **ธุรกิจโรงแรม:** RevPar ของกลุ่มโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและเช่าบริหารเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า YoY โดยโรงแรมในยุโรปและลาตินอเมริกามี RevPar เติบโตเกือบ 4 เท่า ขณะที่มัลดีฟส์เติบโต 78% และไทยเติบโต 147% จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 43% เพิ่มขึ้นจาก 21% ในปีก่อน รายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 164% YoY และ EBITDA พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1,460 ล้านบาท จากที่ติดลบ 602 ล้านบาทในปีก่อน EBITDA Margin อยู่ที่ 10.6% * **ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิต:** รายได้จากการดำเนินงานลดลง 27% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยย้ายธุรกิจรับจ้างผลิตไปอยู่ภายใต้ไมเนอร์ฟู้ด หากไม่รวมผลกระทบนี้ รายได้จะเติบโต 14% YoY โดยธุรกิจแฟชั่นเติบโตจากการเติบโตของแบรนด์ต่างๆ เช่น ชาร์ล แอนด์คีธ และธุรกิจเครื่องใช้ในบ้านเติบโตจากการตลาดที่ประสบความสำเร็จ EBITDA เติบโตกว่า 2 เท่า เป็น 117 ล้านบาท และ EBITDA Margin ปรับดีขึ้นเป็น 21.3% ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 363,431 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดจากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้บางส่วน หนี้สินรวมอยู่ที่ 287,768 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินภายใต้สัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3,829 ล้านบาท เป็น 75,663 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 3,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากการดำเนินงานที่ฟื้นตัว บริษัทมีกระแสเงินสดใช้ในกิจกรรมการลงทุน 4,387 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเงินฝากล่วงหน้าสำหรับการประมูลคอร์บิน แอนด์คิง กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 6,628 ล้านบาท จากการชำระคืนหนี้สินและดอกเบี้ยจ่ายต่างๆ โดยรวมแล้ว เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิของบริษัทลดลง 7,106 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.5% เป็น 31.0% จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นยังคงเป็นลบที่ -18.5% แต่ดีขึ้นจากปีก่อน ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงเหลือ 62 วัน อายุเฉลี่ยของสินค้าคงเหลือลดลงเหลือ 33 วัน อัตราส่วนหนี้สินส่วนที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.74 เท่า แต่ยังต่ำกว่าเงื่อนไขของพันธสัญญาหนี้ที่ 1.75 เท่า โดยได้รับการยกเว้นไปจนถึงสิ้นปี 2565 อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.9 เท่า ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MINT ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้รายได้และ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน แนวโน้มในอนาคตยังคงสดใส โดยคาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนธุรกิจโรงแรม ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารก็มุ่งมั่นในการเพิ่มรายได้และประสิทธิภาพการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ต้นทุนที่สูงขึ้น และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและสภาพคล่องต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MINT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
43,865.75 ล้านบาท
↑ 5.4% YoY
กำไรขั้นต้น
20,450.75 ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
46.62 %
กำไรสุทธิ
2,953.49 ล้านบาท
↓ 18.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.73 %
D/E Ratio
2.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,866
↑ + 5.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,451
↑ + 1.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,953
↓ -18.7% YoY
D/E Ratio
2.68

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MINT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
43,865.75
+5.37%
41,628.30
+3.06%
40,390.74
+12.10%
36,031.31
+33.81%
26,927.58
+92.01%
14,024.36
-59.30%
กำไรขั้นต้น
20,450.75
+1.91%
20,068.21
+20.10%
16,710.25
+4.46%
15,997.38
+54.52%
10,353.12
+700.76%
1,292.90
-91.13%
ค่าใช้จ่ายรวม
14,329.40
+9.80%
13,050.80
+16.39%
11,212.76
-4.87%
11,786.85
-16.16%
14,058.20
+121.08%
6,358.85
-49.19%
กำไรสุทธิ
2,953.49
-18.67%
3,631.53
+269.03%
984.07
-48.50%
1,910.67
+222.69%
-1,557.32
+72.15%
-5,590.94
-248.36%
กำไรต่อหุ้น
0.52
-18.59%
0.64
+267.82%
0.17
-48.37%
0.34
+222.55%
-0.28
+72.11%
-0.99
-248.27%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
46.62
-3.30%
48.21
+16.53%
41.37
-6.82%
44.40
+15.47%
38.45
+317.03%
9.22
-78.20%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
32.67
+4.21%
31.35
+12.93%
27.76
-15.13%
32.71
-37.35%
52.21
+15.15%
45.34
+24.83%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
6.73
-22.82%
8.72
+257.38%
2.44
-53.96%
5.30
+191.70%
-5.78
+85.50%
-39.87
-464.44%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1,792.79
-196.27%
1,862.21
+207.78%
-1,727.86
+36.30%
-2,712.41
-24.40%
-2,180.38
-490.04%
559.01
+32.61%
ROE(%)
10.17
+7.96%
9.42
+28.69%
7.32
+18.83%
6.16
+131.57%
-19.51
+35.10%
-30.06
-419.11%
ROA(%)
6.50
-0.15%
6.51
+12.05%
5.81
+32.65%
4.38
+281.74%
-2.41
+58.01%
-5.74
-188.17%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.68
+7.20%
2.50
-19.61%
3.11
-6.89%
3.34
-8.49%
3.65
-2.67%
3.75
+50.00%
P/E
14.20
-50.85%
28.89
+10.86%
26.06
-87.46%
207.87
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
1.59
-15.43%
1.88
-12.15%
2.14
-8.94%
2.35
-15.47%
2.78
+51.91%
1.83
-20.09%
BV
15.28
+10.25%
13.86
+0.43%
13.80
+0.66%
13.71
+32.08%
10.38
-26.33%
14.09
-10.43%
YIELD(%)
2.47
+13.30%
2.18
+169.14%
0.81
-74.37%
3.16
0.00
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
24.30
-6.54%
26.00
-11.86%
29.50
-8.53%
32.25
+12.17%
28.75
+11.65%
25.75
-28.47%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.68
ROE (%)
10.17
ROA (%)
6.50
Book Value/หุ้น
16.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MINT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
37,993.20
-7.98%
41,287.58
-3.03%
42,575.71
-15.35%
50,296.15
+1.79%
48,826.74
-6.22%
52,064.47
+34.89%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
319,336.47
+4.51%
305,557.35
-3.49%
316,620.22
+2.83%
307,913.62
-3.84%
320,806.15
+3.40%
310,262.05
+43.92%
รวมสินทรัพย์
357,329.67
+3.02%
346,844.93
-3.44%
359,195.92
+0.28%
358,209.76
-3.09%
369,632.89
+2.02%
362,326.52
+42.55%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
62,507.57
+1.21%
61,762.35
-6.98%
66,395.28
-1.72%
67,554.02
+16.36%
58,058.26
+40.79%
41,238.00
+15.86%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
197,836.44
+6.39%
185,945.75
-9.52%
205,506.08
-1.22%
208,046.77
-10.36%
232,082.19
-5.18%
244,764.61
+84.42%
รวมหนี้สิน
260,344.01
+5.10%
247,708.10
-8.90%
271,901.37
-1.34%
275,600.79
-5.01%
290,140.46
+1.45%
286,002.61
+69.92%
รวมส่วนของเจ้าของ
96,985.66
-2.17%
99,136.83
+13.57%
87,294.56
+5.67%
82,608.97
+3.92%
79,492.43
+4.15%
76,323.90
-11.11%
D/E
2.68
2.50
3.11
3.34
3.65
3.75
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.17
9.42
7.32
6.16
-19.51
-30.06
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
6.50
6.51
5.81
4.38
-2.41
-5.74
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.61
0.67
0.64
0.74
0.84
1.26
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.41
0.44
0.49
0.59
0.68
0.93
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
33.95
36.71
0.00
0.00
70.72
90.80
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
25.67
23.43
0.00
0.00
41.18
43.28
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
100.78
99.33
0.00
0.00
129.72
136.51
วงจรเงินสด
-41.15
-39.19
0.00
0.00
-17.83
-2.43
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-10,993
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,562
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MINT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-10,992.60
+89.20%
-5,809.97
-55.79%
-13,142.08
-183.45%
15,748.19
+267.11%
4,289.73
-271.61%
-2,499.68
-157.67%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-2,562.01
-191.66%
2,795.17
-18.59%
3,433.27
-25.41%
4,603.01
-1,575.32%
-312.00
-97.04%
-10,531.24
+201.63%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
8,772.84
+23.59%
7,098.14
+8.70%
6,529.90
-139.61%
-16,484.73
-14,087.89%
117.85
-99.53%
24,949.29
-3,889.67%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-4,781.78
-217.11%
4,083.31
-228.45%
-3,178.90
-182.22%
3,866.46
-5.59%
4,095.57
-65.64%
11,918.37
+6,342.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
13,212.07
-7.35%
14,259.80
-37.91%
22,966.14
-8.49%
25,096.34
-4.09%
26,166.15
+96.28%
13,330.82
+4.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
9,578.41
-27.50%
13,212.07
-7.35%
14,259.80
-37.91%
22,966.14
-8.49%
25,096.34
-4.09%
26,166.15
+96.28%