บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
22.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22340 out_tok=2499 at=2026-07-25T21:37:34 -->
# MINT พลิกกำไร Q3/65 ทะยาน 4.6 พันล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง
## รายได้-กำไรโตเด่นกว่าช่วงก่อนโควิด ฝ่ายจัดการชี้โรงแรมยุโรป-ลาตินอเมริกาทำสถิติสูงสุดใหม่
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,608 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 436 ล้านบาท โดยผลประกอบการในภาพรวมทั้งรายได้และกำไร EBITDA สูงกว่าระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในยุโรปและลาตินอเมริกาที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MINT ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและลาตินอเมริกา ซึ่งสามารถทำกำไรได้สูงกว่าระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมตามงบการเงินพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 4,608 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 436 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเติบโต 71% มาอยู่ที่ 35,325 ล้านบาท และ EBITDA รวมเติบโต 104% มาอยู่ที่ 12,763 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเกิดจากความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับความสามารถของ MINT ในการผลักดันราคาค่าห้องพักให้สูงขึ้น แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในยุโรปและลาตินอเมริกาที่สามารถทำกำไรได้สูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 ถึง 21% ในสกุลเงินยูโร และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 74% ในเดือนกันยายน 2565 นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารก็มีการเติบโตที่ดีจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าและการเปิดสาขาใหม่ รวมถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่พลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์แนวโน้มเชิงบวกอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในยุโรปที่คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากทวีปอเมริกาเหนือและเอเชีย รวมถึงการจัดการประชุมและงานสัมมนาขนาดใหญ่ ขณะที่ออสเตรเลียคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจะช่วยผลักดันผลการดำเนินงานต่อไป สำหรับประเทศไทยคาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับสู่ระดับก่อนการระบาดภายในปี 2566 ส่วนธุรกิจร้านอาหารจะยังคงมุ่งสร้างรายได้ผ่านทุกช่องทางและเสริมสร้างโครงสร้างต้นทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 4,608 ล้านบาท:** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 436 ล้านบาท
* **รายได้รวม 35,325 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 71% YoY
* **EBITDA รวม 12,763 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 104% YoY
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** โดยเฉพาะในยุโรปและลาตินอเมริกา ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
* **ธุรกิจร้านอาหารเติบโต:** ยอดขายต่อร้านเดิม (Same-Store-Sales Growth) เพิ่มขึ้น 16.6%
* **ธุรกิจไลฟ์สไตล์พลิกมีกำไร:** EBITDA จากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวกที่ 138 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวมจากการรายงานตามงบการเงินอยู่ที่ 35,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิรวม 4,608 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุน 436 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 88,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% และมีกำไรสุทธิรวม 2,376 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 11,609 ล้านบาทในปีก่อน
หากพิจารณาจากการดำเนินงาน (ไม่รวมรายการพิเศษ) รายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 34,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 2,011 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2,366 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 87,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% และมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานลดลงเหลือ 360 ล้านบาท จากขาดทุน 10,971 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก:** ความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **การเติบโตของธุรกิจโรงแรมในยุโรปและลาตินอเมริกา:** ศักยภาพในการผลักดันราคาค่าห้องพักและอัตราการเข้าพักให้สูงขึ้น
* **การขยายสาขาและการปรับปรุงร้านอาหาร:** โดยเฉพาะในประเทศไทยและออสเตรเลีย
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล:** เช่น อเมริกาเหนือและเอเชีย สู่ยุโรปและออสเตรเลีย
* **การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน:** การทำสัญญาตรึงราคาพลังงานในยุโรปช่วยลดผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของนักท่องเที่ยวจากจีน:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย
* **แรงกดดันด้านต้นทุน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ต้นทุนบางส่วนยังคงเป็นความท้าทาย
* **ความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหาร:** โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจองห้องพักล่วงหน้า:** เพื่อประเมินทิศทางของธุรกิจโรงแรมในไตรมาสถัดไป
* **ผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว:** ของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในออสเตรเลียและไทย
* **การปรับตัวของธุรกิจร้านอาหารในจีน:** ต่อสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการต้นทุน
* **การดำเนินกลยุทธ์การขึ้นราคาค่าห้องพัก:** ของกลุ่มโรงแรมในแต่ละภูมิภาค
* **การบริหารจัดการต้นทุนแรงงานและค่าเช่า:** โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:** รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ของกลุ่มโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและเช่าบริหาร เติบโต 95% YoY โดยสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 ถึง 25% ในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยเฉพาะในยุโรปและลาตินอเมริกาที่ RevPar เติบโต 2 เท่า และสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 ถึง 21% ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 74% และราคาห้องพักเฉลี่ยเกือบ 150 ยูโรต่อคืนในเดือนกันยายน 2565 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของ NH Hotel Group สำหรับประเทศไทย RevPar เติบโตเกือบ 5 เท่า YoY หลังการยกเลิกข้อจำกัดการเดินทาง และราคาห้องพักเฉลี่ยกลับมาสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 9%
**ธุรกิจร้านอาหาร:** ยอดขายโดยรวมทุกสาขา (Total-System-Sales) เติบโต 41.3% YoY โดยยอดขายต่อร้านเดิม (Same-Store-Sales Growth) เพิ่มขึ้น 16.6% จากการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศไทยและออสเตรเลีย แม้จีนจะมียอดขายต่อร้านเดิมลดลง 10.5% แต่ยอดขายรวมทุกสาขายังใกล้เคียงปีก่อนจากการขยายสาขา EBITDA จากการดำเนินงานของ Minor Food เติบโต 37% YoY อยู่ที่ 1,556 ล้านบาท แต่ EBITDA Margin ลดลงเล็กน้อยเป็น 21.0% จาก 23.6%
**ธุรกิจไลฟ์สไตล์:** พลิกกลับมามี EBITDA จากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 138 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 27 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานเติบโต 25% YoY แม้จะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจภายใน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 370,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 หนี้สินรวมลดลงมาอยู่ที่ 286,183 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 84,083 ล้านบาท จากกำไรสุทธิและการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2565 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 22,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กระแสเงินสดอิสระ (Free cash flow) เป็นบวก 5.8 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 1.51 เท่า
## สรุปท้าย
MINT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 สุดแข็งแกร่ง พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,608 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในยุโรปและลาตินอเมริกาที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่พลิกกลับมามีกำไร แม้จะยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและแผนธุรกิจที่ชัดเจน ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งต่อไปในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MINT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
43,865.75
ล้านบาท
↑ 5.4% YoY
กำไรขั้นต้น
20,450.75
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
46.62
%
กำไรสุทธิ
2,953.49
ล้านบาท
↓ 18.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.73
%
D/E Ratio
2.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,866
↑ + 5.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,451
↑ + 1.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,953
↓ -18.7%
YoY
D/E Ratio
2.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MINT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.68
ROE (%)
10.17
ROA (%)
6.50
Book Value/หุ้น
16.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MINT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-10,993
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,562
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MINT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-10,992.60
+89.20%
|
-5,809.97
-55.79%
|
-13,142.08
-183.45%
|
15,748.19
+267.11%
|
4,289.73
-271.61%
|
-2,499.68
-157.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,562.01
-191.66%
|
2,795.17
-18.59%
|
3,433.27
-25.41%
|
4,603.01
-1,575.32%
|
-312.00
-97.04%
|
-10,531.24
+201.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,772.84
+23.59%
|
7,098.14
+8.70%
|
6,529.90
-139.61%
|
-16,484.73
-14,087.89%
|
117.85
-99.53%
|
24,949.29
-3,889.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4,781.78
-217.11%
|
4,083.31
-228.45%
|
-3,178.90
-182.22%
|
3,866.46
-5.59%
|
4,095.57
-65.64%
|
11,918.37
+6,342.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
13,212.07
-7.35%
|
14,259.80
-37.91%
|
22,966.14
-8.49%
|
25,096.34
-4.09%
|
26,166.15
+96.28%
|
13,330.82
+4.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,578.41
-27.50%
|
13,212.07
-7.35%
|
14,259.80
-37.91%
|
22,966.14
-8.49%
|
25,096.34
-4.09%
|
26,166.15
+96.28%
|