บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
22.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22658 out_tok=3216 at=2026-07-25T21:34:51 -->
# MINT Q3/2564 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 92% รับอานิสงส์โรงแรมยุโรปฟื้นตัวแกร่ง
## รายได้รวมโต 39% สู่ 2.07 หมื่นล้านบาท EBITDA พุ่ง 850% รับมาตรการลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวมตามงบการเงิน 20,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและมัลดีฟส์ ขณะที่ EBITDA รวมพุ่งสูงถึง 6,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 850% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 92% มาอยู่ที่ 436 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MINT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและมัลดีฟส์** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมตามงบการเงินเติบโตถึง 39% YoY และ EBITDA รวมพุ่งสูงถึง 850% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการกลับมาเปิดให้บริการโรงแรมและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าธุรกิจร้านอาหารและไลฟ์สไตล์จะยังคงเผชิญความท้าทายในบางพื้นที่ โดยเฉพาะประเทศไทย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเกิดจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **การกระจายวัคซีนที่ประสบความสำเร็จในทวีปยุโรป** ทำให้หลายประเทศสามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และกลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ส่งผลให้โรงแรมในยุโรปมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงขึ้นกว่า 50% ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 นอกจากนี้ **ตลาดมัลดีฟส์ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง** โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 จากอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่สูงขึ้น ประกอบกับการที่ประเทศมัลดีฟส์ไม่มีมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยว ทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทาง ในขณะเดียวกัน MINT ยังคงดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเสริมการฟื้นตัวของ EBITDA Margin ให้สูงขึ้นจาก 4.4% ใน Q3/2563 เป็น 30.2% ใน Q3/2564 (ตามงบการเงิน)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้นจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในหลายภูมิภาคจากการกระจายวัคซีนทั่วโลก และการเปลี่ยนนโยบายจาก "Zero-COVID" สู่ "อยู่ร่วมกับโรค" ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2565 จากการกลับมาจัดงานอีเวนต์ การประชุม และนิทรรศการต่างๆ รวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดทางการเดินทางในออสเตรเลียและไทยที่เริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการของแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมตามงบการเงิน Q3/2564 อยู่ที่ 20,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY** จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก
* **EBITDA รวมตามงบการเงิน Q3/2564 พุ่ง 850% YoY สู่ 6,256 ล้านบาท** จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและมาตรการลดค่าใช้จ่าย
* **ผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงิน Q3/2564 ลดลง 92% YoY เหลือ 436 ล้านบาท**
* **ธุรกิจโรงแรมในยุโรปและมัลดีฟส์ฟื้นตัวโดดเด่น** โดย RevPar (รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน) ของโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและเช่าบริหารในยุโรปและลาตินอเมริกาเพิ่มขึ้น 102% YoY
* **ธุรกิจร้านอาหารเผชิญความท้าทาย** ยอดขายโดยรวมทุกสาขา (Total-System-Sales) ลดลง 7.5% YoY โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิตลดลง 48% YoY** จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 MINT มีรายได้จากการดำเนินงาน 19,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในยุโรปและมัลดีฟส์ แม้ว่าธุรกิจไมเนอร์ฟู้ดและไมเนอร์ไลฟ์สไตล์จะยังคงเผชิญความท้าทายในประเทศไทย EBITDA จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า YoY สู่ 4,337 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานลดลงครึ่งหนึ่งจาก 4,783 ล้านบาท ใน Q3/2563 เป็น 2,366 ล้านบาท ใน Q3/2564
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 47,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY โดยมีสาเหตุมาจากการฟื้นตัวของไมเนอร์ โฮเทลส์ และไมเนอร์ฟู้ด EBITDA จากการดำเนินงานเติบโต 200% YoY สู่ 7,958 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานลดลงมาอยู่ที่ 10,971 ล้านบาท จาก 15,119 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อรวมรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว บริษัทมีรายได้ตามงบการเงิน 20,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY และ EBITDA รวม 6,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 850% YoY ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 5,595 ล้านบาท ใน Q3/2563 เป็น 436 ล้านบาท ใน Q3/2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก:** การกระจายวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลกเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **การเปิดประเทศของไทย:** โครงการ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" และ "สมุยพลัส" รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสจาก 63 ประเทศ จะช่วยกระตุ้นการเดินทางเข้าไทย
* **การเติบโตของตลาดจีน:** ธุรกิจร้านอาหารในจีนยังคงมีการเติบโตจากการขยายสาขา แม้จะเผชิญความผันผวนระยะสั้นจากการระบาดของโควิด-19
* **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ:** การมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล และบริการจัดส่งอาหารสำหรับธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย จะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่:** ความไม่แน่นอนของการระบาดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **มาตรการควบคุมที่เข้มงวด:** การกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์หรือข้อจำกัดต่างๆ ในบางประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมอาจกดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยและภูมิภาคอื่นๆ ที่ MINT ดำเนินธุรกิจ
* **ผลกระทบจากมาตรการผ่อนคลายในประเทศไทย:** การเปิดประเทศและการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศจะส่งผลต่อธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะต้นทุนแรงงานและค่าเช่า ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้น
* **การดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย:** การปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และการฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (Same-Store-Sales)
* **การขยายสาขาของธุรกิจร้านอาหาร:** โดยเฉพาะในรูปแบบครัวกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตของบริการเดลิเวอรี่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจร้านอาหาร:** ยอดขายโดยรวมทุกสาขา (Total-System-Sales) ลดลง 7.5% YoY โดยยอดขายต่อร้านเดิม (Same-Store-Sales) ลดลง 7.2% YoY สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดและมาตรการควบคุมโควิด-19 ในประเทศไทยที่เข้มงวด ทำให้ยอดขายในไทยลดลง 14.3% YoY อย่างไรก็ตาม ยอดขายในจีนเติบโต 14.9% YoY จากการขยายสาขา แม้จะเผชิญการระบาดของเดลต้าในบางเมือง ส่วนออสเตรเลียยอดขายรวมลดลง 13.1% YoY จากมาตรการปิดพื้นที่ แม้ EBITDA Margin จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 23.6% ใน Q3/2564 จาก 23.2% ใน Q3/2563
**ธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ:** รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 66% YoY สู่ 14,418 ล้านบาท โดยธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้องเติบโต 74% YoY จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในยุโรปและมัลดีฟส์ โดย RevPar เฉลี่ย (System-Wide) เพิ่มขึ้น 75% YoY EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตกว่า 12 เท่า YoY สู่ 3,227 ล้านบาท และ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 3.1% เป็น 22.4% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม
**ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิต:** รายได้ลดลง 48% YoY สู่ 512 ล้านบาท จากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดในประเทศไทย ทำให้ร้านค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ส่งผลให้ EBITDA ติดลบ 27 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เป็นบวก 24 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 359,720 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ การขายอสังหาริมทรัพย์ และการตัดค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 296,239 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินอนุพันธ์และหนี้สินภายใต้สัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 12,843 ล้านบาท เป็น 63,481 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิและการไถ่ถอนหุ้นกู้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 5,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมการลงทุน 7,925 ล้านบาท จากการขายสินทรัพย์ กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 17,236 ล้านบาท จากการชำระคืนหนี้สินและดอกเบี้ยจ่าย โดยรวมแล้วเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิลดลง 3,803 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 2564
กระแสเงินสดอิสระ (Free cash flow) เป็นบวกติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.8 พันล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นและการรับรู้รายได้จากการหมุนเวียนสินทรัพย์
## สรุปท้าย
MINT แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่ธุรกิจโรงแรมที่กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นในยุโรปและมัลดีฟส์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม แม้ธุรกิจร้านอาหารจะยังคงเผชิญความท้าทายในบางพื้นที่ แต่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัยและการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ ทำให้ EBITDA Margin โดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทมีแนวโน้มที่ดีจากการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MINT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
43,865.75
ล้านบาท
↑ 5.4% YoY
กำไรขั้นต้น
20,450.75
ล้านบาท
↑ 1.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
46.62
%
กำไรสุทธิ
2,953.49
ล้านบาท
↓ 18.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.73
%
D/E Ratio
2.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,866
↑ + 5.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20,451
↑ + 1.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,953
↓ -18.7%
YoY
D/E Ratio
2.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MINT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.68
ROE (%)
10.17
ROA (%)
6.50
Book Value/หุ้น
16.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MINT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-10,993
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,562
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MINT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-10,992.60
+89.20%
|
-5,809.97
-55.79%
|
-13,142.08
-183.45%
|
15,748.19
+267.11%
|
4,289.73
-271.61%
|
-2,499.68
-157.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,562.01
-191.66%
|
2,795.17
-18.59%
|
3,433.27
-25.41%
|
4,603.01
-1,575.32%
|
-312.00
-97.04%
|
-10,531.24
+201.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8,772.84
+23.59%
|
7,098.14
+8.70%
|
6,529.90
-139.61%
|
-16,484.73
-14,087.89%
|
117.85
-99.53%
|
24,949.29
-3,889.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4,781.78
-217.11%
|
4,083.31
-228.45%
|
-3,178.90
-182.22%
|
3,866.46
-5.59%
|
4,095.57
-65.64%
|
11,918.37
+6,342.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
13,212.07
-7.35%
|
14,259.80
-37.91%
|
22,966.14
-8.49%
|
25,096.34
-4.09%
|
26,166.15
+96.28%
|
13,330.82
+4.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,578.41
-27.50%
|
13,212.07
-7.35%
|
14,259.80
-37.91%
|
22,966.14
-8.49%
|
25,096.34
-4.09%
|
26,166.15
+96.28%
|